skip to Main Content

COVID-19 : “หมอธีระ” ย้ำโควิดไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ เลิกความคิดประกาศเป็น “โรคประจำถิ่น” ในเวลาอันสั้น
.
1 เม.ย.65 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย โดยข้อความตอนหนึ่งระบุว่า วันนี้ 63 จังหวัด มีจำนวนติดเชื้อตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป คิดเป็น 81.81% ของประเทศ และในจำนวนนี้มีถึง 17 จังหวัด ที่ติดเชื้อใหม่เกิน 500 คน คิดเป็น 22% ของประเทศ ผู้ติดเชื้อยืนยัน 28,379 คน ATK อีก 22,331 คน รวม 50,710 คน หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ผู้ป่วยปอดอักเสบเพิ่มขึ้นจาก 1,619 คน เป็น 1,828 คน เพิ่มขึ้น 12.9% ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มจาก 630 คน เป็น 712 คน เพิ่มขึ้น 13.01%
.
หมอธีระ ระบุด้วยว่า โควิดไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ ยกเลิกความคิดเดิมที่จะประกาศเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในเวลาอันสั้นการดำเนินนโยบายตามคำแนะนำที่ไม่ถูกต้องจะนำไปสู่หายนะ สถานะปัจจุบันเกี่ยวกับโรคโควิด-19 วัคซีนที่มีนั้นลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้จำกัด แม้จะป้องกันป่วยรุนแรง ป้องกันการเสียชีวิตได้ แต่ประสิทธิภาพก็ลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา ยาที่ใช้ในประเทศไทยนั้นมีจำกัด และชนิดของยาที่ใช้เป็นหลัก ก็มีความแตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้ว แม้จะมีความพยายามนำยาใหม่เข้ามา แต่ก็ค่อนข้างช้ากว่าสถานการณ์ และปริมาณจำกัด เนื่องจากราคาแพง
.
คำกล่าวอ้างว่า เศรษฐกิจยอบแยบ ต้องเปิดให้เดินหน้า ณ จุดนี้คงไม่มีใครขวาง เพราะที่ผ่านมาระลอก 2,3,4 ในปัจจุบัน ควบคุมป้องกันโรคได้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจนการระบาดกระจายไปทั่ว เกินกว่ามาตรการเดิมแบบระลอกแรกจะได้ผลแต่คำกล่าวอ้างว่า คนเดินทางจากต่างประเทศตรวจพบติดเชื้อหลักสิบ เมื่อเทียบกับการติดเชื้อในประเทศหลายหมื่นต่อวัน ดังนั้นการเปิดประเทศให้เศรษฐกิจเดินหน้านั้นจึงต้องทำและดำเนินต่อไปนั้นยังไม่ใช่ตรรกะที่ถูกต้อง แต่ปรากฏการณ์ข้างต้น โดยแท้จริงแล้วกลับสะท้อนว่า สถานการณ์ระบาดในประเทศรุนแรง สิ่งที่ควรทำคือการสร้างนโยบายและมาตรการที่ควบคุมป้องกันโรคในประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ใช่ปล่อยไปตามเดิม โดยเศรษฐกิจเดินได้ แต่สุขภาพคนในประเทศเละเทะ
.
เศรษฐกิจเดินได้ แต่ต้องปรับรูปแบบการทำงาน การดำเนินชีวิตในประเทศให้มีความระแวดระวังมากขึ้น ป้องกันตัวมากขึ้น ไม่ใช่สร้างคำคมคารมให้ประชาชนต้องก้มหน้าทนอยู่ในสภาพสังคมที่เสี่ยงต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิต เหนืออื่นใด ภาวะ Long COVID คือหลุมดำ ที่ทั่วโลกมีความรู้ทางการแพทย์ชี้ชัดแล้วว่าเกิดขึ้นได้หลังการติดเชื้อ และมีโอกาสเป็นปัญหาหนักส่งผลกระทบระยะยาวในอนาคตทั้งต่อคนที่เป็น ครอบครัว และประเทศ โดยที่ยังไม่มีวิธีป้องกันหรือรักษาที่ชัดเจน นอกจากการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ แม้บางวิจัยจะพบว่าการฉีดวัคซีนอาจป้องกันได้บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก และประสิทธิภาพก็แตกต่างกันในแต่ละชนิดของวัคซีนที่ใช้ โดยชนิด mRNA มีประสิทธิภาพสูงกว่าชนิดไวรัสเวคเตอร์
.
หมอธีระ ระบุด้วยว่า การอยู่ร่วมกับโควิดนั้น เป็นสัจธรรมแต่มิใช่ให้ทำใจรับกับความยับเยินไปเรื่อยๆ สิ่งที่ต้องทำคือ นำเสนอสถานการณ์จริงให้คนในสังคมได้รับทราบว่าระบาดรุนแรง ตอนนี้เอาไม่อยู่ แต่สามารถช่วยกันได้ด้วยการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวอย่างสม่ำเสมอ ลืมเรื่องชีวิตเดิมในอดีต การถอดหน้ากากไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในเวลาอันสั้น รัฐต้องเตรียมระบบบริการเพื่อตรวจ ดูแลรักษา และฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยลองโควิดอย่างครอบคลุมและทั่วถึง
.
การสร้างนโยบายและมาตรการ ต้องไม่ใช้ความเชื่อส่วนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ตีขลุมจะผลักให้ยอมรับเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ทั้งๆ ที่ความรู้ ณ ปัจจุบันยังไม่สามารถฟันธงให้เป็นเช่นนั้นได้ และยกเลิกความคิดเดิมที่จะประกาศเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในเวลาอันสั้น
.
ระบบบริการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยคนไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย เน้นการดูแลแบบทางไกล ไม่ใช่ให้ไป รพ.แบบเจอแจกจบ
.

“หมอธีระ” ย้ำโควิดไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ เลิกความคิดประกาศเป็น “โรคประจำถิ่น” ในเวลาอันสั้น

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ