skip to Main Content

SOCIAL : ว่าด้วยผู้นำโลกมุสลิมกับตุรกี
.
#บทความโดย ดร.ฆอซาลี เบ็ญหมัด Ghazali Benmad
ปัญหาคอขาดบาดตาย ที่ทำให้โลกมุสลิม 1,700 ล้านคน ไร้พลังต่อรอง คือการไม่มีศิลป์ในการจัดการความเห็นต่าง ทำให้ความเห็นไม่ลงรอยกัน ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างคิดว่าตัวเองเก่ง ขาดการยอมรับให้ใครสักคนเป็นผู้นำ อ้างว่า ทำผิดอย่างนั้น คิดพลาดอย่างนี้ สู้ตัวเองก็ไม่ได้ สู้กลุ่มของตัวเองไม่ได้
.
คนจำนวน 1,700 ล้านคน ที่เป็นเช่นนี้ ก็ไม่ต่างกับฝูงแมงเม่า ไร้พลังที่จะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
.
มุสลิมไม่อาจอยู่ในโลกวันนี้อย่างมีศักดิ์ศรี เป็นที่เกรงขามของศัตรูได้ ถ้ายังไม่ยอมรับให้ใครสักคนเป็นผู้นำ
.
โจทย์ข้อนี้ แม้แต่ต่างศาสนิกก็เข้าใจได้
.
ประชาคมมุสลิมไม่อาจรับมือกับปัญหา ยกเว้นจะต้องมีแกนนำที่แกร่งทั้งกายและใจ.
.
ซามูเอล เฮนติงตัน ผู้ต่อต้านสงครามในอิรัก เข้าใจถึงนัยนี้ จึงได้กล่าวในตำรา “The Clash of Civilizations -การปะทะทางอารยธรรม” ว่า
.
“ประชาคมมุสลิมวันนี้ มีจุดอ่อนทางยุทธศาสตร์ที่อันตรายร้ายแรง จากการแตกแยกภายในที่เรื้อรังไม่มียารักษา และการแทรกซึมเป็นอันตรายร้ายแรงจากฝ่ายศัตรู เหมือนดังสถานการณ์ในช่วงสงครามครูเสดและสงครามมองโกล
.
ประชาคมมุสลิมไม่อาจรับมือกับปัญหานี้ ยกเว้นจะต้องมีแกนนำที่แกร่งทั้งกายและใจ”
.
เฮนติงตัน เข้าถึงสถานภาพกำพร้าพ่อของอารยธรรมอิสลามในปัจจุบัน จากการไม่มีประเทศผู้นำมาคอยนำทัพ ควบคุมความขัดแย้งภายใน และคุ้มกันภัยอันตรายจากศัตรู
.
เฮนติงตันจึงกล่าวว่า
.
“การไม่มีประเทศอิสลามผู้นำ เป็นปัญหาใหญ่ของประชาคมมุสลิมและต่างศาสนิก” (น.221) “สิ่งนี้ทำให้โลกมุสลิมอ่อนแอ และคุกคามอารยธรรมอื่นๆ “(น.289)
.
การอ่อนแอทางยุทธศาสตร์ของประชาคมมุสลิม เกิดขึ้นหลังการล่มสลายของออตโตมาน ด้วยน้ำมือของนักล่าอาณานิคมชาวตะวันตก ตอนต้นศตวรรษที่ 20
.
เฮนติงตัน กล่าวว่า
.
“การล่มสลายของออตโตมานทำให้โลกมุสลิมขาดประเทศผู้นำ”
“ตลอดศตวรรษที่ 20 ไม่มีชาติอิสลามชาติใดที่มีศักยภาพทางทหารเพียงพอ มีการศึกษาที่เพียงพอ และมีความชอบธรรมทางศาสนา ที่หาญกล้าแอ่นอกมาแบกรับพันธกิจนี้ เพื่อให้ชาติมุสลิมต่างๆ รวมถึงนานาอารยประเทศ ยอมรับว่าเป็นชาติ “ผู้นำอารยธรรมอิสลาม” (น.289)
.
เฮนติงตัน นำเสนอชาติแกนนำ 6 ชาติ ที่พอมีโอกาสเป็น “ชาติผู้นำโลกมุสลิม” ได้แก่ ซาอุดี อียิปต์ ตุรกี อินโดนีเซีย ปากีสถาน และอิหร่าน
.
เฮนติงตันประเมินว่า 5 ชาติไม่เหมาะสมที่จะเป็นประเทศผู้นำ เพราะประชากรน้อยเกินไป รวมถึงเหตุผลอื่น คือ
– ซาอุดีมีพื้นที่ไม่ปลอดภัยในด้านยุทธศาสตร์
– อิหร่านมีความต่างทางแนวคิดทางศาสนากับประชาคมมุสลมส่วนใหญ่ รวมถึงการเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับชนชาติอาหรับ
– ส่วนอียิปต์มีทรัพยากรธรรมชาติน้อยเกินไป
– ปากีสถานมีความขัดแย้งทางเชื้อชาติและการเมืองไม่มั่นคง
– ส่วนอินโดนีเซียก็ตั้งอยู่ชายแดนโลกมุสลิมและห่างไกลจากศูนย์กลางในโลกอาหรับมากเกินไป
.
เฮนติงตันเห็นว่า จากเหตุผลข้างต้นจึงเหลือเพียงตุรกี ที่เหมาะสมที่จะเป็นชาติผู้นำโลกมุสลิม เพราะ
.
“ตุรกีเป็นชาติที่มีประวัติศาสตร์ ประชากร ความเจริญทางเศรษฐกิจ ความเป็นปึกแผ่นทางสังคม จารีตทางทหาร และศักยภาพ ที่พร้อมจะเป็นแกนนำโลกมุสลิม แต่อตาเติร์กขัดขวางบทบาทดังกล่าว โดยกำหนดมิให้สาธารณรัฐตุรกีสืบทอดมรดกของออตโตมาน แต่ให้เป็นรัฐเซคคิวลาร์ (น.291) รวมถึงสงครามเย็นและการคุกคามของโซเวียต บีบบังคับให้ร่วมจมหัวจมท้ายกับชาติตะวันตก ทำให้ตุรกีเป็นชาติที่ขาดเอกภาพด้านตัวตน และทางเลือกทางยุทธศาสตร์
.
อุปสรรคที่ขัดขวางตุรกีมิให้เป็นชาติผู้นำโลกมุสลิมจึงเป็นอุปสรรคชั่วคราว มิใช่อุปสรรคจากแก่นของตัวตนจริงๆ เป็นเพียงความผิดเพี้ยนชั่วคราวจากอารยธรรมเซคคิวลาร์ที่ประขาชนชาวตุรกีถูกบีบให้ยอมรับ
.
ในขณะที่ สถานภาพที่แท้จริง รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตุรกี ล้วนเรียกร้องให้ตุรกีกลับมาเป็นหัวของโลกมุสลิม ไม่ใช่ไปเป็นหางให้กับตะวันตก”
.
เฮนติงตันเห็นว่า มาตรการที่บีบบังคับตุรกีเริ่มกัดกร่อน ในตุรกีก็เหมือนกับที่อื่นๆ ประชาธิปไตยจะนำไปสู่หลักการและศาสนา กระแสฟื้นฟูอิสลามทำให้นักการเมืองตุรกีเปลี่ยนไป (น.241)
.
เฮนติงตันประเมินว่า ถึงที่สุดแล้ว มีความเป็นไปได้ที่ตุรกีจะพ้นจากพันธนาการที่ถูกสร้างขึ้นมา ค้นพบตัวตนของตน และหวนมานิยามตัวเองเสียใหม่
.
เฮนติงตันกล่าวว่า

“อะไรจะเกิดขึ้น หากตุรกีหวนมานิยามตนเองใหม่ สักวันหนึ่งตุรกีเป็นไปได้ที่ตุรกีพร้อมที่จะทิ้งบทบาทที่ไร้อนาคตและอัปยศอดสู จากการพยายามร้องขอเข้าเป็นสมาชิกสมาคมตะวันตก และเริ่มบทบาทในประวัติศาสตร์ของตน ที่มีอิทธิพลมากกว่า มีศักดิ์ศรีมากกว่า ในฐานะแกนนำอิสลามและแกนนำในการต่อต้านตะวันตก (น.291)
.
ทั้งนี้ หนังสือของเฮนติงตัน ที่เขียนในปี 1996 เมื่อ 20 ปีก่อน ก่อนการอุบัติขึ้นของปรากฏการณ์แอร์โดฆานและพรรคเอเค บ่งบอกวิสัยทัศน์ที่แหลมคมของเฮนติงตัน เขาได้เสียชีวิตไปเมื่อ ค.ศ. 2008 หากวันนี้เขายังมีชีวิตอยู่ คงจะภาคภูมิใจกับการอ่านสถานการณ์ของตนเอง ที่วันนี้ ในที่สุด ตุรกีได้ค้นพบตัวเอง และนิยามตนเองเสียใหม่แล้ว
.
การคาดการณ์ที่แหลมคมของนักวิชาการตะวันตก ทำให้พวกเขาสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆได้ดีเยี่ยม
.
ตามทัศนะของเฮนติงตัน คุณสมบัติหลักๆของชาติผู้นำโลกมุสลิม ตุรกีมีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า มีประชากร วัฒนธรรม ทรัพยากร เศรษฐกิจ การทหาร และพร้อมที่จะเสี่ยงสำหรับสถานภาพผู้นำที่จะคอยปกป้องโลกมุสลิม แม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลาน เพราะอุปสรรคขวากหนามภายใน และความตลบแตลงของชาติตะวันตกก็ตาม
.
แผนของอัลลอฮ์ย่อมเหนือกว่า กบฏตุรกีล่าสุด ทำให้ตุรกีสามารถกำจัดเสี้ยนหนามภายในและภายนอก พร้อมก้าวสู่การเป็น “ชาติผู้นำ” ของโลกมุสลิม อันเป็นเงื่อนไขหลักในการฟื้นฟูอิสลามและต่อกรกับกองทัพศัตรู รวมถึงทัศนะของนักวิชาการร่วมสมัยที่คาดการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง อย่างแซมมวล เฮนติงตัน ตลอดจนตามหลักการอิสลาม ที่ให้ประชาคมมุสลิมมีความเป็นประชาชาติหนึ่งเดียว ภายใต้ผู้นำหนึ่งเดียว คิดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน รู้สึกเหมือนกัน เสมือนหนึ่งเรือนร่างเดียวกัน
.
Ghazali benmad

ว่าด้วยผู้นำโลกมุสลิมกับตุรกี

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ