skip to Main Content

SOCIAL : ส่องกล้อง‘ไทย-ซาอุฯ’ฟื้นสัมพันธ์
.
บทความ จากข่าวสด :ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดี อาระเบีย กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางไป เยือนซาอุฯ ตามคำเชิญของ เจ้าชายมูฮัมมัด บิน ซัลมานฯ มกุฎราชกุมาร รองนายกฯและรมว.กลาโหม ซาอุฯ การฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้ส่งผลดีต่อไทยอย่างไรบ้าง และจะมีผลเสียอย่างไรหรือไม่ รวมถึงการวางท่าทีต่อความสัมพันธ์ครั้งใหม่ควรเป็นอย่างไร มีความเห็นจากนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านภูมิภาคตะวันออกกลาง
.
ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม สาขาวิชาการระหว่างประเทศและการทูต คณะรัฐศาสตร์ มธ. การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุฯ เพื่อให้มีสถานภาพทางการทูตแบบปกติ ภายใต้การมีเอกอัครราชทูตระหว่างกัน ถือเป็นความสัมพันธ์ทางการทูตที่พัฒนาขึ้นสู่ระดับสูงสุด หลังจาก 32 ปี ไทยมีตัวแทนซาอุฯแค่ระดับอุปทูต ซึ่งจะส่งผลให้ความสัมพันธ์ทุกด้านยกระดับตามไปด้วย เช่น ด้านแรงงาน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การลงทุน การส่งออกอาหารฮาลาล การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ของชาวมุสลิมในไทย การสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของชาวมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ความสัมพันธ์กับองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศสังเกตการณ์อยู่ในองค์การ ซึ่งมีมากถึง 57 ประเทศ สำนักงานใหญ่โอไอซี และเลขาฯโอไอซี พำนักอยู่ที่ซาอุฯ
.
ดังนั้น การกระชับความสัมพันธ์มีผลบวกกับไทยหลายประการ สำคัญที่สุดคือไทยสามารถส่งออกสินค้า และเข้าร่วมกับหอการค้าอิสลามที่สังกัดในโอไอซีได้โดยตรง จากที่เมื่อก่อนเราต้องติดต่อผ่านบาห์เรน เป็นความก้าวหน้าทางการเมือง
.
มองภาพรวมแล้วไทยจะได้ผลบวก ผลลบน่าจะน้อยมากถ้าดำเนินความสัมพันธ์ได้อย่างราบรื่นหลังจากนี้ เมื่อลงรายละเอียดแต่ละด้านจะพบว่าในส่วนแรงงาน จากเดิมที่ไทยส่งแรงงานไปทำงานที่ซาอุฯถึง 2 แสนคน มีการส่งรายได้กลับมา แม้วันนี้การส่งแรงงานไปซาอุฯ อาจไม่ได้มากเท่าเดิม แต่ก็รับทราบว่าซาอุฯ ยืนยันจะใช้แรงงานไทย โดยเฉพาะด้านการก่อสร้างอาคารที่ผ่านมาเป็นที่ยอมรับ ยังรวมถึง Service Mind ความดูแลเอาใจใส่ต่องาน ซึ่งแรงงานไทยได้รับการยกย่องมากกว่าแรงงานในเอเชียใต้ หรือ ฟิลิปปินส์
.
ในส่วนการท่องเที่ยว จากที่หยุดไป 32 ปี คนซาอุฯ ที่ไม่ใช่นักธุรกิจ หรือทำการค้า ไม่สามารถเข้าไทยได้จะเปิดให้คนทั่วไปมาเที่ยวไทยได้ การค้าขาย การซื้อสินค้าจากไทย เช่น กล้วยหอม ข้าว เสื้อผ้า อาหารฮาลาล รวมถึงการสนับสนุนด้านการศึกษา เวลาเดียวกัน ซาอุฯ ก็สนับสนุนมหาวิทยาลัยฟาฏอนี จ.ปัตตานี ที่ขับเคลื่อนโดยการสนับสนุนของประเทศจากตะวันออกกลาง และยังสนับสนุนเรื่องโควตาส่งคนไทยไปร่วมพิธีฮัจญ์ คาดหวังว่าจะมีคนไทยได้ไปมากขึ้น
.
การกระชับความสัมพันธ์ของไทย-ซาอุฯในช่วงเวลานี้ก็จะไม่ไปกระทบกับความสัมพันธ์ของไทยกับมหาอำนาจทั้งหลายที่เรามีความผูกพัน ด้วยเหตุว่าเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านสำคัญในนโยบายด้านการต่างประเทศ และนโยบายการ ขับเคลื่อนประเทศของผู้นำซาอุฯ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าคนที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อน และมีความสำคัญต่อนโยบายทางการค้า การลงทุน และด้านความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ คือมกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บินสัลมาน หรือชื่อย่อ MBS ที่ปรับท่าทีการเผชิญหน้ากับชาติต่างๆ เช่น อิหร่านและกาตาร์ ก็หันมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ รวมทั้งขยายความสัมพันธ์ #เพื่อถ่วงดุลอำนาจระหว่างจีน สหรัฐ รัสเซีย จะเห็นว่าจีนเองก็ส่งสินค้าเข้าไปขายในซาอุฯ จำนวนมาก แม้แต่เสื้อผ้าที่ใช้ประกอบพิธีละหมาด ในเวลาเดียวกันสหรัฐก็มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับซาอุฯ ต้องไม่ลืมซาอุฯ คือผู้ซื้ออาวุธมูลค่าแสนล้าน มากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกของการซื้ออาวุธ ขณะที่ MBS ก็พยายามวางท่าทีกับทุกชาติให้สมดุลมากกว่าไปขึ้นกับสหรัฐและก็ไปเยือนรัสเซียก่อนหน้านี้
.
ดังนั้น จึงเป็นการเปลี่ยนผ่านตามแผนปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมตามวิชั่น 2030 ของซาอุฯ ทำให้ความสัมพันธ์ของไทยกับซาอุฯ มิได้มีผลใดๆ ต่อความสัมพันธ์ของไทยกับมหาอำนาจ จึงสามารถดำเนินความสัมพันธ์กันได้อย่างเต็มที่
.
ถามว่าการที่ซาอุฯ ขับเคลื่อนประเทศแนวทางนี้เพื่อหามิตรประเทศ ภายหลังถูกต่อต้านจากชาติยุโรปจากกรณีฆาตกรรมนักข่าวในสายตาโลกก็พูดได้ แต่การดำเนินตามแผนตามวิชั่น 2030 มีมาก่อนที่จะเกิดกรณีดังกล่าว จึงไม่ใช่สาเหตุใหญ่ของการปรับเปลี่ยนท่าทีทางการทูต แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนคือว่า เขาต้องการเปลี่ยนประเทศที่มีความเป็นอนุรักษนิยมสูงมาเป็นประเทศสายกลาง เช่น การพลิกจาก ดินแดนทะเลทรายมาเป็นแผ่นดินที่อุดมด้วยต้นไม้ ซึ่งคาดว่าจะ สั่งต้นไม้จากไทยเป็นล้านๆ ต้น
.
หากสิ่งที่ต้องคำนึงถึงประการแรก เมื่อนายกฯ ไปแสดงความเสียใจและรับปากจะติดตามคดีเก่าอีกครั้ง ต้องทำตามคำพูด แสดงให้เห็นว่าจริงจัง มีความจริงใจในการติดตามและได้ทำเต็มที่จริงๆไม่ว่าผลจะลงเอยอย่างไร
.
และก่อนมาถึงวันนี้ มาจากร่องรอยความพยายาม 6 ปีมาแล้ว ขณะที่ประเทศเขาก็พยายามเปิด สอดคล้องกับช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายขับเคลื่อนประเทศของซาอุฯ ไม่มีรัฐบาลใดจะอ้างได้ เป็นความสำเร็จของรัฐบาลเพียงรัฐบาลเดียวได้ เพราะตลอด 32 ปี ทุกรัฐบาลมีความพยายามรื้อฟื้นมาตลอด และหลายกลุ่มทั้งจากองค์กรมุสลิม ถ้าไม่ใช่ยุค MBS การเปลี่ยนแปลงอาจยังไม่เกิด
.
ขอบคุณ
ข่าวสด
.
#ขุนคมคำ

ส่องกล้อง‘ไทย-ซาอุฯ’ฟื้นสัมพันธ์

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ