skip to Main Content

SOCIAL : รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียาผู้เป็นกุญแจสำคัญภาคการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตลอด32ปี ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียขาดสะบั้น แต่ภาคประชาชนยังดำเนินอยู่ และสามารถเชื่อมกับรัฐบาลซาอุดีอาระเบียตลอดทุกรัฐบาล
.
รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียาผู้เป็นกุญแจสำคัญภาคการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตลอด32ปี ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียขาดสะบั้น แต่ภาคประชาชนยังดำเนินอยู่ และสามารถเชื่อมกับรัฐบาลซาอุดีอาระเบียตลอดทุกรัฐบาล ดั่งที่ ผศ.อาทิตย์ ทองอินทร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช ได้สะท้อน
.
“ความสำเร็จทางการทูตเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ยกระดับตัวแทนเป็นเอกอัครราชทูต ปฏิเสธมิได้ว่าเป็นผลจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของฝ่ายไทย ทั้งจากรัฐบาลทุกชุด รวมไปถึงข้าราชการประจำ
.
ภายใต้ ‘วิสัยทัศน์ 2030’ ของ มกุฎราชกุมาร มูฮัมหมัด บิน ซัลมาน เปลี่ยนแปลงทิศทางการพัฒนาของซาอุฯ เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ ที่เมื่อ 32 ปีที่แล้ว ซาอุฯ อันเฟรนด์ไทย และการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ก็เกิดจากการ ‘แอดเฟรนด์’ มาก่อนของซาอุฯ
.
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ความสัมพันธ์แบบเป็นทางการปิดตายลง ความสัมพันธ์แบบไม่เป็นทางการ หรือความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน-ประชาชน และประชาชนไทยบางส่วน-รัฐบาลซาอุฯ กลับยังมีแบบแผนของมิตรภาพและความร่วมมือมาตลอด 3 ทศวรรษ”
ท่านกล่าวเพิ่มเติมว่า “กลุ่มของตัวแสดงที่มิใช่รัฐอันมีบทบาทสำคัญดังกล่าวนี้ โดยหลักแล้วก็คือ บรรดานักเรียนเก่าซาอุฯ ที่ยังคงมีปฏิสัมพันธ์เชิงความร่วมมือ การติดต่อแลกเปลี่ยน คบค้าสมาคม อยู่กับรัฐบาลและคนซาอุฯ ตลอดทั้งเครือข่ายผู้มีบทบาทสำคัญหลายท่านในสำนักจุฬาราชมนตรี และที่ลืมมิได้ คือ เครือข่ายมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ที่จังหวัดยะลา ที่มี ผศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา และ วันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นคีย์แมน
.
ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทุนของรัฐบาลซาอุฯ โดยกษัตริย์ซัลมาน บริจาคให้กับพื้นที่ปตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงราว 700 ล้านบาท เมื่อช่วงปี 2560-2561 เป็นต้นมา โดยให้มหาวิทยาลัยฟาฏอนีกำกับ เพื่อดำเนินการสร้างศูนย์อิสลามผู้พิทักษ์สองมัสยิดอันทรงเกียรติ กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลอาซิส อัลซะอูด อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘อภิมหาโปรเจกต์’ สร้างเมืองใหม่บนพื้นที่ 1,121 ไร่ ชื่อว่า ‘มะดีนะตุสสลาม’ ขึ้นในแถบบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
.
ไม่ว่าจะเป็นการมอบกล่องของขวัญให้กับพี่น้องชาวมุสลิมในปตานี/ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงเดือนรอมฎอนปี 2564 ภายใต้ชื่อโครงการ ‘ละศีลอด กษัตริย์ซัลมาน บิน อาซีซ’ ซึ่งติดตามมาด้วยการเยือน จังหวัดปัตตานี ของ ดร.ยูซุฟ บิน อับดุลลอฮฺ อัลฮัมมุดี้ ที่ปรึกษากิจการศาสนา สถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ในช่วงธันวาคม 2564
.
รวมทั้งการบริจาคอีกประปรายหลายเรื่องเพื่อสนับสนุนกิจการของพี่น้องมุสลิมไทยมาอย่างต่อเนื่อง
.
เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการต่างประเทศโดยใช้อำนาจอ่อน (soft power) ของซาอุฯ ต่อความสัมพันธ์ระดับประชาชน ไม่ใช่แค่กับไทย แต่กับอีกหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เพื่อรักษาสถานะอำนาจนำในโลกมุสลิม และเป็นสิ่งสะท้อนว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์รัฐ-รัฐไม่ราบรื่น แต่ความสัมพันธ์ในระดับไม่เป็นทางการ ที่เชื่อมร้อยความผูกพันกับกลุ่มชนมุสลิมภายในไทยในเชิงสังคมวัฒนธรรมมิได้เสียหายถูกกระทบกระเทือนไปจากปัจจัยอันเป็นรอยร้าวเมื่อปี 2532-2533 “
.
หมายเหตุอ่านเพิ่มเติมบทความผศ.อาทิตย์ ทองอินทร์ในความสัมพันธ์ที่หลากหลาย ผลประโยชน์ที่จะได้ มากไปกว่าการฟื้นคืนการทูตระหว่างสองประเทศ

โดย อาทิตย์ ทองอินทร์ ได้ที่นี่: https://plus.thairath.co.th/topic/spark/101026
.
ขอบคุณ
ผศ.มัสลัน มาหะมะ มฟน.
.
#ขุนคมคำ

รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียาผู้เป็นกุญแจสำคัญภาคการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตลอด32ปี ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ