skip to Main Content

คัดข่าวมาคุย – วิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564 โดย อ.สุวิทย์ หมาดอะดำ อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาฟาฏอนี

📌นายกฯ น่าจะได้ไปต่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีน่าจะรอดจากการอภิปรายไม่ไว้วางในในครั้งนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น หากท่านหลุดจากตำแหน่งไป ขั้นตอนแรกตามรัฐธรรมนูญ 60 ระบุให้ใช้รายชื่อที่ถูกเสนอโดยพรรคการเมืองในครั้งแรกมาพิจารณาก่อน คุณหญิงสุดารัตน์ คุณอนุทิน คุณอภิสิทธิ์ คุณชัชชาติ หรือแม้แต่พลเอกประยุทธ์ก็มีโอกาสกลับมาได้ในการเสนอชื่อ จึงมีความเป็นได้สูงว่าต่อให้หลุดจากตำแหน่งก็กลับเข้ามาได้ใหม่ แต่ที่เป็นไปได้มากกว่าคือน่าจะได้ไปต่อในการอภิปรายครั้งนี้

เหตุผลต่อมาคือพลเอกประยุทธ์ถือว่าเป็นคนที่มีบารมีพอสมควรในการจัดการบรรยากาศทางการเมืองให้เข้าที่เข้าทาง ซึ่งยังหาคนอื่นมาทำหน้าที่ตรงนี้แทนได้ยาก เพราะตำแหน่งนายกฯ นั้นไม่ใช่แค่การบริหารประเทศแต่รวมถึงการบริหารคนในสภาอันหมายถึงส..ในพรรคต่างๆ โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลด้วย แต่ประเด็นนี้ในมุมหนึ่งก็กลายเป็นจุดอ่อนของนายกฯ เช่นกันเพราะท่านไม่ได้เป็นหัวหน้าหรือกรรมการบริหารพรรคใด ไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษส..ในพรรคโดยเฉพาะพลังประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันอำนาจในพรรคอยู่ที่พลเอกประวิตรและร้อยเอกธรรมนัส นำไปสู่บรรยากาศที่น่าสนใจในช่วงก่อนและระหว่างการอภิปรายในครั้งนี้ที่เหมือนมีความไม่ลงรอยระหว่างนายกฯ กับร้อยเอกธรรมนัส

การที่ผู้กองธรรมนัสออกมาให้สัมภาษณ์ว่าส..แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ในการโหวตนั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดธรรมเนียมทางการเมือง เพราะต่อให้มีเอกสิทธิ์จริงแต่โดยธรรมเนียมแล้วแต่ละพรรคซึ่งเป็นแหล่งรวมคนอุดมการณ์เดียวกันมักจะกำหนดทิศทางการลงคะแนนเอาไว้ แต่การส่งสัญญาณดังกล่าวเหมือนจะเป็นการโดดเดี่ยวพลเอกประยุทธ์พร้อมกดดันว่าหากไม่ทำตามที่พลังประชารัฐต้องการ อาจปล่อยให้ส..แต่ละคนโหวตไม่ไว้วางใจเพิ่มคะแนนให้ฝ่ายค้านก็เป็นได้

📌รัฐมนตรีบางคนอาจไม่รอด

อย่างไรก็ตาม พลังประชารัฐไม่ได้ต้องการให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง เพียงแต่ต้องการเก้าอี้เจ้ากระทรวงสำคัญๆ มาไว้ในครอบครองเท่านั้น ก่อนหน้านี้มีกระแสเรียกร้องให้นายกฯ ปรับคณะรัฐมนตรีแล้วแต่ท่านไม่ได้ทำตาม เนื่องจากพยายามแต่งตั้งรัฐมนตรีในโควต้าของตนให้พ้นการเมืองให้มากที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเมืองก็คือการเมือง พลังประชารัฐต้องการให้รัฐมนตรีช่วยในพรรคนั้นเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเพื่อจะได้มีอำนาจ มีงบประมาณในการสร้างผลงานให้เป็นที่จดจำของประชาชน สร้างคะแนนเตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งในครั้งหน้า

ฉะนั้นอาจมีรัฐมนตรีบางคนที่ไม่รอดในการอภิปรายครั้งนี้ แล้วนายกฯ ต้องยอมลดโควต้าของตนแล้วยกให้พลังประชารัฐเพื่อรักษาเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเอาไว้ เพราะการอภิปรายครั้งนี้ถือเป็นการงัดข้อวัดกำลังกันระหว่างคนที่ขึ้นตรงกับท่านนายกฯ และคนที่อยู่ภายใต้ผู้บริหารพรรคทั้งพลเอกประวิตรและผู้กองธรรมนัสดังที่ได้เห็นการเข้าพบนายกฯ ของส..กลุ่มหนึ่ง หรือผู้ที่คอยประท้วงเพื่อปกป้องนายกฯ ก็ล้วนแต่เป็นสายตรงของท่าน หาใช่สายตรงของพลังประชารัฐ

อีกรูปแบบหนึ่งคืออาจจะรอดจากการอภิปรายได้ทุกคนแต่คนที่มีคะแนนน้อยคงถูกนายกฯ ปรับออก หรือดูข้อเสนอจากพลังประชารัฐอีกที่ว่าควรปรับใครออกแล้วเอาใครเข้ามาแทนที่ ไม่ว่าจะทางใดพลังประชารัฐน่าจะได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ

📌มีโอกาสน้อยที่จะยุบสภา

หากพลเอกประยุทธ์อยากล้มกระดานแล้วยุบสภาก็ถือว่ามีความเป็นไปได้แต่ค่อนข้างน้อย เพราะโดยธรรมชาติแล้วฝ่ายที่จะยุบสภามักจะมั่นใจว่าหลักการเลือกตั้งฝ่ายตนจะได้กลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน แต่สถานการณ์ปัจจุบันมีความไม่แน่นอนอย่างยิ่ง ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าพลเอกประยุทธ์ไม่ได้เชื่อมโยงกับพรรคใดโดยตรงแม้กระทั่งพลังประชารัฐ แต่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางในการควบคุมเสียงในพรรคให้มาหนุนตน อีกด้านหนึ่งภารกิจต่างๆ ของนายกฯ ในการจัดการเรื่องต่างๆ ก็ถือว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย หากเสี่ยงว่าจะได้ไม่ได้กลับมาสานต่อภารกิจหลังจากยุบสภา พลเอกประยุทธ์น่าจะเลือกการรอมชอมกับพลังประชารัฐมากกว่า

📌การเคลื่อนไหวนอกสภาคงดำเนินต่อไป

การเคลื่อนไหวนอกสภาฯ น่าจะยังคงดำเนินต่อไปและจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะข้อเรียกร้องของพวกเขาคือให้นายกฯ ลาออกนั้นยังไม่บรรลุ แต่ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวเพียงใดก็น่าจะไม่สามารถอะไรรัฐบาลได้เนื่องจากเงื่อนไขสำคัญของการล้มรัฐบาลนั้นส่วนราชการต่างๆ รวมถึงกลาโหมและมหาดไทยต้องเอาด้วย ซึ่งปัจจุบันกลุ่มเหล่านี้ยังอยู่คนละฝ่ายกับผู้ประท้วงซึ่งมักเป็นคนรุ่นใหม่และมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใหม่ เป็นแนวคิดเสรีนิยมที่ค่อนข้างต่างจากเหล่าข้าราชการและพรรคการเมืองส่วนมากที่เป็นอนุรักษ์นิยมหรือเป็นเสรีนิยมแบบระมัดระวัง

ถ้ามองไปถึงการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมืองอาจเรียกได้ว่าต้องรอการผัดเปลี่ยนรุ่นของผู้คนซึ่งต้องใช้เวลาอีกพอสมควรเพราะความแตกต่างระหว่างรุ่นหรือเจเนอเรชันในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องที่ยากจะแก้ไข เด็กรุ่นใหม่มีแนวคิดเสรีนิยมเพราะปัจจัยหลายอย่างที่ล้อมรอบและหล่อหลอมพวกเขาให้เป็นอย่างนั้น เช่นเดียวกับคนรุ่นผู้ใหญ่ที่เป็นอนุรักษ์นิยมก็เพราะถูกล้อมรอบและหล่อหลอมด้วยปัจจัยต่างๆ จนมีความคิดความอ่านอย่างนั้นเช่นเดียวกัน

 

วิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2564

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ