skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : อนามัยโลกรับรองวัคซีนมาลาเรียตัวแรกของโลกสำหรับเด็ก

นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าวัคซีนต้านโรคมาลาเรีย ซึ่งมีชื่อสามัญว่า “อาร์ทีเอส,เอส” ( RTS,S /AS01 ) และมีชื่อทางการค้าว่า “มอสควิริกซ์” ( Mosquirix ) “มีประสิทธิภาพเพียงพอ” ที่จะใช้เป็นวงกว้าง เพื่อป้องกันโรคมาลาเรียให้กับเด็กในทวีปแอฟริกา ควบคู่ไปกับกลไกป้องกันด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุสกล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ วัคซีนต้านมาลาเรียสำหรับเด็กๆ ที่เฝ้ารอมานาน คือการฝ่าทางตันทางวิทยาศาสตร์, สุขภาพเด็กและการควบคุมโรคมาลาเรีย การใช้วัคซีนตัวนี้เสริมเข้าไปในเครื่องมือป้องกันมาลาเรียที่มีอยู่แล้ว อาจช่วยชีวิตเด็กๆ ได้หลายหมื่นคนต่อไป”

คำแนะนำของ WHO ยังระบุว่า วัคซีนตัวนี้ยังสามารถใช้ปกป้องเด็กๆ จากเชื้อมาลาเรียชนิดที่อันตรายที่สุด ซึ่งรู้จักในชื่อ ‘พลาสโมเดียม ฟัลชิปารัม’ (Plasmodium falciparum) โดยให้ฉีดเด็กอายุตั้งแต่ 5 เดือนขึ้นไปเป็นจำนวน 4 โดส

📌 ดีที่สุด ณ ตอนนี้

วัคซีนมอสควิริกซ์ เป็นวัคซีนแบบโปรตีนซับยูนิต พัฒนาและผลิตโดยบริษัทแกล็กโซสมิธไคลน์ (GSK) ของสหราชอาณาจักร ร่วมกับสถาบันวิจัยทางการแพทย์ วอลเทอร์ รีด ของสหรัฐ เมื่อปี 1987 และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วัคซีนมอสควิริกซ์เป็นวัคซีนที่ดับเบิลยูเอชโอใช้เป็นวัคซีนนำร่อง ฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่กลุ่มเป้าหมาย คือเด็กในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดของโรคมาลาเรีย

ขณะที่นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา เด็กในทวีปแอฟริกาเข้าถึงวัคซีนมอสควิริกซ์แล้ว มากกว่า 2.3 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในกานา เคนยา และมาลาวี และสามารถพิสูจน์ได้ว่าวัคซีนซึ่งใช้เวลาพัฒนากว่า 30 ปีตัวนี้ ปลอดภัย, ประหยัด, ใช้งานง่าย และลดการป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิตจากโรคมาลาเรียราว 39%

แต่นิยามของคำว่า “ประสิทธิภาพ” ของวัคซีนตัวนี้ยังคงเป็นคำถาม เนื่องจากผลการทดสอบทางคลินิกระยะที่สาม ปรากฏว่า ว่าวัคซีนดังกล่าวซึ่งต้องฉีดมากถึง 4 เข็ม มีประสิทธิภาพในการลดอัตราการเสียชีวิตประมาณ 39 % และระดับภูมิคุ้มกันเริ่มลดลง หลังฉีดครบคอร์สไปแล้ว 4 เดือน

อย่างไรก็ตาม นพ.อเลฮันโดร คราวิโอโต หัวหน้าฝ่ายวัคซีนของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคมาลาเรีย “เป็นงานช้าง” และเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างมาก จากการที่โรคนี้เกิดจากเชื้อโปรโตซัว และมีพาหะคือยุงก้นปล่องเพศเมีย แม้จะเป็นเชื้อโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ แต่โรคร้ายชนิดนี้ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กในภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา เจ็บป่วยและเสียชีวิต โดยทุกปีจะมีเด็กแอฟริกาอายุต่ำกว่า 5 ปี เสียชีวิตเพราะมาลาเรียมากกว่า 260,000 ราย

📌 ความหวังในอนาคต

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ศ.เอเดรียน ฮิลล์ นักวัคซีนวิทยาชาวไอริช ผู้อำนวยการสถาบันเจนเนอร์แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคหลายชนิด รวมถึงโควิด-19 รายงานการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีน “เมทริกซ์-เอ็ม” ซึ่งเป็นวัคซีนที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดพัฒนา เพื่อใช้ป้องกันโรคมาลาเรีย กับกลุ่มตัวอย่างเป็นทารก 450 คน ในบูร์กินาฟาโซ ได้รับวัคซีนเมื่อปี 2019 และมีการติดตามผลในอีก 12 เดือนหลังจากนั้น ปรากฏว่า มีประสิทธิภาพโดยรวม 77%

เมทริกซ์-เอ็ม จึงนับเป็นวัคซีนป้องกันโรคมาลาเรียรายการแรก ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของดับเบิลยูเอชโอ ที่กำหนดเป้าหมายให้โลกต้องมีวัคซีนป้องกันโรคมาลาเรีย ที่มีประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่า 75% ภายในปี 2030 ทว่าเพื่อให้ได้ผลที่ละเอียดมากขึ้น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดกำลังนำวัคซีนเมทริกซ์-เอ็ม เข้าสู่การทดสอบทางคลินิกระยะที่สาม.

ด้านไบออนเทคของเยอรมนนี ซึ่งพัฒนาวัคซีนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ร่วมกับไฟเซอร์แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยเช่นกันว่ามีเป้าหมายเริ่มการทดลองวัคซีนมาลาเรียตัวหนึ่งในปีหน้า โดยใช้เทคโนโลยี mRNA แบบเดียวกัน

องค์การอนามัยโลกแสดงความหวังว่า คำแนะนำล่าสุดนี้จะกระตุ้นให้บรรดานักวิทยาศาสตร์พัฒนาวัคซีนมาลาเรียออกมาเพิ่มเติม

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/350459/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2213056
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000099220

อนามัยโลกรับรองวัคซีนมาลาเรียตัวแรกของโลกสำหรับเด็ก

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ