skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพสหรัฐกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน ว่าภารกิจที่ยาวนาน 2 ทศวรรษในอัฟกานิสถาน “คือความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์”

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า พล.อ.มาร์ค มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กระทรวงกลาโหม และพล.อ.แฟรง เคนเนธ แมคเคนซี ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการกลาง ( เซนต์คอม ) เข้าพบคณะกรรมาธิการด้านการบริการอาวุธของวุฒิสภา เมื่อวันอังคาร เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน

📌 เข้าให้ปากคำต่อสภาคองเกรส

พล.อ.มิลลีย์ปฏิเสธตอบคำถามอย่างชัดเจน ว่าคณะเสนาธิการให้คำแนะนำกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน อย่างไร ในการพิจารณาตัดสินใจว่า จะคงกำลังทหารอเมริกันชุดสุดท้ายอีกประมาณ 2,500 นายไว้จนถึงเมื่อใด เนื่องจาก “ไม่จำเป็นเสมอไป” ที่ผู้นำสหรัฐต้องปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม พล.อ.มิลลีย์กล่าวว่า โดยส่วนตัวเขาเชื่อว่า “มีความจำเป็น” ที่จะต้องคงกำลังทหารชุดนี้เอาไว้ก่อนอีกสักระยะ เพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับรัฐบาลในกรุงคาบูล และเพื่อการคานอำนาจกับกลุ่มฏอลิบาน

ขณะที่พล.อ.แมคเคนซีกล่าวเสริมว่า โดยส่วนตัวเขามีความเห็นสอดคล้องกับพล.อ.มิลลีย์ ว่าสหรัฐควรคงกำลังทหารจำนวนหนึ่งไว้ในอัฟกานิสถานต่อไปก่อน แม้รัฐบาลชุดก่อนหน้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามร่วมกับกลุ่มฏอลิบาน เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ปีที่แล้ว ว่าจะถอนทหารสหรัฐที่ยังเหลือให้กลับออกไปทั้งหมด ภายในวันที่ 31 พ.ค.ปีนี้ และท้ายที่สุดไบเดนสั่งให้การถอนทหารเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา

📌 ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

เมื่อมีการหยิบยกประเด็น ทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างเป็นทางการในอัฟกานิสถาน 2,461 นายตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา พล.อ.มิลลีย์ตอบว่า “เป็นสัจธรรมของสงครามที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับ” อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความสูญเสียที่เกิดขึ้น “คือความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน” เพราะผลจากการดำเนินงานตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาปรากฏผลว่า ท้ายที่สุดแล้ว “กรุงคาบูลตกอยู่ในมือของศัตรู” และว่าเราต้องนำบทเรียนนี้ไปศึกษา รวมถึงการที่สหรัฐทำให้อัฟกานิสถานพึ่งพาเทคโนโลยีของสหรัฐมากเกินไป ถือเป็นความพยายามที่ผิดพลาดที่เราทำให้ทหารอัฟกานิสถานเป็นเหมือนทหารสหรัฐ

ส่วนพล.อ.ออสตินกล่าวว่า จนถึงตอนนี้ ทุกฝ่ายในกองทัพสหรัฐยังคง “ประหลาดใจ” กับการที่กลุ่มฏอลิบานสามารถเข้ายึดครองกรุงคาบูล เมื่อกลางเดือนที่แล้ว “ได้อย่างง่ายดาย” ในขณะที่รัฐบาลและกองทัพในกรุงคาบูล ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากอเมริกาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา “ยอมแตกพ่าย”

ต่อมาเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ว่า ประธานาธิบดีให้คุณค่ากับคำแนะนำที่ตรงไปตรงมา ของประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมและกองทัพ แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านจำเป็นจะต้องเห็นชอบกับคำแนะนำนั้น และว่าหากทหารสหรัฐยังคงอยู่ในอัฟกานิสถานหลังพ้นเส้นตายที่กำหนด ปัจจุบันสหรัฐจะต้องทำสงครามกับฏอลิบาน

📌 ท่ามกลางเสียงวิจารณ์

จนถึงเวลานี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์การล่มสลายของรัฐบาลอัฟกันที่สหรัฐฯหนุนหลัง และความล้มเหลวในการนำพาชาวอเมริกัน และชาวอัฟกันที่มีความเสี่ยงยังคงอื้ออึงอยู่ แต่รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ลอยด์ ออสติน ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการกิจการทหารวุฒิสภาสหรัฐฯว่า การอพยพผู้คนออกจากอัฟกานิสถานนั้น เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และไม่มีกองทัพทหารใดในโลกจะทำได้ดีกว่าที่กองทัพสหรัฐฯ ทำไปแล้ว

รัฐมนตรีออสตินระบุว่า การอพยพประชาชนด้วยเครื่องบินที่เกิดขึ้น เป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดที่สหรัฐฯ เคยทำมา โดยเป็นการดำเนินการภายในเวลา 17 วัน พร้อมชี้ว่า ทางกองทัพฯ “มีแผนที่จะอพยพผู้คนราว 70,000-80,000 คน แต่ทำการอพยพออกมาทั้งหมดได้กว่า 124,000 คน” และยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ จะไม่ทอดทิ้งชาวอเมริกันที่ต้องการเดินทางออกจากอัฟกานิสถาน

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/324154/
matichon : https://www.matichon.co.th/foreign/news_2964168
voathai : https://www.voathai.com/a/us-joint-chiefs-of-staff-senate-committee-congress-troop-withdrawal-evacuation/6249248.html

สหรัฐยอมรับล้มเหลวทางยุทธศาสตร์ในอัฟกานิสถาน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ