skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : สหภาพยุโรปและโปแลนด์ประณามทางการเบลารุส ใช้ผู้อพยพ “เป็นเครื่องมือทางการเมือง” ด้วยการปล่อยให้พยายามข้ามพรมแดนเข้ามาในโปแลนด์

คณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป ( อียู ) ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลเบลารุส “ใช้มนุษย์เป็นเครื่องมือทางการเมือง” ต่อยุโรป และขอเรียกร้องประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส ยุติการทำให้ชีวิตของมนุษย์ต้องตกอยู่ในอันตราย

พร้อมกล่าวหาผู้นำเบลารุสว่ากำลังใช้วิธีแบบอันธพาลและไร้มนุษยธรรม ในการล่อลวงผู้อพยพด้วยคำสัญญาที่ไม่เป็นความจริงว่า พวกเขาจะสามารถเข้าสู่สหภาพยุโรปได้โดยง่าย ทำให้ผู้อพยพจำนวนมาแห่ไปที่ชายแดน โดยเฉพาะจุดที่ติดกับโปแลนด์ มีผู้คนมารวมตัวกันกว่า 3,000 คนแล้ว โปแลนด์เพิ่มกำลังทหารบริเวณชายแดนขึ้นอีกกว่า 12,000 นาย หลังจากมีกลุ่มคนพยายามตัดรั้วกันพรมแดนเมื่อวันจันทร์ (8 พ.ย.) โดยหน่วยตระเวนชายแดนเผยว่า มีความพยายามข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายแล้วมากกว่า 300 ครั้ง และมีผู้อพยพเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ราย

📌 หวั่นซ้ำรอย

ด้านกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์ออกแถลงการณ์ประณามเบลารุส “เจตนาสร้างสถานการณ์ตึงเครียด” ตามแนวพรมแดนที่ติดกัน ด้วยการเปิดทางให้ผู้อพยพผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิรัก พยายามทะลักผ่านโปแลนด์เข้าสู่ทวีปยุโรป บรรยากาศซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่า จะซ้ำรอยวิกฤติผู้อพยพเมื่อปี 2015 โดยทางการโปแลนด์กล่าวด้วยว่า ผู้อพยพส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้ “การควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ” ของกองทัพและเจ้าหน้าที่รัฐบาลเบลารุส

ขณะเดียวกัน รัฐบาลวอร์ซอยังกล่าวว่า ลูคาเชนโกต้องการ “ล้างแค้น” ต่อโปแลนด์ ลิทัวเนีย และลัตเวีย ที่ร่วมกันเรียกร้องให้อียูใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเบลารุส จากกรณีทางการเมืองเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีของเบลารุส ซึ่งลูคาเชนโกชนะเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกัน แต่หลายประเทศไม่ยอมรับ และประณามว่า “มีการทุจริตเป็นวงกว้าง” และเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งทางการเบลารุสต้องการให้สถานการณ์ผู้อพยพเพิ่มแรงกดดัน ให้อียูยกเลิกมาตรการกดดันทั้งหมด

ต่อมากระทรวงมหาดไทยของโปแลนด์ยืนยันว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ตามแนวพรมแดนทางตะวันออกที่ติดกับเบลารุสได้แล้ว และเร่งเสริมแนวรั้วกั้นให้แข็งแกร่งชึ้นอีก พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงออกลาดตระเวน หลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนนี้

ส่วนผู้อพยพบางคนบอกกับสำนักข่าวบีบีซี ผ่านทางโทรศัพท์ว่าพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่เบลารุสยึดโทรศัพท์ และผลักดันไปยังรั้วกันพรมแดน และต้องอยู่ที่นั่นข้ามคืนท่ามกลางอากาศหนาวต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส และความหิวโหย มีผู้เสียชีวิตไปหลายรายแล้วในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

📌 โทษรัสเซียบงการ

นายกรัฐมนตรีมาแตอุซ มอราวีแยตสกี (Mateusz Morawiecki) ผู้นำโปแลนด์ แถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่าวิกฤติด้านมนุษยธรรมตามแนวชายแดนครั้งนี้ เกิดขึ้นจาก “น้ำมือ” ของประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส “และบงการโดยรัสเซีย” เพื่อใช้กลุ่มคนเหล่านี้ “เป็นเครื่องมือทางการเมือง”

ด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงสถานการณ์ระหว่างพรมแดนเบลารุสกับโปแลนด์ ว่าอียูควรมอบเงินสนับสนุนให้แก่เบลารุส เพื่อใช้ในการควบคุมสถานการณ์ แบบเดียวกับที่เคยตกลงกับตุรกี เมื่อครั้งเกิดวิกฤติแบบเดียวกันนี้ เมื่อปี 2015

📌 ไม่รู้ไม่ชี้

อย่างไรก็ตาม สำนักงานลาดตระเวนและควบคุมพรมแดนของเบลารุสมีแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามแนวพรมแดนเพียงว่า ผู้อพยพเหล่านี้แม้อาจไม่มีเอกสารถูกต้องทั้งหมด แต่ต้องการดำเนินการตามสิทธิของตัวเอง ในการสมัครสถานะผู้ลี้ภัยกับอียู และกลุ่มคนเหล่านี้ “ไม่ใช่ภัยคุกคามความมั่นคง”.

ส่วนนายลูคาเชนโก ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า เขาต้องการหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งทางทหารบริเวณชายแดน ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดึงให้รัสเซีย มหามิตรของพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง และว่าเขาไม่ใช่คนบ้า แต่ไม่ยอมคุกเข่าให้ใคร

ล่าสุดี่กระทรวงกลาโหมของเบลารุสเชิญผู้ช่วยทูตทหารของโปแลนด์เข้าพบ “เพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการ” ต่อ “ข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง” และ “แสดงความวิตกกังวล” ต่อการที่โปแลนด์เสริมกำลังทหารมากกว่า 6,000 นาย ตลอดแนวชายแดนที่ติดกัน

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/458428/
https://www.dailynews.co.th/news/460973/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2238937
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000111154

อียูประณามเบลารุสปล่อยผู้อพยพทะลักเข้ายุโรป

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ