skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ศิลปินชาวซีเรียแสดงจุดยืนเคียงข้างยูเครน เข้าใจความเจ็บปวดและสูญเสียจากสงครามที่รัสเซียมีส่วนร่วม

ศิลปินชาวซีเรีย อาซิซ อัสมาร์ และ อานิส ฮัมดูน วาดภาพเพื่อประท้วงการรุกรานยูเครนของรัสเซีย บนซากกำแพงของบ้านหลังหนึ่งที่ถูกทำลายโดยเครื่องบินรบรัสเซีย ในเมืองบินนิช ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซีเรีย ซึ่งขณะนี้ถูกยึดครองโดยกลุ่มกบฏ ภาพขณะอาซิซและเพื่อนศิลปินกำลังวาดภาพธงชาติยูเครนถ่ายโดย อุมัรร์ ฮัจ กาดูร์ สำนักข่าวเอเอฟพี

“ระบอบการปกครองของซีเรียและพันธมิตรรัสเซียได้เปลี่ยนบ้านของเราให้กลายเป็นซากปรักหักพังตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องพลัดถิ่นจากบ้านของพวกเขา”

อาซิซให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลญะซีเราะห์ พร้อมกล่าวว่า เขากลัวว่าคนบริสุทธิ์จะต้องเสียชีวิตมากขึ้น

ก่อนหน้านี้อาซิซ อัสมาร์ เคยวาดภาพร่วมไว้อาลัย ‘จอร์จ ฟลอยด์’ ชาวแอฟริกันอเมริกันที่เสียชีวิตขณะถูกจับกุมและถูกตำรวจมินนิอาโปลิสตรึงไว้กับพื้น ครั้งนั้นอาซิซเคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีไว้ว่า

“ข้อความของเราจากซากปรักหักพัง จากเศษหินของอาคารที่ถูกเครื่องบินรบโจมตี คือการบอกให้โลกรู้ว่า ถึงแม้จะนานาชาติจะไม่ทำอะไร และถึงแม้ว่าข้อเท็จจริงคือพวกเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา แต่ความเชื่อด้านมนุษยธรรมของเราทำให้เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้ถูกกดขี่และผู้ที่ถูกข่มเหงทุกคน เราเรียกร้องสันติภาพและความรัก …เราปรารถนาให้สันติภาพเกิดขึ้นในโลก”

📌 ความเจ็บปวดและสูญเสียจากสงครามที่รัสเซียมีส่วนร่วม

รัสเซียเข้าร่วมสงครามในซีเรียในปี 2015 โดยให้การสนับสนุนด้านการโจมตีทางอากาศ การสนับสนุนทางทหารของรัสเซียช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลซีเรียนำโดยประธานาธิบดีบัรชัร อัลอะซัด นักวิเคราะห์ต่างประเทศมองว่า การสนับสนุนของมอสโกในซีเรีย เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตก

สงครามอันยาวนานในซีเรียนำมาสู่การเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมาก เครือข่ายและองค์กรด้านมุนษยธรรมในซีเรียเคยบันทึกไว้ว่า ตั้งแต่เกิดสงครามจนถึงต้นปี 2018 มีผู้เสียชีวิตที่เกิดจากการสู้รบ 185,980 ราย เป็นประชาชน 119,200 ราย และคาดว่ายังมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการจดบันทึกไว้

ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในยุโรปเปิดพรมแดนอย่างรวดเร็วให้กับชาวยูเครนหลายหมื่นคน ในโซเชียลมีเดียมีการแสดงความดีใจที่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

📌 คำถามถึงชาติตะวันตกที่เงียบงัน

อย่างไรก็ตาม บางส่วนตั้งคำถามถึงความแตกต่างในกรณีของผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางที่ต้องเผชิญกับมาตรการที่เข้มงวดกว่า

ในช่วงสงคราม ผู้ขอลี้ภัยจำนวนมากจากสงครามในซีเรียและอิรัก เดินทางไปยังประเทศในยุโรปช่วงปี 2015-2016 สหภาพยุโรปรับผู้ลี้ภัยมากกว่าหนึ่งล้านคนในช่วงสองปีนั้น โดยส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรีย แต่นักวิจารณ์ชาวอาหรับกล่าวว่า ผู้อพยพจากประเทศมุสลิมและประเทศอาหรับมักถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม ถูกปฏิเสธ และบางครั้งก็ต้องเผชิญกับการใช้กำลังและความรุนแรงขณะพยายามเข้าสู่ยุโรป

รานา เคารี นักวิจัยชาวอเมริกัน-ซีเรีย ผู้ศึกษาเรื่องสงครามและการพลัดถิ่นที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า ในณะที่บางประเทศในยุโรป เช่น เยอรมนี มีความเอื้ออาทรในการรับผู้อพยพจากตะวันออกกลาง สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอเห็นอคติที่ชัดเจนว่า มีการปฏิบัติต่อสงครามและผู้ลี้ภัยในตะวันออกกลางต่างจากกรณีของยูเครน

ขณะนี้ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมากกว่า 5.6 ล้านคนยังคงอยู่ในตะวันออกกลาง ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศตุรกี เลบานอน และจอร์แดน ในส่วนของผู้ที่ไปถึงยุโรปนั้น พวกเขาต้องเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วยเรือลำเล็กๆ ที่บางครั้งจมลง ทำให้ผู้โดยสารหลายคนต้องเสียชีวิต หลายประเทศในยุโรปพยายามปิดพรมแดน ตลอดช่วงเวลาสิบปีของสงครามในซีเรีย สหรัฐอเมริการับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียประมาณ 22,000 คน

 

 

 

 

ที่มา :
voicetv : https://voicetv.co.th/read/SMF9vF9bS
aljazeera : https://www.aljazeera.com/news/2022/2/24/syrians-stand-by-ukraine-after-russia-attack
bbc : https://www.bbc.com/thai/international-43714729
nytimews : https://www.nytimes.com/2022/02/26/world/middleeast/refugees-ukraine-middle-east.html

ศิลปินชาวซีเรียแสดงจุดยืนเคียงข้างยูเครน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ