skip to Main Content

UPDATE : ศาลอินเดียพิพากษา 32 ผู้ต้องหา รวม 4 แกนนำพรรคโมดี “พ้นผิด” คดีทำลายมัสยิดอโยธยา ต้นเหตุจลาจลเลือดปี 1992

ศาลอินเดียพิพากษาเมื่อวานนี้ ที่เมืองลัคเนา (Lucknow) เมืองเอกของรัฐอุตตรประเทศ ให้ผู้ต้องหาทั้งหมด 32 คน ที่รวมไปถึง 4 แกนนำพรรคภารตียชนตะ(BJP) ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ให้พ้นโทษความผิดคดีปี 1992 จากการทำลายมัสยิดบาบรีเก่าแก่ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ในเมืองอโยธยา รัฐอุตตรประเทศ จนกลายเป็นจลาจลทางศาสนา ระหว่างชาวฮินดูและชาวมุสลิม ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2,000 ราย โดยแกนนำทั้ง 4 คน ถูกล่าวหาว่า ยั่วยุด้วยการใช้ถ้อยคำให้เกิดความเกลียดชัง ในกลุ่มสนับสนุนจำนวนหลายหมื่นคน ที่ได้พักค้างคืนที่ด้านนอกมัสยิดบาบรี ก่อนวันบุกเข้ารื้อทำลาย

ผู้พิพากษา สุเรนทรา กูมาร์ ยาดาฟ (Surendra Kumar Yadav) ตัดสินว่า ไม่มีการสมคบคิดในทางที่ผิดเกิดขึ้น จากกลุ่มเคลื่อนไหวสายเหยี่ยวชาตินิยมฮินดู และไม่มีหลักฐานประจักษ์ชัดที่จะเอาผิดได้ เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการเตรียมวางแผนไว้ล่วงหน้า และพิพากษาถึงการปรากฎตัวของเหล่าแกนนำพรรค BJP ในเวลานั้นว่า “บรรดาผู้นำปรากฏตัวที่นั่น ในความเป็นจริงแล้วเพื่อต้องการควบคุมฝูงชนและทำให้สงบ”

โดยแกนนำพรรค BJP ทั้ง 4 ที่ถูกตัดสินให้พ้นผิดได้แก่ แอล.เค อัดวานี (L.K. Advani) มูร์ลี มาโนฮาร์ โจชิ (Murli Manohar Joshi) อูมา บาร์ตี (Uma Bharti) และ กาลยัน ซิงห์ (Kalyan Singh) ได้เคยกล่าวว่า การทำลายมัสยิดนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นฉับพลัน เนื่องมาจากความโกรธแค้นของกลุ่มผู้ประท้วงชาตินิยมฮินดู

ทนายความของโจชิ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งอดีตมุขมนตรีรัฐมหาราษฏระ ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนไม่สามารถพิสูจน์หลักฐานที่เป็นเสียง หรือวิดีโอที่ถูกส่งมานั้นเป็นของจริงหรือไม่ และส่งผลทำให้ผู้พิพากษาตัดสินว่าคดีนี้ขาดหลักฐานพยานสำคัญที่บ่งชี้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นส่วนหนึ่งของการสมคบคิด ในที่สุดข้อเท็จจริงก็เป็นผู้ชนะ

ซึ่งในปีที่ผ่านมา ศาลสูงสุดอินเดียได้ออกคำตัดสินเข้าข้างฝ่ายฮินดู ด้วยการอนุญาตให้มีการก่อสร้างขึ้นที่พื้นที่ดินพิพาทซึ่งฝ่ายฮินดูเชื่อว่า องค์ศรีรามได้ประสูติที่สถานที่แห่งนี้ และกล่าวหาว่า จักรพรรดิบาบูร์ที่ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกของจักรวรรดิโมกุล ได้ก่อสร้างมัสยิดขึ้นด้านบนของวัดในที่ตรงนี้ นอกจากนี้ ศาลสูงสุดอินเดียยังตัดสินว่าการรื้อถอนมัสยิดบาบรีนั้นผิดกฎหมาย และออกคำสั่งให้มีการไต่สวนแยกต่างหาก ของคดีทำลายมัสยิดบาบรีต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ชุมชนมุสลิมประกาศที่จะยื่นเรื่องขออุทธรณ์ ต่อคำตัดสินในศาลชั้นอุทธรณ์ โดยชี้ว่า มีการตัดสินมีความผิดพลาด ขัดกับพยานหลักฐานและกฎหมาย

ด้านเมาลานา คาลิด ราชิด (Maulana Khalid Rashid) ประธานศูนย์อิสลามแห่งอินเดีย ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อคำพิพากษาวันพุธ (30) โดยชี้ว่า ชาวมุสลิมมักจะเคารพต่อคำพิพากษา แต่นี่ถือเป็นความอยุติธรรมต่อชุมชนชาวมุสลิม เมื่อศาลสูงสุดกล่าวว่า การทำลายมัสยิดนั้นเป็นการกระทำความผิดทางกฎหมาย ดังนั้นแล้ว ศาลชั้นล่างออกคำตัดสินให้กลุ่มผู้ต้องสงสัยผลผิดได้อย่างไร

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศปากีสถาน ได้ออกแถลงการณ์ชี้ว่า ชาตินิยมฮินดูมีความเกลียดชังในชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะกับชาวมุสลิม และชี้ว่า อินเดียกำลังจะเดินหน้าอย่างรวดเร็ว กลายเป็นประเทศฮินดูที่มีชนกลุ่มน้อยเป็นพลเมืองชั้น 2

ศาลอินเดียยกฟ้องผู้ต้องหา คดีทำลายมัสยิดเมืองอโยธยา ปี1992

Back To Top
×Close search
Search