วิกฤติเศรษฐกิจบังกลาเทศจ่อตามรอยศรีลังกาหรือไม่ – White Channel | เวลาละหมาด ข่าวมุสลิม อิสลาม skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : วิกฤติเศรษฐกิจบังกลาเทศจ่อตามรอยศรีลังกาหรือไม่

บังกลาเทศเป็นอีกหนึ่งในประเทศแถบเอเชียใต้ที่กำลังเผชิญวิกฤติเงินทุนสำรองระหว่างประเทศหดหาย และตัวเลขขาดดุลการค้าพุ่งขึ้น นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศหยุดชะงัก และยังเผชิญปัญหาราคาน้ำมันแพงจากสงครามรัสเซียบุกยูเครนที่ยืดเยื้อยาวนาน

รัฐบาลบังกลาเทศตัดสินใจประกาศขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งใหญ่ทำให้ประชาชนพากันออกมาประท้วงแสดงความไม่พอใจการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่นเดียวกับการประท้วงต้านขึ้นราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นในปากีสถาน และการประท้วงใหญ่ในศรีลังกาที่นำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลของนายโกตาบายา ราชปักษา

📌 ชาวบังกลาเทศประท้วงใหญ่

สัปดาห์ที่ผ่านมาชาวบังกลาเทศออกมาประท้วงใหญ่ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลที่ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิ งทั้งเบนซินและดีเซลพรวดเดียว 51.2% ทำให้ประชาชนต่างตกใจและรับไม่ได้กับตัวเลขราคาน้ำมันที่แพงขึ้นในชั่วข้ามคืน คนทำงานหาเช้ากินค่ำต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนยากจนและครอบครัวรายได้ปานกลาง ที่แบกรับค่าใช้จ่ายรายวันที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว ทำให้คนออกมาประท้วงมากขึ้นเรื่อยๆ

องค์กรนักเรียนนักศึกษาหลายแห่งออกมาประท้วง รวมไปถึงสมาพันธ์นักศึกษาบังกลาเทศ ที่จัดประท้วงใหญ่หน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในเมืองชาแบก ขณะที่การประท้วงขยายวงจากกรุงธากา ไปยังเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากเหตุการณ์ประท้วงในศรีลังกาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้

กระทรวงพลังงานระบุว่าราคาน้ำมันแพงเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างผลกระทบจากการสู้รบกันระหว่างรัสเซียกับยูเครน ขณะที่บริษัทบังกลาเทศ ปิโตรเลียมก็ต้องขาดทุนกว่า 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการขายน้ำมันในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานับจนถึงเดือน ก.ค.

📌 สถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน

ปัจจัยโรคระบาดและสงครามในยูเครน ทำให้เงินตากาบังกลาเทศ อ่อนค่าลงอย่างมาก โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินอ่อนลงไปแล้วมากถึง 20% ทำให้รัฐบาลต้องประกาศชะลอแผนการลงทุนของประเทศออกไปก่อน

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า บังกลาเทศมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงจากปีที่แล้ว 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 38,480 ล้านดอลลาร์ในเดือนที่แล้ว คาดว่าจะสามารถนำเข้าสินค้าจำเป็นได้อีกเพียง 5 เดือนเท่านั้น

ขณะเดียวกันตัวเลขขาดดุลการค้าพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 33,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรอบปีบัญชีสิ้นสุดเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงกว่า 6% ต่อเนื่องตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา และพุ่งมาอยู่ที่ 7.48% เมื่อเดือนกรกฎาคม

นอกจากนี้ประชาชนชาวบังกลาเทศยังต้องประหยัดการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้นโดยรัฐบาลบังกลาเทศได้ออกมาตรการแก้ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าด้วยการประกาศปันส่วนใช้ไฟ ประกาศให้สุเหร่างดการเปิดเครื่องปรับอากาศเวลาที่ผู้คนเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนา

📌 ขอความช่วยเหลือจาก IMF

ที่ผ่านมา บังกลาเทศ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในเอเชียใต้ และเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว องค์การสหประชาชาติตัดบังกลาเทศออกจากบัญชีรายชื่อกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาน้อยที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม บังกลาเทศก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัจจัยปัญหาต่างๆ ของโลก ทั้งโรคระบาดและสงครามยูเครน ที่ทำให้อาหารและเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีราคาพุ่งสูง ทำให้รัฐบาลต้องเสาะหาความช่วยเหลือจากต่างชาติ รวมไปถึงการส่งหนังสือเจรจาขอความช่วยเหลือสถาบันการเงินใหญ่ของโลกอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) ด้วยการขอกู้เงิน 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบังกลาเทศเป็นประเทศล่าสุดในเอเชียใต้ ต่อจากศรีลังกาและปากีสถาน ที่ขอกู้เงินจาก IMF เพื่อที่จะนำมาแก้ปัญหาวิกฤติในประเทศ

นอกจากนี้ รัฐบาลบังกลาเทศยังยื่นขอเงินกู้เจ้าละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) และ ธนาคารโลก (World Bank) มาช่วยบรรเทาภาวะเศรษฐกิจของประเทศในขณะที่เงินทุนสำรองลดลงอย่างมาก

📌 โอกาสตามรอยศรีลังกา ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศมองว่า แม้สถานการณ์ในบังกลาเทศจะดูน่าวิตกว่าอาจจะเป็นประเทศต่อไปที่ล้มครืนเหมือนศรีลังกา แต่ในความเป็นจริงแล้วบังกลาเทศยังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าประเทศอื่นๆ และเชื่อว่าบังกลาเทศยังไม่เลวร้ายเท่าศรีลังกา

ตามรายงานของนิตยสารบลูมเบิร์ก ชี้ว่า การขอกู้เงินจาก IMF เป็นเพียงมาตรการป้องกันไว้ก่อนสถานการณ์ร้ายแรง ต่างจากศรีลังกาที่มายื่นขอกู้ตอนที่ทุกอย่างพังหมดแล้ว และรัฐบาลหมดสิ้นหนทางแก้ปัญหา

นายราหุล อนันต์ หัวหน้าแผนกเอเชียและแปซิฟิกของ IMF เคยให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ในบังกลาเทศยังไม่เข้าขั้นวิกฤติร้ายแรง และสถานะทางการเงินของบังกลาเทศยังเหนือชั้นกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

นักเศรษฐศาสตร์มองว่า แม้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของบังกลาเทศจะลดลงต่ำกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังพอที่จะนำเข้าสินค้าได้อีกประมาณครึ่งปี ก่อนที่เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้ ขณะที่สถานการณ์ประท้วงใหญ่ในตอนนี้มีเบื้องหลังมาจากกลุ่มคนที่ต้องการปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ เพื่อโค่นอำนาจรัฐบาลของชีคฮาสินา.

 

 

ที่มา :

thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2478126

voicetv : https://voicetv.co.th/read/RkF4Ka46D

ryt9 : https://www.ryt9.com/s/expd/885052

วิกฤติเศรษฐกิจบังกลาเทศจ่อตามรอยศรีลังกาหรือไม่

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ