เจ้าหญิงซาอุฯ โจมตีทูต UAE ดึงซาอุฯ ร่วมวงเปลี่ยนประเทศเป็นเซคคิวลาร์

เจ้าหญิงซาอุฯ โจมตีทูต UAE ดึงซาอุฯ ร่วมวงเปลี่ยนประเทศ […]

เจ้าหญิงซาอุฯ โจมตีทูต UAE ดึงซาอุฯ ร่วมวงเปลี่ยนประเทศเป็นเซคคิวลาร์

เจ้าหญิงฟะฮฺดะฮฺ บินติ สะอูด บินอับดุลอะซีซ เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ซาอุฯ บุตรีของกษัตริย์สะฮุด บิน อับดุลอะซีซ อดีตผู้นำราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียได้ออกมาโจมตีนายยูสุฟ อัลอุตัยบะฮฺ ทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประจำสหรัฐอเมริกาอย่างรุนแรงต่อสิ่งที่เขาได้กล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าประเทศของเขาต้องการให้รัฐบาลในตะวันออกกลางเปลี่ยนเป็นรัฐบาลฆราวาสนิยม (เซคคิวลาร์) อันหมายรวมถึงอียิปต์ บาห์เรน จอร์แดนและซาอุฯ ด้วย

เจ้าหญิงฟะฮฺดะฮฺได้แสดงความคิดเห็นทางบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวหลายครั้งในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยส่วนหนึ่งกล่าวว่า “นี่เป็นการสมคบคิดวางแผนร้ายต่อซาอุดิอาระเบียและโลกอิสลามทั้งปวง แต่บรรดาผู้นำและประชาชนของเราพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับแผนร้ายนี้”

“ใครบางคนต้องการเปลี่ยนประเทศแห่งมัสญิดหะรอมทั้งสองให้กลายเป็นรัฐฆราวาสนิยม และเปลี่ยนมัสญิดหะรอมทั้งสองให้กลายเป็นของนานาชาติ แต่เราประชาชนซาอุฯ และเหล่าผู้นำประเทศนี้จะปกป้องดินแดนแห่งมัสญิดหะรอมทั้งสองแห่งด้วยตัวเอง”

ในวันเสาร์ทูต UAE กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ว่า “กลุ่มประเทศที่คว่ำบาตรกาตาร์อยู่ในขณะนี้กำลังวางแผนที่จะจัดตั้งรัฐบาลเซคคิวลาร์ขึ้นในตะวันออกกลาง  สิ่งที่พวกเราต้องการเห็นการแยกศาสนาออกจากการเมืองอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความรุ่งเรือง มีอำนาจและเข้มแข็ง”

อัลอุตัยบะฮฺกล่าวอีกว่า “ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นกาตาร์สนับสนุนกลุ่มหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มภารดรภาพมุสลิม (อิควานุลมุสลิมีน) กลุ่มหะมาส กลุ่มฏอลิบาน และกองกำลังอิสลามหลายกลุ่มในซีเรียกับตุรกี นี่คือนโยบายของกาตาร์ที่ดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้ามกับสิ่งที่พวกเราต้องการให้เกิดขึ้นในภูมิภาค”

“นี่เป็นเรื่องที่เราเห็นว่ากาตาร์ไม่อาจทำงานร่วมกับเราได้อีกเป็นเวลานานเพื่ออนาคตของตะวันออกกลาง”

ทูตเอมิเรตส์กล่าวอีกว่า “หากคุณถามซาอุดิอาระเบีย จอร์แดน อียิปต์ บาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่าอะไรคือสิ่งที่ภูมิภาคตะวันออกกลางอยากเห็นในอีก 10 ปีข้างหน้า แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องมองในด้านที่แตกต่างกับกาตาร์อย่างสิ้นเชิง”

เขากล่าวทิ้งท้ายว่า “ความจริงใจในการแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลริยาฎ อบูดาบีหรือวอชิงตัน ทว่ามันขึ้นอยู่กับรัฐบาลโดฮา”

ที่มา : MEMO

Leave a Comment