skip to Main Content

UPDATE : อดีตนายกเลบานอนลั่นพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เตือนถึงสงครามกลางเมือง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สะอัด ฮารีรี อดีตนายกรัฐมนตรีของเลบานอนกล่าวว่า เขาพร้อมที่จะกลับสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากฝ่ายการเมืองในประเทศเห็นด้วย กับแผนงานของฝรั่งเศสในการฟื้นตัวของเบรุต แต่เตือนว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น

ฮารีรีกล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า “ ผมจะพบกับทุกฝ่ายทางการเมืองเพื่อหาจุดยืน และความเห็นชอบในการริเริ่มของฝรั่งเศส และหากทุกฝ่ายเห็นด้วยผมจะไม่ปิดประตูสู่การเป็นนายกรัฐมนตรี”

นอกจากนี้ฮารีรี ยังแสดงความกังวลว่า จะเกิดสงครามกลางเมืองในเลบานอน เนื่องจากมีอาวุธที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐ รวมถึงคลังแสงของ ฮิซบุลเลาะห์ พร้อมย้ำว่าเขาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นหัวหน้ารัฐบาลชุดใหม่ “ โดยไม่ได้รับความกรุณาจากใคร” เพราะ เขามีกลุ่มรัฐสภาที่รู้จักเขาเป็นอยางดี

เมื่อถามถึงข้อตกลงล่าสุดของเลบานอนและอิสราเอล ในการเริ่มการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยสหรัฐฯ เกี่ยวกับพรมแดนทางทะเลที่ขัดแย้งกัน

ฮารรี กล่าวว่า ฮิซบุลเลาะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และพันธมิตรของชีอะ ซึ่งนำประธานรัฐสภานั้น กลัวการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ  มีการคว่ำบาตรต่อบุคคลบางคน และพวกเขาเริ่มมองหาวิธีป้องกันตัวเอง” ฮารีรีกล่าวโดยอ้างถึงมาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของสหรัฐฯ ต่อพันธมิตรทางการเมืองของฮิซบุลเลาะห์

นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้ฮิซบุลเลาะห์เสียสละ และหยุดลากเลบานอนไปสู่ปัญหาภายนอก รวมถึงการมีส่วนร่วมทางทหารในซีเรียและอิรัก  มีหลายฝ่ายในประเทศที่ทำให้เราไม่เหลืออ่าวหรือเพื่อนอาหรับคอยช่วยเรา…และการแทรกแซงของฮิซบุลเลาะห์ในซีเรีย อิรัก และเยเมน ทำให้เกิดการทดสอบนี้กับเลบานอน”

ทั้งนี้ฮารีรีถูกบังคับให้ลงจากตำแหน่ง ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศ ที่เกิดขึ้นในเดือน ตุลาคม 2019 และหลังจากที่เขาลาออก ฮิซบุลเลาะห์และพันธมิตร ได้จัดตั้งรัฐบาลเทคโนแครต ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน แต่รัฐบาลที่นำโดย ฮัสซัน ดีย๊าบ(Hassan Diab)ไม่สามารถบรรลุข้อตกลง กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ สำหรับความช่วยเหลือที่จำเป็น และวิกฤตเศรษฐกิจก็ยิ่งแย่ลงไปอีก ต่อมาดิย๊าบก้าวลงจากตำแหน่ง หลังภัยพิบัติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม จากเหตุระเบิดที่ท่าเรือกรุงเบรุต และการประท้วงต่อต้านการทุจริตและนิกายในประเทศอีกครั้ง

อดีตนายกเลบานอนลั่น พร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

Back To Top
×Close search
Search