skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : อินโดนีเซียเริ่มสร้างโรงงานแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกในอาเซียน

📌 เปิดศักราชใหม่

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย เข้าร่วมการพิธีวางฐานราก โครงการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.8 หมื่นล้านบาท ในเขตคาราวัง จังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกในอินโดนีเซีย และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โรงงานแห่งนี้สร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างอินโดนีเซีย แบตเตอรี่ คอร์พอเรชัน (ไอบีซี) บริษัทฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป และบริษัท แอลจี เอ็นเนอร์จี โซลูชัน และจะผลิตแบตเตอรีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตโดยฮุนได หลังการลงนามมูลค่า 9,800 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.8 แสนล้านบาท เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

เขากล่าวว่า การก่อสร้างโรงงานแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้า เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของอินโดนีเซีย ในการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่เคยพึ่งพารายได้จากการส่งออกวัตถุดิบเป็นหลัก สู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรม

เขาย้ำด้วยว่า อินโดนีเซียเป็นแหล่งสำรองแร่นิกเกิลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหากมีการบริหารจัดการนิกเกิล ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เขาเชื่อว่า อินโดนีเซียจะกลายเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าจากแร่นิกเกิล เช่น แบตเตอรีลิเธียม และแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้า รายใหญ่ได้ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า

อุตสาหกรรมนิกเกิลปลายน้ำจะช่วยเพิ่มมูลค่าของแร่นิกเกิล โดยหากเข้าสู่การผลิตเป็นแบตเตอรี ราคาของนิกเกิลจะเพิ่มสูงขึ้น 6-7 เท่า และหากนำไปใช้ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ราคาของนิกเกิลจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 11 เท่า การพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรีจะช่วยให้อินโดนีเซีย เป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับอุตสาหกรรม ที่ใช้แบตเตอรี เช่น  การลงทุนผลิตรถยนต์และรถโดยสารไฟฟ้า เป็นต้น

นอกจากนี้บาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีการลงทุน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการประสานการลงทุนอินโดนีเซีย กล่าวในพิธีวางฐานรากด้วยว่า อินโดนีเซียจะสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ภายในเดือน พ.ค.ปีหน้า โดยการผลิตนี้เป็นการลงทุนของบริษัทฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ปของเกาหลีใต้ เป็นเงิน 1,500 ล้านดอลลาร์

📌 ปัจจัยเกื้อหนุน

อินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตนิกเกิลรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยปัจจุบันมีปริมาณแร่นิกเกิลสัดส่วนมากถึง 25% ของปริมาณทั้งหมดในโลก ความได้เปรียบนี้ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซีย มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับตั้งเป้าเมื่อปีที่แล้วว่า ภายในปี 2030 จะต้องเป็นประเทศที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่พัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าภายในในประเทศ ตลอดจนการทำตลาดสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปกติแล้วชาวอินโดนีเซียนิยมใช้รถมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์

ภายใต้แผนการนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียจะจัดตั้งบริษัทโฮลดิงส์แห่งใหม่ซึ่งเป็นของรัฐบาล เพื่อกำกับดูแลการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ โดยกระทรวงกิจการวิสาหกิจของรัฐบาล ระบุว่าบริษัทของรัฐบาลทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บริษัทเหมืองมายด์ไอดี, บริษัทเหมืองอเนกาตัมบัง, บริษัทน้ำมันเปอร์ตามินา และบริษัทไฟฟ้าพีแอลเอ็น ได้ลงนามข้อตกลงผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 16มี.ค. ตั้งบริษัทใหม่ชื่ออินโดนีเซีย แบตเตอรี่ คอร์พอเรชัน (ไอบีซี)ซึ่งแต่ละบริษัทถือหุ้น25%

ความเป็นหุ้นส่วนครั้งนี้ครอบคลุมถึงการร่วมทุน ในระบบห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการผลิตนิกเกิล วัตถุดิบในขั้นเริ่มต้น แคโทด เซลล์แบตเตอรี่ ระบบการเก็บพลังงานแบตเตอรี่ไปจนถึงการรีไซเคิลและที่ผ่านมาไอบีซีได้รับการติดต่อจากหลายบริษัททั่วโลก ทั้งจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ และยุโรป

📌 ตลาดพลังงานทางเลือก

มีบริษัทต่างชาติอีกหลายแห่งกำลังลงทุน สร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ด้วยแร่นิกเกิลในอินโดนีเซีย รวมถึง บริษัท ชิงซาน โฮลดิ้ง กรุ๊ป ของจีน และมีรายงานว่า บริษัท เทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่แห่งสหรัฐ ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ แสดงความสนใจที่จะลงทุนสร้างโรงงาน ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในอินโดนีเซียเช่นกัน

เมื่อราวกลางเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียแถลงว่า เทสลา อิงค์ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐ เตรียมส่งทีมงานมายังอินโดนีเซียในเดือนม.ค. เพื่อเข้าร่วมหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการลงทุนด้านซัพพลายเชนสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

มีรายงานว่า ปธน.วิโดโดและนายลูฮัท แพนด์ไจตัน รมว.ประสานงานด้านการเดินเรือและการลงทุนได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลาเมื่อวันที่11 ธ.ค. เพื่อหารือถึงโอกาสด้านการลงทุนของเทสลาในอินโดนีเซีย

เพราะเทสลาเองก็ต้องการที่จะจองวัตถุดิบ สำหรับการผลิตแบตเตอรี่ปริมาณมหาศาล ซึ่งถ้าหากมีการตกลงกันอย่างเป็นทางการแล้ว จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเทสลา ที่ต้องการผลิตแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพและราคาถูกลง จะส่งผลทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาถูกลงมากกว่านี้

ก่อนหน้านี้เทสลาได้จ้างให้ผู้ผลิตรายอื่นๆผลิตแบตเตอรี่ให้ ไม่ว่าจะเป็น พานาโซนิคจากญี่ปุ่น หรือ CATL จากจีน เป็นต้น ให้ผลิตแบตเตอรี่ให้กับบริษัท ก่อนที่จะมีการประกาศในงาน Battery Day ของบริษัทว่า จะมีการผลิตแบตเตอรี่จากทางบริษัทเพิ่มด้วยในเร็วๆ นี้

📌 จีนยังคงเป็นเจ้าตลาด

สิ่งที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย ตอกย้ำถึงความสำคัญของตลาดรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และหากจะพูดถึงตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทั้งคันแล้ว จีน ยังครองความเป็นเจ้าตลาด โดยเมื่อเดือนก.ย. ศูนย์วิจัยยานยนต์ของเยอรมนี ระบุว่า จีนจะเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ขนาดใหญ่ที่สุดของโลกภายในสิ้นปี 2020 เพราะการสนับสนุนการลงทุนของโรงงานเทสลาที่เซี่ยงไฮ้ โดยในปี 2019 จีนมียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสิ้น 1.2 ล้านคัน

ศูนย์วิจัยยานยนต์แห่งนี้ บอกด้วยว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2020รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบและรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด และไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนร่วมกัน สามารถทำยอดจำหน่ายในยุโรปเกือบ 400,000 คัน ส่วนยอดจำหน่ายในจีนน้อยกว่ายุโรปแค่ 7,200 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน

ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ของเทสลาในจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยโรงงานกิกะแฟคทอรี เทสลา เซี่ยงไฮ้ มีส่วนส่งเสริมยอดจำหน่ายเกือบ 50,000 คัน ในช่วงครึ่งแรกของปี และเนื่องจากยอดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในหลายประเทศของยุโรปอยู่ในระดับสูง ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริดในยุโรปพลอยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เทสลามีอัตราการผลิตรถยนต์โมเดล 3 ที่โรงงานกิกะแฟคทอรีในนครเซี่ยงไฮ้ของจีนอยู่ที่สัปดาห์ละ 4,000 คัน และบริษัทยังเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์โมเดล 3 ในไตรมาสสอง พร้อมทั้งประกอบรถยนต์อเนกประสงค์โมเดล วาย ที่มีแผนส่งมอบแก่ลูกค้าภายในปี 2021

การที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลาขายดีส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการปรับลดราคารถยนต์โมเดล 3 รุ่นสแตนดาร์ดฯ ที่ผลิตในจีนลงจาก 303,550 หยวน (ราว 1.36 ล้านบาท) เหลือ 271,550 หยวน (ราว 1.22 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ตามข้อกำหนดสิทธิรับเงินอุดหนุนของรัฐบาลท้องถิ่น

สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน สะท้อนว่าในอนาคตไม่ไกลเกินรอ ราคารถยนต์ไฟฟ้าทั้งคันจะถูกลง เป็นราคารถยนต์ที่ตลาดมวลชนซึ่งเน้นการขายปริมาณมาก (Mass Market)สามารถเข้าถึงได้ เพราะทัศนะคติของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยให้การบริโภคพลังงานแบบดั้งเดิมลดลง

 

ที่มา :

nationtv : https://www.nationtv.tv/news/378840193

thestandard : https://thestandard.co/lg-invest-electric-vehicle-battery-factory/

bangkokbiznews : https://www.bangkokbiznews.com/news/915085

bangkokbiznews : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/929887

อินโดนีเซียเริ่มสร้างโรงงานแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกในอาเซียน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ