skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : เกาหลีใต้เปิดฉากหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่

ผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ เปิดฉากแคมเปญหาเสียงอย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคาร ก่อนการลงคะแนนในวันที่ 9 มี.ค. นี้ โดยผู้ชนะจะรับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ซึ่งอยู่ในวาระครบ 5 ปี และไม่สามารถลงสมัครได้อีก ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ในวาระได้สมัยเดียว

สำหรับผู้สมัครตัวเก็งสองคนแรกยังคงมีคะแนนนิยมคู่ขี่สูสีกัน คือนายยุน ซ็อก-ยอล อดีตอัยการสูงสุด ลงสมัครในนามพรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้านชุดปัจจุบัน และนายอี แจ-มยอง นักการเมืองและนักกฎหมายอาวุโส ลงสมัครในนามตัวแทนพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสังกัดทางการเมืองของนายมุน แจ-อิน พรรครัฐบาล

📌 ปะทะคารม

นายอี แจ-มยอง กล่าวปราศรัยครั้งแรกในท่าเรือทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองปูซาน ย้ำว่าเขาพร้อมเปิดรับความเห็นทางการเมืองจากทุกฝ่าย ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แทนที่จะตัดสินว่าใครสังกัดพรรคนั้นพรรคนี้ รัฐบาลที่ทำให้คนเก่งมาทำงานเพื่อประชาชนได้ คือรัฐบาลที่เราทุกคนต้องการไม่ใช่หรือ โดยเรียกแนวทางนี้ว่าเป็น “การเมืองที่เน้นภาคปฏิบัติ” นอกจากนี้ยังเน้นว่าเขาจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ โดยการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซาและทำให้การเติบโตต่อเนื่องเป็นไปได้จริง

ด้านนายยุน ซ็อก-ยอล จากฝ่ายค้าน กล่าวปราศรัยครั้งแรกในกรุงโซล โดยขอให้ประชาชนมาร่วมเปลี่ยนแปลงการเมืองไปด้วยกัน

“มาร่วมกันพิพากษารัฐบาลเสรีนิยมที่โกงกินและไร้น้ำยาชุดนี้ด้วยการเปลี่ยนอำนาจทางการเมือง” โดยย้ำว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ เช่น ปัญหาราคาบ้านพุ่งสูง ปัญหาการว่างงาน และปัญหาโควิด-19

ขณะเดียวกัน นายอัน ชอลซู จากพรรคพีเพิล ก็เปิดการหาเสียงในเมืองแทกู ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักของสายอนุรักษนิยม โดยให้คำมั่นว่าจะสร้างชาติที่ความเที่ยงธรรมต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด

“ผู้สมัครและครอบครัวจากอีก 2 พรรคนั้น พวกเขามีศีลธรรมและใจซื่อมือสะอาดแล้วหรือ” นายอันกล่าวปราศรัย

📌 ต่างก็มีชนักติดหลัง

สื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้แทบทุกแห่งวิเคราะห์ไปในทางเดียวกัน ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ คาดเดายากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สมัครตัวเก็ง ที่ต่างคนต่างมีข้อครหาติดตัว ตั้งแต่การคอร์รัปชั่น และการใช้อำนาจมิชอบ ไปจนถึงเรื่องอื้อฉาวภายในครอบครัว และความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครคนหนึ่ง กับ “คนทรงเจ้า” และแพทย์ฝังเข็ม

ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งชาวเกาหลีใต้ จัดทำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยศูนย์วิจัย “เรียลมีเตอร์” ปรากฏว่า 41.6% ต้องการเลือกนายยุน และ 39.1% ต้องการเลือกนายอี แต่ผลโพลของ “เซาเทิร์น โพสต์” ให้นายยุนมีคะแนนนิยมนำเหนือนายอีเพียง 0.5% คือ 35.5% ต่อ 35.0% โดยนโยบายของผู้สมัครในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และความเหลื่อมล้ำ คือปัจจัยสำคัญลำดับต้น ประกอบการตัดสินใจของประชาชน

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้แน่นอนว่า ได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดจากเกาหลีเหนือ เนื่องจากผู้สมัครตัวเก็งทั้งสองคนมีแนวนโยบายเกี่ยวกับรัฐบาลเปียงยาง ไปในทาง “สายเหยี่ยว” แตกต่างจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งใช้นโยบาย “สายพิราบ” กับรัฐบาลเปียงยาง โดยเฉพาะนายยุน ที่เคยถึงขั้นเสนอแนวคิด เป็นฝ่ายเปิดฉากมาตรการทางทหารกับเกาหลีเหนือก่อนด้วย.

📌 ลูกเล่นใหม่ในการหาเสียง

สำนักข่าว SCMP (South China Morning Post ) รายงานเกี่ยวกับการเลือกตั้งในเกาหลีใต้ หลังหนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำคลิปหาเสียงด้วยเทคโนโลยี Deepfake

ในสำนักงานที่มีผู้คนพลุกพล่านในกรุงโซล พนักงานอายุน้อยและนำสมัย กำลังใช้เทคโนโลยี Deepfake ทำในสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ นั่นคือ การทำให้ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในวัยกลางคน ดูเท่มากกว่าเดิม

ทีมงานได้สร้างร่างอวตารดิจิทัลของ ยุน ซ็อก-ยอล ผู้สมัครพรรคฝ่ายค้าน และใช้ “AI Yoon” ทำหน้าที่ในการรณรงค์หาเสียง

เทคโนโลยี AI เคยใช้ในการเลือกตั้งมาก่อน ตั้งแต่แอนดรูว์ หยาง อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ที่รณรงค์หาเสียงใน metaverse ไปจนถึงคลิปวิดีโอปลอม ๆ ของบารัก โอบามา ที่พูดดูถูกโดนัลด์ ทรัมป์

ผู้สร้าง AI Yoon เชื่อว่า ยุนคือผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของโลก ที่ใช้เทคโนโลยี Deepfake ในการหาเสียงอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจในเกาหลีใต้ ประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยเร็วที่สุดในโลก

📌 ดึงความสนใจคนรุ่นใหม่-กระแสโลกออนไลน์

ด้วยผมสีดำที่หวีอย่างเรียบร้อยและชุดสูทที่ดูดี ร่างอวตารนี้จึงดูใกล้เคียงกับผู้สมัครลงเลือกตั้งชาวเกาหลีใต้ตัวจริง แต่ใช้ภาษาที่เผ็ดร้อนและมีมที่คนรุ่นใหม่นิยมใช้ เพื่อดึงดูดความสนใจกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุน้อย ซึ่งรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์

ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา AI Yoon ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยผู้คนหลายหมื่นระดมส่งคำถาม แต่ไม่ใช่คำถามที่เกี่ยวกับนโยบายทั่วไปเท่าใดนัก

“ถ้าประธานาธิบดีมุน แจ-อิน และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี อี แจ-มยอง กำลังจมน้ำ คุณจะช่วยใคร?” ผู้ใช้รายหนึ่งถาม AI Yoon

“ขอให้ทั้งคู่โชคดี” ร่างอวตารตอบกลับ

แวบแรกที่เห็น AI Yoon อาจคิดว่าเป็นผู้สมัครตัวจริงได้ นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า คลิปวิดีโอปลอม ๆ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Deepfake” มาไกลแค่ไหนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ยุน ผู้สมัครตัวจริงต้องบันทึกเสียงมากกว่า 3,000 ประโยค ทั้งในรูปแบบเสียงและวิดีโอ กินเวลา 20 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อมูลเพียงพอสำหรับสร้างร่างอวตาร ที่สร้างโดยบริษัทเทคโนโลยี Deepfake ในประเทศ

สิ่งที่ร่างอวตารพูดนั้น เขียนโดยทีมหาเสียงของยุน ไม่ใช่ตัวผู้สมัครเอง อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ได้ผลหลังถ้อยแถลงของ AI Yoon กลายเป็นพาดหัวข่าวในสื่อของเกาหลีใต้ และมีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ “Wiki Yoon” ถึง 7 ล้านคน

“ถ้าออกแถลงการณ์แบบการหาเสียงทั่ว ๆ ไป เราคงไม่ได้กระแสตอบรับแบบนี้” แบค คยอง-ฮุน ผู้อำนวยการทีมสร้าง AI Yoon กล่าว

📌 AI สะท้อนแนวคิดผู้สมัคร

ร่างอวตารของยุน ยังใช้อารมณ์ขันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จากเรื่องอื้อฉาวในอดีต เช่น การกล่าวหาว่า เขารับผลไม้จากบริษัทก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นของขวัญที่ไม่ควรรับ ในช่วงที่เขายังเป็นอัยการอาวุโส

คิม มยองจู ศาสตราจารย์ด้านความปลอดภัยทางข้อมูล มหาวิทยาลัยสตรีโซล กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า สคริปต์ที่ใช้ในการหาเสียงของ AI Yoon เป็นภาษาที่ใช้ในเกมออนไลน์

ด้าน โก ซัม-ซอก เจ้าหน้าที่อาวุโสของผู้สมัคร อี แจ-มยอง คู่แข่งของยุน กล่าวหาผู้สมัครไซเบอร์รายนี้ว่า “ละเมิดมารยาททางการเมือง”

แต่การหาเสียงด้วย AI Yoon ยังคงไปได้สวย หลังผลสำรวจการเลือกตั้ง ชี้ว่ายุนมีคะแนนนำหน้าคู่แข่ง อี แจ-มยอง ในกลุ่มผู้ลงคะแนนช่วงอายุ 20 ปี

📌 เทคโนโลยีอันตรายที่อีกมุมอาจมีข้อดี

แบค ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และสมาชิกทีมอีก 2 คน ที่สร้าง AI Yoon ทั้งหมดมีอายุ 20-30 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในพนักงานที่อายุน้อยที่สุด ในแคมเปญหาเสียงของยุน

AI Yoon มาพร้อมกับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากวาทศิลป์ที่ซับซ้อน ซึ่งมักพบในการอภิปรายนโยบายสาธารณะ

หน่วยงานการเลือกตั้งของเกาหลีใต้ อนุญาตให้ผู้สมัคร AI สามารถรณรงค์หาเสียงได้ โดยต้องระบุอย่างชัดเจนว่า เป็นเทคโนโลยี Deepfake และไม่เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้มักถูกมองว่าเป็นอันตราย โดยปี 2018 จอร์แดน พีล ได้ทำวิดีโอ Deepfake ของบารัก โอบามา เพื่อเตือนผู้ชมเกี่ยวกับเนื้อหาที่พวกเขาพบบนโลกออนไลน์ แต่แบคคิดว่า AI คือ อนาคตของการรณรงค์หาเสียง

“มันง่ายมาก ๆ ที่จะสร้างคอนเทนต์จำนวนมาก ด้วยเทคโนโลยี Deepfake” เขา กล่าว “จะมีการใช้เทคโนโลยีนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

 

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/767070/
infoquest : https://www.infoquest.co.th/2022/174240
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/105043/

เกาหลีใต้เปิดฉากหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ