skip to Main Content
สสจ.ฉะเชิงเทรา เผยปมกินขนมจีบเสียชีวิต ยังต้องตรวจสอบต่อ เพราะคนทำเป็นมุสลิมไม่ทำไส้หมู

สสจ.ฉะเชิงเทรา เผยปมกินขนมจีบเสียชีวิต ยังต้องตรวจสอบต่อ เพราะคนทำเป็นมุสลิมไม่ทำไส้หมู

นพ.กสิวัฒน์ ศรีประดิษฐ์ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า จากการสอบสวนโรคเบื้องต้น พบว่าผู้ที่ทำขนมจีบขายในพื้นที่ ต.เกาะไร่ อ.บ้านโพธิ์ นั้น เป็นชาวมุสลิม ที่ทำขนมจีบจากเนื้อไก่มาเป็นเวลานาน 7 ปีแล้ว แต่ขนมจีบตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นเป็นขนมจีบไส้หมู จึงเชื่อว่าน่าจะมีความเข้าใจกันผิดหรืออาจเข้าใจกันคาดเคลื่อน

 

สสจ.ได้ไปทำการเก็บตัวอย่างวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งน้ำจิ้มที่อาจเป็นสาเหตุร่วม ที่จะทำให้เกิดท้องร่วง และได้ให้ผู้ที่ทำขนมทำการสาธิตวิธีการทำให้ดูด้วย ทั้งยังทราบข้อมูลว่าผู้ที่ทำขนมขายรายนี้ ไม่ได้ทำขนมขายในวันที่ 7 และ 8 เนื่องจากมีอาการป่วย ซึ่งต้องมีการตรวจสอบว่า รถเร่ที่เข้าข่ายนั้นเป็นรถคันเดียวกันกับที่ตกเป็นข่าวหรือไม่ โดยอาจจะเป็นคันอื่นจึงทำให้แหล่งที่มาอาจจะแตกต่างกันไป

 

และต้องตรวจสอบวันเวลาให้มีความชัดเจนมากขึ้น สำหรับกรณีนี้เนื่องจากมีความเข้าใจคาดเคลื่อนกันอยู่ระดับหนึ่ง ในแง่ของการซื้อขาย ทั้งคนขายเองก็ยังไม่มั่นใจมากนัก เนื่องจากมีของไปขายไม่มากเพียงแค่ 4 ชนิด โดยผู้ซื้ออาจจะซื้อมาจากรถคันอื่นก็มีความเป็นไปได้ หากมีของขายหลายอย่างมากกว่าคนขายรายนี้ จึงต้องตรวจสอบตามหากันต่อไปอีกครั้ง

 

และหากพบว่าเป็นการซื้อจากรถเร่คันนี้จริงๆ แล้วนั้น ยังต้องไปดูอีกว่า เขาได้ไปรับขนมจีบมาจากเจ้าอื่นอีกหรือไม่ นอกจากผู้ที่ทำขนมจีบขายรายนี้ ซึ่งอาจจะเป็นขนมจีบไส้หมูอีกก็เป็นได้ แต่หากรับจากรายนี้เพียงรายเดียว ก็อาจจะไม่ใช่เนื่องจากเป็นชาวมุสลิมไม่ได้ทำขนมจีบไส้หมูขาย จากข้อมูลที่ทราบมายังพบว่ามีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากถึง 19 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย นพ.กสิวัฒน์ กล่าว

สสจ.ฉะเชิงเทรา เผยปมกินขนมจีบเสียชีวิต ยังต้องตรวจสอบต่อ เพราะคนทำเป็นมุสลิมไม่ทำไส้หมู

Back To Top
×Close search
Search