skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : อดีตผู้นำญี่ปุ่นส่งสัญญาณเตือน เชื่อญี่ปุ่น-สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ถ้าจีนใช้กำลังทหารบุกไต้หวัน

ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กล่าวในการประชุมออนไลน์ว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะไม่สามารถอยู่เฉยได้ หากจีนทำการบุกโจมตีไต้หวัน และจีนจำเป็นต้องเข้าใจในเรื่องนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยืนยันอธิปไตยของจีนที่มีเหนือเกาะไต้หวัน ซึ่งปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ขณะที่รัฐบาลไต้หวันยืนยันว่าต้องการสันติภาพ แต่ก็พร้อมปกป้องประเทศหากมีความจำเป็น

การประชุมดังกล่าว จัดโดยสถาบันวิจัยนโยบายแห่งชาติของไต้หวัน โดยอาเบะตั้งข้อสังเกตว่า หมู่เกาะเซ็งกากุ (Senkaku) ซึ่งฝั่งจีนเรียกว่าหมู่เกาะเตียวหยู (Diaoyu) รวมถึงหมู่เกาะซากิชิมะ (Sakishima) และเกาะโยนากุนิ (Yonaguni) อยู่ห่างจากไต้หวันออกไปเพียง 100 กิโลเมตร ดังนั้น หากมีการบุกรุกไต้หวัน ก็อาจส่งผลที่อันตรายร้ายแรงต่อญี่ปุ่น

“เหตุฉุกเฉินของไต้หวันก็คือเหตุฉุกเฉินของญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และประชาชนจีนควรต้องเข้าใจสิ่งนี้” อาเบะกล่าว

📌 ญี่ปุ่นหนุนไต้หวันเป็นอิสระ

ญี่ปุ่นเป็นที่ตั้งฐานทัพทางทหารที่สำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงบนเกาะโอกินาวา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไต้หวัน จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนจากสหรัฐฯ หากมีการโจมตีจากจีน

สหรัฐฯ มีข้อผูกพันตามกฎหมาย ในการช่วยจัดหาวิธีป้องกันตัวเองให้กับไต้หวัน แม้จะมีความคลุมเครือว่ารวมถึงการส่งกองกำลังไปช่วยไต้หวันในการต่อสู้กับจีนหรือไม่ โดย แอนโทนี บลิงเคน (Antony Blinken) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรจะ ‘จัดการ’ หากจีนใช้กำลังในการเปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่เหนือไต้หวัน แต่ไม่ระบุรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร

อาเบะซึ่งลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นหัวหน้ากลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของพรรคเสรีประชาธิปไตย และยังคงมีอิทธิพลในพรรค โดยเขากล่าวถึง ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นในอนาคตว่า ญี่ปุ่นควรกระชับความสัมพันธ์กับจีน พร้อมกับเจรจากันอย่างตรงไปตรงมาและหนักแน่น ในสิ่งที่จำเป็นต้องพูด ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าเขาพยายามส่งสัญญาณไปถึง ฟุมิโอะ คิชิดะ (Fumio Kishida) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของญี่ปุ่น

“ญี่ปุ่น ไต้หวัน และทุกคนที่เชื่อในระบอบประชาธิปไตย จำเป็นต้องเรียกร้องให้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนคนอื่นๆ ไม่ก้าวไปบนเส้นทางที่ผิด” อาเบะกล่าว และเสริมว่า ญี่ปุ่นกับไต้หวันต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตย

“ไต้หวันที่เข้มแข็ง ไต้หวันที่เจริญรุ่งเรือง ไต้หวันที่รับประกันเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน จะส่งผลดีต่อญี่ปุ่น และแน่นอนว่าเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งโลกเช่นกัน”

📌 ยั่วยุตลอดเวลา

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงว่า กองทัพอากาศไต้หวันได้ส่งเครื่องบินรบหลายลำ ไปเตือนและขับไล่เครื่องบินรบจำนวน 27 ลำ ที่กองทัพอากาศจีนส่งเข้ามาในเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน

ปฏิบัติการของเครื่องบินรบจีนครั้งนี้ ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ 18 ลำ เครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีศักยภาพบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ 6 ลำ และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศอีก 1 ลำ

ไต้หวันระบุว่า พฤติกรรมของกองทัพจีนในลักษณะนี้ เข้าข่ายยุทธศาสตร์เขตสีเทา เพื่อหวังบั่นทอนแสนยานุภาพของไต้หวัน ด้วยการส่งเครื่องบินรบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเป็นการโยนหินถามทางการตอบโต้ของไต้หวัน

ช่วงต้นเดือนตุลาคม เป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จีนได้ส่งเครื่องบินรบมากเกือบ 150 ลำเข้าไปในเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน ทำให้ไต้หวันต้องส่งเครื่องบินรบไปแจ้งเตือนเป็นครั้งคราว แต่สถานการณ์ไม่ถึงระดับการปะทะทางทหาร

ด้านสื่อของรัฐบาลจีนระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประชุมนาน 3 วัน จนถึงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับเจ้าหน้าที่ทางทหารระดับสูง เพื่อยกระดับกองทัพจีนให้แข็งแกร่งมากขึ้น

📌 ชาวไต้หวันเชื่อใจญี่ปุ่นหรือไม่

ผลสำรวจล่าสุดเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จากชาวไต้หวัน 1,075 คน พบว่า ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ไม่คิดว่าจะเกิดสงครามขึ้นจริง แม้ว่าจะเริ่มมีอุณหภูมิความตึงเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องก็ตาม

ขณะที่อีกราว 58% เชื่อว่าญี่ปุ่นจะเดินหน้าส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และกองกำลังป้องกันตนเอง มาช่วยไต้หวันสู้ หากเกิดสงครามขึ้นจริง

ส่วนอีก 35% ไม่เชื่อว่ากองกำลังญี่ปุ่นจะเข้าช่วย และอีก 28.5% ก็ไม่เชื่อว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯเช่นกัน

📌 ส่วนชาวญี่ปุ่นคิดเห็นอย่างไร

สำนักข่าว South China Morning Post ไปสอบถามความเห็นของหนุ่มชาวญี่ปุ่นหลายคน ซึ่งล้วนกล่าวไปในทางเดียวกันว่า ไม่คิดว่าญี่ปุ่นจะใช้กำลังเข้าช่วยไต้หวันได้

อิซเซอิ อิซาวา วัย 22 ปี บอกว่า ไม่มีความคิดที่จะเข้าร่วมกองกำลังป้องกันตนเอง และแม้จะเกิดสงครามขึ้นจริงเขาก็คิดว่า สงครามจะสิ้นสุดลงก่อนที่เขาจะฝึกซ้อมเสร็จด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น เพราะญี่ปุ่นไม่สามารถต่อสู้ให้กับไต้หวันได้

ขณะที่อีกคนกล่าวว่า การที่ญี่ปุ่นอาจเข้าช่วยไต้หวัน ในความขัดแย้งระหว่างไต้หวันกับจีน เป็นเพียงความฝันของชาวไต้หวันเท่านั้น

ศจ.ชิเกมูระ ระบุว่า หนทางเดียวที่ญี่ปุ่นอาจมีส่วนร่วมในความขัดแย้งประเด็นไต้หวัน ก็คือ หากเกิดการต่อสู้กันและรวมเอาเกาะโอกินาว่าของญี่ปุ่นเข้าไปด้วย ซึ่งเกาะดังกล่าวมีฐานทัพสหรัฐฯขนาดใหญ่ จึงอาจมีผลให้เกิดการต่อสู้ขึ้นได้

📌 เพนตากอนเพิ่มเป้าหมายในอินโด-แปซิฟิก เพื่อต้านจีนและรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมของสหรัฐออกแถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ เรื่องการเตรียมยกระดับคุณภาพของบุคลากรและสรรพาวุธ ควบคู่ไปกับการขยายอาณาเขตของพื้นที่สำหรับปฏิบัติการทางทหาร ในดินแดนกวม หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา และออสเตรเลีย โดยมีการระบุอย่างตรงไปตรงมาด้วยว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จีนกำลังแผ่ขยายอิทธิพลทางทหารของตัวเองลงมาทางใต้

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของรัฐบาลวอชิงตัน ยืนยันว่ารายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถเปิดเผยได้ ด้วยเหตุผลด้านชั้นความลับและความมั่นคง อย่างไรก็ตามเป็นการตอกย้ำว่า สหรัฐเพิ่มการให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ในระดับที่มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยนอกจากเพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหมกับทุกประเทศร่วมภูมิภาคแล้ว ยังจะเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางทหาร และด้านการต่างประเทศ ระหว่างสหรัฐกับพันธมิตรอีกหลายแห่งด้วย ไปจนถึงการขยายขอบเขตความร่วมมือ เพื่อต้านทาน “ความก้าวร้าว” จากรัสเซีย

📌 เดินสายเยือนพันธมิตร

ในเวลาเดียวกัน นายแดเนียล คริเทนบริงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศด้านกิจการเอเชียตะวันออก อยู่ระหว่างเดินสายเยือน 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ระหว่างวันที่ 27 พ.ย. จนถึงวันที่ 4 ธ.ค.นี้ เพื่อเน้นย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลวอชิงตัน ที่ให้ความสำคัญและต้องการร่วมมือกับภูมิภาคแห่งนี้ ในการบริหารจัดการและฝ่าฟันความท้าทายนานัปการ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ขณะเดียวกัน สหรัฐต้องการเดินหน้าผลักดันจุดยืนของตัวเอง และการสนับสนุนที่มีต่อ “ความเป็นเสรีและการเปิดกว้าง” ของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน และสถานการณ์ในเมียนมา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเรียกได้ว่า เป็นการต่อยอดจากการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้าร่วมการประชุมอาเซียน-สหรัฐ ครั้งที่ 9 ซึ่งเป็นหนึ่งในการประชุมย่อยในการหารือประจำปีของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ที่บรูไนเป็นเจ้าภาพ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว

ที่ผ่านมาสหรัฐฯ เพิ่มกองกำลังในอินโด-แปซิฟิกบางส่วนแล้ว โดยมีการประจำการถาวรของฝูงบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี และกองบัญชาการกองปืนใหญ่ที่เคยเป็นการประจำการ หมุนเวียนในเกาหลีใต้ตั้งแต่ช่วงต้นปี ยังทุ่มงบประมาณหลายพันล้านเหรียญ เพื่อปรับปรุงอู่ต่อเรือที่กวมและที่อื่นที่ไม่ระบุในอินโด-แปซิฟิก นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาสถานที่สร้างฐานทัพอากาศทั่วทั้งภูมิภาค ขณะที่ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ออสเตรเลียก็เผยว่าจะใช้เงิน 750 ล้านดอลลาร์ ยกระดับฐานทัพเรือ 4 แห่ง เพื่อให้สามารถซ้อมรบทางทะเลกับสหรัฐฯได้มากขึ้น

📌 ไม่ได้ละทิ้งภูมิภาคอื่น

อย่างไรก็ตาม ตะวันออกกลางยังคงเป็นพื้นที่สำคัญที่กองทัพสหรัฐฯ ยังต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยถือว่าเป็นความรับชอบระดับโลก แม้จะสิ้นสุดสงครามอันยาวนานในอิรักและอัฟกานิสถานแล้วก็ตาม โดยย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องมีความสามารถในการนำกองกำลังไปยังภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดภัยคุกคาม และก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมยังประกาศแผนการขยายกำลังทหารของสหรัฐฯ ในเยอรมนีอีก 500 นาย รวมถึงยุติแผนการตัดกำลังทหารขนาดใหญ่ที่เป็นคำสั่งมาจากสมัยอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

นอกจากให้ความสำคัญกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ที่สหรัฐฯยืนยันว่าเพิ่มกองกำลังประจำการทีละน้อย โดยจะได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันสหรัฐฯ และยุโรปยังแสดงความกังวลต่อการสะสมกองกำลังรัสเซียใกล้ชายแดนยูเครน ท่ามกลางความกังวลว่ารัสเซียอาจกำลังวางแผนโจมตียูเครนก็เป็นได้.

 

 

 

ที่มา :
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/98130/
workpointtoday : https://workpointtoday.com/abe-taiwan/
mcot : https://tna.mcot.net/world-834572
matichon : https://www.matichon.co.th/foreign/news_3067179
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/526532/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2254846
themomentum : https://bit.ly/31opxMQ

อาเบะระบุญี่ปุ่น-สหรัฐไม่นิ่งเฉยแน่ หากจีนโจมตีไต้หวัน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ