skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : หมากต่อไปของเกาหลีเหนือหลังจุดชนวนขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งใหม่

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธวิถีโค้งข้ามทวีป หรือ ICBM (Intercontinental ballistic missile) ฮวาซอง-17 (Hwasong-17) ในวันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลครั้งแรกของเกาหลีเหนือตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 และเป็นการสะท้อนว่าผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ได้หวนกลับไปในยุคแห่ง “เพลิงและโทสะ” อีกครั้ง ในการปัดฝุ่นโครงการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ที่พุ่งเป้ากดดันสหรัฐฯ ให้ยอมรับเกาหลีเหนือในฐานะประเทศมหาอำนาจด้านนิวเคลียร์ และปลดเปลื้องมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจกับเกาหลีเหนือเสียที

📌 ความก้าวหน้าด้านขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ?

ขีปนาวุธ ฮวาซอง-17 เป็นขีปนาวุธวิถีโค้งข้ามทวีป หรือ ICBM มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.4-2.9 เมตร ยาว 25 เมตร ซึ่งถือเป็นระบบขีปนาวุธขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่สามารถยิงจากระบบเคลื่อนที่บนท้องถนนได้ เคยปรากฏโฉมในขบวนสวนสนามเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2020 ขณะที่การทดสอบเมื่อวันพฤหัสบดีนี้ เป็นการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรก และยิงขีปนาวุธนี้จากสนามบินใกล้กับกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ

ภาพจากสื่อของทางการเปียงยาง เผยให้เห็นความสำเร็จของการทดสอบขีปนาวุธ โดยมีผู้นำคิม เดินผ่านขีปนาวุธลูกนี้ ในลุคที่สวมเสื้อหนังสีดำและแว่นตาดำ และบรรยากาศของการทดสอบขีปนาวุธนี้ ละม้ายคล้ายกับฉากในหนังดังในฮอลลีวู้ด รวมถึงมีจังหวะที่ผู้นำคิมขยับแว่นตาเพื่อมองตรงมาที่กล้องถ่ายภาพด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธ ICBM ฮวาซอง-15 เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีนั้น ซึ่งนำไปสู่การปะทะคารมอย่างดุเดือดและข่มขู่กันไปมาระหว่างผู้นำคิม กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ระบุว่า เกาหลีเหนือจะต้องพบกับเพลิงและโทสะอย่างที่ทั่วโลกไม่เคยได้พบเจอ

ระหว่างขีปนาวุธ ฮวาซอง-15 ได้แสดงแสนยานุภาพว่ายิงไกลมาถึงอเมริกา แต่ขีปนาวุธฮวาซอง-17 นี้ ร้ายแรงกว่าและไปได้ไกลกว่าด้วย โดยข้อมูลของสื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ระบุว่า ขีปนาวุธฮวาซอง-17 ยิงออกไปในมุมสูงเพื่อหลีกเลี่ยงน่านน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน และเดินทางขึ้นไปแตะระดับที่ความสูง 6,248 กิโลเมตร และไกลถึง 1,090 กิโลเมตร ก่อนจะตกบริเวณน่านน้ำระหว่างเกาหลีเหนือและญี่ปุ่น ข้อมูลดังกล่าว ตรงกับรายงานของกองทัพเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ที่ระบุว่า ขีปนาวุธพิสัยไกลนี้สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 15,000 กิโลเมตร ซึ่งหมายความว่าจะสามารถโจมตีได้ถึงดินแดนของสหรัฐฯ ได้นั่นเอง

การขยายระยะโจมตีของขีปนาวุธวิถีโค้งข้ามทวีป มีความสำคัญต่อเกาหลีเหนือ ในการสร้างภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ที่เป็นไปได้ต่อสหรัฐฯ ในมุมมองของลี ชุน กึน นักวิจัยจากสถาบัน South Korea’s Science and Technology Policy Institute เพราะการจะโจมตีดินแดนของสหรัฐฯ ได้ ขีปนาวุธลูกก่อนๆ อาจทำได้แค่พุ่งมาถึงอลาสกา ที่สหรัฐฯ วางระบบต่อต้านขีปนาวุธไว้มากมาย แต่ระยะโจมตีของฮวาซอง-17 ในทางทฤษฎีจะเปิดทางให้เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามอลาสกา มุ่งหน้าไปฝั่งตะวันตกเพื่อไปถึงดินแดนของสหรัฐฯ ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกได้

📌 ขีปนาวุธที่ใหญ่กว่าเดิม?

ณ ตอนนี้ยังไม่มีรายงานถึงสถานะของหัวรบที่ติดไปกับขีปนาวุธ ICBM ในการทดสอบครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเมื่อวันพฤหัสบดี แม้แต่ฝั่งเกาหลีเหนือเองยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด ขณะที่ญี่ปุ่น เตรียมค้นหาซากของขีปนาวุธเพื่อตรวจสอบวิเคราะห์เทคโนโลยีดังกล่าวของเกาหลีเหนือเพิ่มเติม

ด้านนักวิเคราะห์ ชิน จง วู แห่ง South Korea’s Defense and Security Forum บอกว่า การพัฒนาขีปนาวุธ ICBM ที่ใหญ่ขึ้นของเกาหลีเหนือ ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องของระยะโจมตี เท่ากับปริมาณหัวรบนิวเคลียร์ที่เป็นเป้าหมายอันทะเยอทะยานของโสมแดง เพราะนั่นสามารถเพิ่มโอกาสในการโจมตีระบบป้องกันขีปนาวุธได้ ไม่ว่าขีปนาวุธจะเดินทางผ่านอลาสกาไปหรือไม่ก็ตาม

ระหว่างเกาหลีเหนืออาจต้องใช้เวลาหลายปีและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างมาก เพื่อสร้างขีปนาวุธ ICBM แบบติดหัวรบหลายชิ้น แต่ตอนนี้ก็เป็นเรื่องยากที่สหรัฐฯ จะเพิกเฉยต่อเป้าหมายของเกาหลีเหนือ ที่จะก่อภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ ได้

ทั้งชิน และลี เห็นตรงกันว่า เกาหลีเหนือจะทดสอบขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยไกลแบบฮวาซอง-17 มากขึ้นอีก รวมถึงการทดสอบเหนือน่านน้ำญี่ปุ่น เพื่อสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลวอชิงตัน และเปิดทางให้นักวิทยาศาสตร์เกาหลีเหนือได้เห็นวิถีของขีปนาวุธในสภาวการณ์ปกติ เหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2017

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านความมั่นคงและข่าวกรองของสหรัฐ ร่วมด้วยเกาหลีใต้ ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การทดสอบดังกล่าว แท้จริงแล้ว “ยังคงเป็น” ขีปนาวุธฮวาซอง-15 “แต่มีการจัดฉาก” ให้ดูเป็นการทดสอบฮวาซอง-17 เนื่องจากขีปนาวุธที่ใช้ทดสอบในวันนั้นมีหัวฉีดเครื่องยนต์เพียง 2 ตัว ทว่าฮวาซอง-17 ต้องมี 4 ตัว และติดหัวรบให้มีน้ำหนักเบาขึ้น เพื่อให้ขีปนาวุธเคลื่อนที่ได้เป็นระยะใกล้เคียงกับฮวาซอง-17

📌 เกาหลีเหนือจะเดินหน้าโครงการอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มีคำสั่งโดยตรงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เดินหน้าพัฒนา “อาวุธโจมตีทรงพลัง” เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการป้องกันประเทศ ทั้งในมิติของการจับเคลื่อนโครงสร้างทางสังคมนิยม การปกป้องสันติภาพ และการขจัดภัยคุกคามให้กับอนุชนรุ่นหลัง

เกาหลีเหนือ ส่งสัญญาณว่าจะกลับมาเดินหน้าโครงการอาวุธนิวเคลียร์ที่ยุติไปเมื่อปี 2018 เพื่อแลกกับผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจที่จะได้รับจากสหรัฐฯ

เวทีประชุมสุดยอด คิม-ทรัมป์ ครั้งแรกเป็นไปได้สวย ก่อนการเจรจาจะล้มเหลวในครั้งที่สอง เมื่อปี 2019 เมื่อสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเรียกร้องของเกาหลีเหนือให้ผ่อนคลายมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจรอบใหญ่ เพื่อแลกกับการจำกัดศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือบางส่วน

เมื่อปี 2017 เกาหลีเหนือประกาศปิดศูนย์ทดสอบนิวเคลียร์ ปุงกเยรี และให้สื่อต่างชาติเข้าไปสังเกตการณ์ในปีถัดมา แต่ไม่ได้เปิดให้ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกได้ตรวจสอบว่าเกาหลีเหนือทำลายศูนย์ทดสอบนี้ไปแล้วหรือไม่

นักวิเคราะห์เกาหลีใต้บางราย เห็นว่าเกาหลีเหนืออาจต้องการกลับมาเดินหน้าโครงการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้งในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เพื่อให้ได้รับความสนใจจากคณะทำงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ที่เสนอการเปิดโต๊ะเจรจา แต่ไม่มีจุดประสงค์ที่จะรามือจากมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือ

ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือระดมทดสอบในปีนี้ ทั้งที่อ้างว่าเป็นขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงและขีปนาวุธที่พุ่งเป้าโจมตีเกาหลีใต้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เกาหลีเหนืออาจใช้การทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง เพื่อชูศักยภาพในการสร้างหัวรบนิวเคลียร์ที่เล็กพอที่บรรจุเข้ากับขีปนาวุธเหล่านี้ได้เช่นกัน

 

 

 

ที่มา :
voa : https://www.voathai.com/a/6502067.html
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/900535/
posttoday : https://www.posttoday.com/world/679249

วิเคราะห์หมากต่อไปของเกาหลีเหนือ หลังจุดชนวน ICBM ครั้งใหม่

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ