skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : เกาหลีใต้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี คนที่ 20 ของประเทศ ขณะที่คู่ชิงที่ถูกจับตามากที่สุดคือ “ลี แจ-มยอง” จากพรรครัฐบาล กับ “ยูน ซุค-ยอล” จากฝ่ายขั้วฝ่ายค้าน

เกาหลีใต้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี คนที่ 20 ของประเทศ ระหว่างเวลา 06.00-18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 04.00-16.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามอง เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางหลายปัญหาที่รุมเร้าเกาหลีใต้ ทั้งเศรษฐกิจ พิษโควิด-19 และเรื่องความมั่นคง

ขณะที่ชาวเกาหลีใต้ ตื่นตัวออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วกว่า 37% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 44 ล้านคน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งที่กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และกักตัวอยู่ที่บ้าน สามารถออกไปลงคะแนนได้เช่นกัน โดยต้องใช้พาหนะซึ่งภาครัฐจัดเตรียมไว้ให้ และการใช้สิทธิของกลุ่มคนเหล่านี้จำกัดเวลาเพียง 90 นาที ระหว่าง 18.00-19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (16.00-17.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

📌 ผู้สมัครที่โดดเด่น

การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีถึง 14 คน โดยผู้ชนะจะรับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ซึ่งอยู่ในวาระครบ 5 ปี และไม่สามารถลงสมัครได้อีก ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ในวาระได้สมัยเดียว โดยผู้ชนะจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 10 พ.ค. นี้

แต่แทบทุกฝ่ายยกให้มีผู้สมัครตัวเก็งเพียง 2 คน คือ อี แจ-มยอง (Lee Jae-myung) วัย 57 ปี จากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี (Democratic Party of Korea: DPK) พรรครัฐบาลของมูน แจ-อิน ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน เป็นพรรคหัวก้าวหน้า ซึ่งอี แจ-มยอง เคยเป็นทนายสิทธิมนุษยชน ก่อนที่จะได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคยองกี มีผลงานเรื่องการขยายสวัสดิการของรัฐเพื่อกลุ่มคนอายุน้อยที่ว่างงาน

ส่วนอีกหนึ่งคน คือ ยุน ซุค-ยอล (Yoon Suk-yeol) อดีตอัยการสูงสุด ตัวแทนพรรคพลังประชาชน (People Power Party: PPP) เป็นขั้วฝ่ายค้านในรัฐบาลปัจจุบัน มีจุดยืนอนุรักษ์นิยม ซึ่งเขาเคยเป็นอัยการที่ทำคดีทุจริตต่างๆ และมีส่วนในการสอบสวนคดีจนนำอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้เข้าคุกถึง 2 คน หนึ่งในนั้นคือ ปาร์ค กึน-เฮ รวมทั้งทายาทบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง

📌 การหาเสียงรูปแบบใหม่

การแข่งขันครั้งนี้สูสีจนอาจเรียกได้ว่าสร้างความแตกแยกในสังคมเกาหลีใต้ และกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญ จนทำให้ผู้สมัครต้องเปลี่ยนแนวทางการหาเสียงออกจากกรอบเดิมๆ มาใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเรียกกระแสและสร้างการจดจำ ทิ้งภาพลักษณ์ของนักการเมืองรุ่นเก่า หันหน้าเข้าหาคนรุ่นใหม่แทน

ตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน คือ อี แจ-มยอง ที่ลงทุนแต่งตัวทำคลิปหาเสียงออนไลน์นับไม่ถ้วน โดยนโยบายที่เป็นที่จดจำของลี คือการเสนอให้การรักษาผมร่วงครอบคลุมอยู่ในระบบประกันสุขภาพของรัฐด้วย ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนและถูกวิจารณ์อย่างหนัก

การหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้เราแทบจะไม่เห็นนโยบายลงลึกของทั้งสองพรรคเท่าไรนัก เนื่องจากพรรคการเมืองพยายามสร้างกระแสข่าวฉาวของคู่แข่ง พยายามนำเสนอว่าใครเคยทำผิดอะไร ใครมีชนักติดหลังแบบไหน จนพวกเขาถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลายครั้ง

เทคนิคการรณรงค์หาเสียงแบบเน้นสาดโคลน ทำให้สื่อในเกาหลีใต้ รวมถึงสื่อต่างประเทศมองว่าใจความสำคัญของการเลือกตั้งปี 2022 ถูกกลบโดยพรรคการเมืองด้วยกันเอง เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ได้อะไรที่สุดครั้งหนึ่งของเกาหลีใต้ ท่ามกลางนโยบายแบบประชานิยม การสาดโคลนใส่กัน ผู้สมัครที่มาแรงทั้งสองคนยังไม่ได้กล่าวถึงวิธีการจัดการกับความเหลื่อมล้ำ และวิธีรับมือกับกลุ่มชนชั้นนำของประเทศอย่างกลุ่มแชโบลแต่อย่างใด

📌 นโยบายหาเสียงเคล้าข่าวทุจริต

ประเด็นหลักในการหาเสียงของ อี แจ-มยอง ตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี ยังคงเป็นเรื่องการรับมือกับโควิด-19 เขายืนยันว่าหากได้เป็นประธานาธิบดี งานแรกที่จะทำทันทีคือการตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อการบรรเทาทุกข์จากโควิด-19 และประกาศตัวว่า แม้จะอยู่พรรคเดียวกับประธานาธิบดี มุน แจ-อิน แต่เขายังไม่เห็นด้วยการกับเยียวยาของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

นโยบายเกี่ยวกับโครงสร้างทางสังคม เขากล่าวว่าจะจัดการกับตลอดอสังหาริมทรัพย์ ปรับมาตรฐานใหม่เพื่อให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ตรวจสอบการทำธุรกรรมเก็งกำไรจากอสังหาฯ เน้นเรื่องขยับรายได้ขั้นพื้นฐานต่อหัวให้สูงขึ้น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โครงการปรับปรุงชุมชน รวมถึงการผลักดันเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลและการใช้พลังงานหมุนเวียน

หลังราคาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีราคาแพงจนคนรุ่นใหม่ไม่สามารถครอบครองได้อีกต่อไป หากเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว ราคาเฉลี่ยของอะพาร์ตเมนต์ทั่วไป 1 ห้องในกรุงโซล เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีมูน แจ-อิน ราคาอะพาร์ตเมนต์ในปัจจุบันหากเทียบตามอัตราส่วนรายได้ของประชากร ถือว่าแพงกว่านิวยอร์ก โตเกียว และสิงคโปร์

ส่วนประเด็นสังคมอื่นๆ เขาค่อนข้างสนับสนุนแนวคิด ‘สตรีนิยม’ หรือ ‘เฟมินิสต์’ และคาดหวังว่าแนวคิดเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศที่กลุ่มเฟมินิสต์พยายามขับเคลื่อน จะทำให้โลกและสังคมในเกาหลีดีขึ้นกว่าเดิม

ส่วนนโยบายด้านการต่างประเทศ อี แจ-มยอง มองว่าจำเป็นต้องผูกมิตรกับสหรัฐอเมริกาและจีนไปพร้อมกัน และเห็นด้วยกับนโยบาย เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ที่ ประธานาธิบดี มุน แจ-อิน ทำอยู่ก่อนแล้ว ส่วนเรื่องการรับมือกับเกาหลีเหนือ เขาและพรรคประชาธิปไตยเกาหลี ยังคงมุ่งมั่นใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตและสันติวิธี เพื่อป้องกันสงครามบนคาบสมุทร ไปจนถึงความพยายามที่จะทำให้เกิดการร่วมมือทางเศรษฐกิจของสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม อี แจ-มยอง เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการกล่าวหาว่า โวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ประธานาธิบดียูเครน เป็นผู้ ‘ยั่วยุ’ รัสเซียให้โจมตียูเครน เพราะพยายามเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาโต้ ความคิดเห็นของเขาถูกนำไปตั้งกระทู้ในโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางเสียงด่าทอและผิดหวังของประชาชน จนภายหลังต้องออกมาขอโทษและหันมาประณามการรุกรานของรัสเซีย

ในแง่ข่าวฉาวที่ติดตัวมาตั้งแต่แรก สมัยที่เป็นนายกเทศมนตรีจังหวัดซองนัม ก่อนย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคยองกี เขาเคยมีปัญหาเรื่องการเกี่ยวพันโครงการพัฒนาที่ดินและการสร้างอพาร์ตเมนต์ในซองนัมเมื่อปี 2015 ขณะที่การสอบสวนเรื่องราวดังกล่าวไม่คืบหน้าไปไหน เนื่องจากมีการขัดขวางการทำคดี และมีผู้เกี่ยวข้องหลายคนฆ่าตัวตาย ประเด็นดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับความกระจ่างจนถึงทุกวันนี้

ส่วนภรรยาของเขาเคยมีข่าวลือว่าใช้ข้าราชการยักยอกเงินหลวง ใช้พนักงานรัฐทำงานที่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัว และตัวของ อี แจ-มยอง อาจเคยเกี่ยวข้องกับคดีความรุนแรงทางเพศ ซึ่งข้อมูลชุดนี้ขัดแย้งกับการที่เขาออกตัวว่าสนับสนุนเฟมินิสต์ เพราะพรรคการเมืองคู่แข่งพยายามนำเสนอให้สังคมเห็นอีกแง่มุมของเขา

📌 นโยบายหาเสียงเคล้าข่าวลือเรื่องเหยียดเพศ

นโยบายหลักของ ยุน ซอก-ยอล กับพรรคพลังประชาชน คือการพยายามเอาชนะใจคนรุ่นใหม่เพศชาย ทั้งนโยบายปรับเพิ่มงานเดือนเกณฑ์ทหารเป็น 2 ล้านวอน มุ่งผลักดันทำให้โซลกลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจสตาร์ทอัพ ในแง่นโยบายทางเศรษฐกิจ เขามองว่าเอกชนถือเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนรัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นผู้คอยผลักดัน สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และประกาศว่าจะเพิ่มโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงเพิ่มโทษต่อผู้ที่กล่าวหาว่าคนอื่นกระทำการใดๆ ที่ล่วงละเมิดทางเพศแบบไม่มีหลักฐาน

ยุน ซอก-ยอล โพสต์เฟซบุ๊กว่าถ้าชนะการเลือกตั้ง หนึ่งในงานที่จะต้องทำให้สำเร็จโดยเร็วคือการยุบกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศและครอบครัว (Ministry of Gender Equality and Family) หรือชื่อเดิมที่เรียกกันว่า ‘กระทรวงสตรี’ ทิ้งทันที และแทนที่ด้วยกระทรวงใหม่ที่ไม่แบ่งแยกเรื่องเพศ เพราะหลายครั้งหลายหน กระทรวงความเท่าเทียมทางเพศและครอบครัวถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอคติในการจัดการคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองชื่อดัง เช่น การนิ่งเฉยต่อคดีล่วงละเมิดทางเพศเลขานุการของอดีตนายกรัฐมนตรีโซล ปาร์ค วอน-ซูน (Park Won-soon) และอดีตนายกเทศมนตรีปูซาน โอ คอ-ดน (Oh Keo-don)

ในการสัมภาษณ์ช่วงต้นปี 2022 ยุน ซอก-ยอล กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “ตอนนี้เกาหลีใต้ไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเพศแล้ว” และแสดงความคิดเห็นว่าการเรียกร้องของกลุ่มเฟมินิสต์ ส่งผลให้อัตราการเกิดในเกาหลีใต้ต่ำลง เฟมินิสต์ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงทางการเมือง ส่งผลให้ผู้ชายไม่อยากออกเดตกับผู้หญิงเพราะเกิดการสร้างภาพจำว่าผู้หญิงยุคใหม่เป็นคนเจ้าอารมณ์

นโยบายเรื่องเพศและความคิดเห็นของเขา ได้รับการสนับสนุนล้นหลามจากกลุ่มแอนไทเฟมินิสต์และผู้ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยม จนกระทั่งการดีเบตครั้งสุดท้ายของเหล่าผู้สมัครประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล จะแก้คำพูดของตัวเองที่เคยให้กับสื่อไว้เป็น “ผมคงพูดแบบชี้ขาดเลยไม่ได้ว่าเกาหลีใต้ไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเพศ”

ด้านนโยบายต่างประเทศ เขาเน้นเรื่องการผูกมิตรทางการค้ากับสหรัฐฯ และจีน พยายามทำให้ประชาชนเห็นว่าเกาหลีใต้จะแยกเรื่องเศรษฐกิจออกจากความขัดแย้งทางการเมืองให้ได้ และจะผลักดันให้เกาหลีใต้มีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น นอกจากนี้จะเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น และหาทางปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ด้วยการทำให้กองกำลังของเกาหลีใต้เข้มแข็งขึ้น ติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ เพื่อยับยั้งการรุกรานของเกาหลีเหนือ

เรื่องราวที่ทำให้ ยุน ซอก-ยอล ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนีไม่พ้นนโยบายทางสังคมที่เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มแอนไทเฟมินิสต์ การเลือกฐานเสียงหลักเป็นผู้ชายและกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงเรื่องการเป็นหน้าใหม่ที่ไร้ประสบการณ์ในการเมืองระดับประเทศ จนทำให้ถูกตั้งฉายาว่าเป็น ‘โดนัลด์ ทรัมป์ สาขาเกาหลีใต้’ (Yoon Suk-yeol the South Korean Trump)

📌 ท่ามกลางโควิดกลับมารุกหนัก

สำหรับปัจจัยสำคัญประกอบการตัดสินใจของชาวเกาหลีใต้นั้น นอกเหนือจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งในส่วนของสหรัฐและเกาหลีใต้ ยังมีเรื่องของเศรษฐกิจและปากท้อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องอสังหาริมทรัพย์ และการควบคุมโรคโควิด-19

ซึ่งวันลงคะแนนเป็นวันที่สำนักงานควบคุมโรคเกาหลี ( เคซีดีเอ ) รายงานว่า เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 342,446 คนภายในวันเดียวเป็นครั้งแรก ทำลายสถิติสูงสุดรายวันนับตั้งแต่พบการระบาดของเชื้อโอมิครอน และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 158 ราย ขณะที่ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมามีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เฉลี่ยกว่า 200,000 คนต่อวัน

เกาหลีใต้นับว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงต้น เนื่องจากมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกและแกะรอยตามผู้ใกล้ชิดอย่างมีประสิทธิภาพ แต่การบริหารจัดการกับการระบาดของโควิด กลับไม่ถูกนำมาเน้น หรือให้ความสำคัญในการหาเสียงมากนัก หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูง เมื่อเริ่มพบการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน

 

 

ที่มา :

thaipbs : https://news.thaipbs.or.th/content/313466
themomentum : https://themomentum.co/analysis-south-korea-election-2022/?fbclid=IwAR2cHZnbmFMo5knWzAWmhgwAPnKI1j9CltuP-AzUJ_spEobRj1mx6tomFZk
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/837880/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2336565
mcot : https://tna.mcot.net/world-898334

เกาหลีใต้เปิดคูหาเลือกตั้งประธานาธิบดี คนที่ 20

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ