skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : เจาะลึกคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมทำความรู้จักระบบ “เลือกตั้งฝรั่งเศส” แบบเข้าใจง่าย

หลังจากปิดหีบเลือกตั้งฝรั่งเศสในวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. นายเอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนปัจจุบัน วัย 44 ปี ได้ 9,560,545 คะแนน หรือ 27.6% จากพรรคการเมืองการเมืองสายกลาง หรือ ลา รีพับลิก ออง มาร์ช (La République en Marche) ถือว่าเป็นผู้นำฝรั่งเศสคนแรกในรอบ 20 ปี ชนะการเลือกตั้งต่อในสมัยที่ 2

ตามมาด้วยนางมารีน เลอ แปน จากพรรคเนชันแนล แรลลี (National Rally) ได้ 8,109,857 หรือ 23.4% และนายฌอง-ลุค เมลองชอง (Jean-Luc Mélenchon) จากพรรค ลา แฟรงก์ อินซูมิส (La France Insoumise) ได้ 7,605,225 หรือ 22%

แม้ว่านายเอ็มมานูแอล มาครง จะได้คะแนนนำมาเป็นที่ 1 แต่ก็ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นชัยชนะที่แท้จริง เนื่องจากต้องเข้าไปต่อสู้กับผู้สมัครที่เหลือในการเลือกตั้งรอบสอง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครทั้งหมด 12 คน หากผู้สมัครคนใดต้องการชนะตั้งแต่รอบแรก ต้องได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากประชาชนมากกว่า 50% และคณะกรรมการการเลือกตั้งของฝรั่งเศสจึงกำหนดวันลงคะแนนรอบตัดสิน ระหว่างผู้สมัครที่งมีคะแนนมากที่สุดสองอันดับแรก ในวันที่ 24 เม.ย.นี้

📌 คำแถลงหลังผ่านเข้ารอบ

นายมาครง ได้แถลงหลังทราบผลนับคะแนน เรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันยับยั้งผู้สมัครฝ่ายขวาจัด ไม่ให้ได้ครองอำนาจ โดยเขากล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการตัดสินชี้ขาด เขาจะทำงานเพื่อโน้มน้าวคนทุกฝ่าย รวมทั้งคนที่งดออกเสียง คนที่เลือกฝ่ายขวาจัด และฝ่ายซ้ายให้หันมาเลือกเขาให้ได้

มาครงระบุว่า เขาต้องการให้ฝรั่งเศสแข็งแรงในยุโรป ไม่ใช่เนรเทศตนเองออกจากยุโรป และในวันที่ 24 เมษายนนี้ ชาวฝรั่งเศสจะต้องเลือกเพื่อศักราชใหม่ของฝรั่งเศสและยุโรป ที่จะอยู่ด้วยกัน

ด้านนางเลอ แปน ประกาศ ให้คำมั่นว่า เธอจะเป็นประธานาธิบดีของทุกคน และจะฟื้นฟูระเบียบของประเทศภายในกรอบเวลาห้าปีของประธานาธิบดี เพื่อให้ฝรั่งเศสกลับมาเป็นตุดที่โดดเด่นของศตวรรษที่ 21 ที่เต็มไปด้วยโอกาส

📌 สิ่งที่แตกต่างกัน

— มาครง —

ชูเรื่องความต่อเนื่องและความเป็นผู้นำในช่วงวิกฤต ตั้งแต่วิกฤตเงินเฟ้อ โควิด-19 มาจนถึงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน

เน้นว่าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา แต่จะนำแนวทางจากทั้งสองฝ่ายมาปรับใช้ ในมุมฝ่ายขวา เขาจะลดภาษีสำหรับบริษัทมากขึ้น เพิ่มจำนวนตำรวจและผู้พิพากษาหลายพันอัตรา เพิ่มอายุเกษียณจาก 62 เป็น 65 ปี เพื่อลดหนี้มหาศาลของระบบบำนาญ ส่วนในมุมฝ่ายซ้าย เขาให้คำมั่นจะขึ้นเงินบำนาญขั้นต่ำ เพิ่มเจ้าหน้าของหน่วยบริหารสาธารณสุข เพิ่มความเท่าเทียมกันทางเพศ และให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการคุกคามในโรงเรียน

— เลอ แปน —–

แข็งกร้าวเรื่องผู้อพยพเข้าเมืองและอัตลักษณ์ของชาติ แบนการสวมผ้าคลุมศรีษาของหญิงมุสลิมในที่สาธารณะ จัดทำประชามติเรื่องการควบคุมการเข้าเมืองอย่างเข้มงวด รวมถึง การกำหนดให้ต้องยื่นใบสมัครพำนักระยะยาวจากต่างประเทศเท่านั้น / ยกเลิกการได้สัญชาติอัตโนมัติหากเกิดจากพ่อแม่ต่างชาติในแผ่นดินฝรั่งเศส และจะเพิ่มกฎการได้สัญชาติผ่านการสมรสให้ยากขึ้น

ให้ความสำคัญกับคนฝรั่งเศสก่อน เช่น ให้สิทธิในการซื้อบ้านและเข้าถึงบริการสังคมต่างๆ แก่คนฝรั่งเศส ก่อนชาวต่างชาติ และจะเพิ่มเรือนจำ 25000 แห่ง และเพิ่มจำนวนตำรวจ

ลดภาษีน้ำมันและค่าไฟจาก 20% เหลือ 5.5% และเพิ่มเงินบำนาญ

ในด้านนโนบายต่างประเทศ เธอเสนอว่าจะถอนฝรั่งเศสออกจากกองบัญชาการร่วมของนาโต เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเพิ่มอธิปไตยของฝรั่งเศส และเธอยังมีเสนอแนวทางต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความท้าทายต่อรากฐานของสหภาพยุโรปด้วย เช่นการเจรจาเรื่องเขตเชงเกนใหม่ เพื่อเพิ่มด่านเข้าเมือง และไม่ต้องการให้มีกฎหมายอียูใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายฝรั่งเศส

📌 ทำความรู้จักระบบการเลือกตั้งสองรอบ

การที่จะเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ ต้องมีรายชื่อสนับสนุนจากนักการเมืองที่ถูกเลือกจากประชาชน (นายกสภาท้องถิ่น, สภาชิกสภายุโรป, ส.ส., ส.ว. ฯลฯ) ทั้งหมด 500 รายชื่อ เพื่อเป็นการรับรองผู้สมัครว่า มีความสามารถมากพอในการเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่ง 500 รายชื่อที่สนับสนุนจะต้องมาจาก 30 จังหวัดทั่วประเทศ แสดงถึงการได้รับการยอมรับจากทุกภาค

ถือเป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ความเป็นประธานาธิบดีนั้น น่าเชื่อถือและมีน้ำหนัก มีบทบาทของการเป็นประมุขที่แท้จริง และเมื่อได้มาแล้วก็ต้องส่งรายชื่อต่อให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศส ตรวจสอบว่ารายชื่อ 500 รายครบถ้วนหรือไม่ มาจากทั้ง 30 จังหวัดหรือไม่

หลังจากตรวจสอบแล้วถึงจะประกาศว่า ใครสามารถสมัครเข้าชิงตำแหน่งได้ วิธีการเลือกตั้งโดยตรงจึงทำให้สถานะของประธานาธิบดีฝรั่งเศสเข้มแข็งมาก โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีฝรั่งเศส 5 ปี และอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ

📌 เหตุใดต้องเลือกตั้งสองรอบ

วิธีการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในตำแหน่งประมุขของรัฐ จะผ่านการเลือกตั้งโดยตรง และจัดขึ้นสองรอบ โดยประชาชนออกไปเลือกตั้งผู้แทนที่เขตเลือกตั้งทั่วไป เลือกผู้สมัครที่ตัวเองชื่นชอบ ไม่ได้ผ่านคนกลางเหมือนสหรัฐอเมริกา ประเด็นสำคัญที่ต้องใช้ระบบการเลือกตั้งสองรอบ เพราะต้องการให้เสียงที่ลงคะแนนให้ประธานาธิบดี สะท้อนเสียงและเป็นตัวแทนจากการเลือกของประชาชนอย่างแท้จริง

โดยรอบแรกใช้วิธีการ “Absolute Majority” คือต้องได้เสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่ง (มากกว่า 50%) จึงจะได้เป็นประธานาธิบดี ซึ่งเป็นไปได้ยากอยู่แล้ว เพราะการมีผู้สมัครมากถึง 12 คน ทำให้คะแนนเสียงกระจาย พอรอบสองก็คัดสองคนที่ได้คะแนนสูงสุดจากรอบแรกมาแข่งกัน ใช้วิธี “Simple Majority” คือเลือกตั้งแบบธรรมดา เสียงข้างมากเกิน 50% ก็จะชนะ

📌 ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีก็คือทำให้ได้ประธานาธิบดีที่มีคะแนนเสียงสนับสนุนจำนวนมาก มีน้ำหนักมีความเข้มแข็งและความน่าเชื่อถือ ไม่เหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบอื่น ที่หลายครั้งคนที่ได้ลำดับที่ 1- 3 มีคะแนนเสียงต่างกันเพียงเล็กน้อย ส่วนข้อเสียอย่างแรกก็คือสิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะการเลือกตั้งลักษณะนี้ต้องจัดสองรอบ เพื่อแลกมาซึ่งความชอบธรรมและเสียงของประชาชน ข้อที่สองก็คือคือประชาชนอาจเบื่อหน่าย เพราะต้องออกไปเลือกตั้ง 2 รอบในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ รวมถึงยังมีการเลือกตั้งท้องถิ่นอยู่ตลอด

📌 รู้จักโครงการทางการเมืองของฝรั่งเศส

ปัจจุบันฝรั่งเศสใช้รัฐธรรมนูญสาธารณรัฐที่ 5 หรือรัฐธรรมนูญ 1958 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาแก้ปัญหาและเพิ่มบทบาทอำนาจให้ประธานาธิบดีมากขึ้น เป็นระบอบกึ่งประธานาธิบดี กึ่งรัฐสภา รัฐสภาแห่งประเทศฝรั่งเศส แบ่งเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ เหมือนกับประเทศไทย

โดยมีประธานาธิบดีใช้อำนาจบริหารร่วม กับนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งมาตั้งคณะรัฐมนตรี แต่นายกรัฐมนตรีสามารถถูกถอดถอนได้ จากสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาล่าง โดยการลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรี จะต้องผ่านการสนับสนุนโดยเสียงส่วนมากของรัฐสภา

ในส่วนของรัฐสภาประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อทำหน้าที่ผ่านร่างกฎหมายและงบประมาณ รวมทั้งตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร ผ่านทางการถามกระทู้สดในรัฐสภา โดยมีสภารัฐธรรมนูญ (Conseil Consitutionnel) มีหน้าที่รับรองให้บทบัญญัติต่าง ๆ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

โดยสมาชิกสภารัฐธรรมนูญ จะได้รับการคัดเลือกจากประธานาธิบดี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา อนึ่ง อดีตประธานาธิบดียังดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภารัฐธรรมนูญด้วย ในส่วนระบบตุลาการ เป็นแบบระบบกฎหมายที่สืบทอดจากประมวลกฎหมายนโปเลียน แบ่งเป็นสองฝ่าย คือ ศาลแพ่งและอาญา  และศาลปกครอง โดยแต่ละฝ่ายจะมีศาลสูงสุด คือ ศาลยุติธรรมสูงสุด สำหรับคดีความทางแพ่งและอาญา และศาลปกครองสูงสุด

สำหรับคดีด้านปกครอง โดยรัฐบาลฝรั่งเศสรวมถึงหน่วยงานและองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอีกหลายทางด้วย นอกจากนี้ประเทศฝรั่งเศสมีการปกครองแบบรัฐเดี่ยว และแบ่งการปกครองย่อยเป็นแคว้น จังหวัด และเทศบาล ซึ่งจะมีขอบเขตการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นของตัวเองทั้งด้านการคลังและงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลกลางไม่สามารถแทรกแทรงได้

📌 คาดการณ์รอบชิงดำ

ผลโพลจาก Ifop-Fifucial พบว่ารอบชิง นายมาครงมีคะแนนนำนางเลอ แปน อย่างเฉียดฉิวที่เพียง 51% ต่อ 49% ซึ่งเป็นส่วนต่างที่แคบที่สุดที่โพลเคยสำรวจมา

ขณะที่โพลของ BFMTV คาดว่านายมาครงจะได้ 52% ส่วนนางเลอ แปน จะได้ 48%

โพลยังพบว่า คนรุ่นใหม่ราวหนึ่งในสี่และคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป สนับสนุนนายมาครง และมากกว่าหนึ่งในสาม สนับสนุนนายเมล็องชง ส่วนนาง เลอ แปน มีฐานเสียอยู่ที่กลุ่มคนอายุระหว่าง 35-64 ปี

นอกจากนี้ ยังพบว่า สองพรรคการเมืองดั้งเดิมของฝรั่งเศส คือ พรรค La Partie Socialiste และ Les Republicains เกือบล่มสลายโดยสิ้นเชิง เพราผู้สมัครได้คะแนนต่ำกว่า 5% ขณะที่อัตรางดออกเสียงอยู่ที่ 25.16% ซึ่งถือว่าสูง

 

 

ที่มา :
bangkokbiznews : https://www.bangkokbiznews.com/world/998648
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/110656/

เจาะลึกคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส พร้อมทำความรู้จักระบบเลือกตั้ง

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ