skip to Main Content
เกิดอะไรในโลก : เดนมาร์กยกเลิกมาตรการโควิด-19 ทั้งหมด ไม่ใช่โรคที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมอีกต่อไป

📌 ปลดล็อกสู่ชีวิตวิถีปกติ

ช่วงเดือนที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเดนมาร์กเริ่มดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งรัฐบาลได้ปล่อยให้การจัดอันดับโรคโควิด เป็นวิกฤติร้ายแรงต่อสังคมหมดอายุไปเมื่อ 10 .. โดยไม่ขยายเวลา ขณะที่กำลังจะยกเลิกมาตรการโควิดที่ยังเหลือบังคับใช้มีเพียงไม่กี่รายการ รวมไปถึง ให้ประชาชนแสดง โคโรนา พาส” (Coronapas) เอกสารการยืนยันการฉีดวัคซีนครบโดสเวลาจะเข้าร้านอาหาร บาร์ สนามกีฬา โรงภาพยนตร์ หรือสถานที่ในร่มต่างๆเพื่อให้มั่นใจว่า ฉีดวัคซีนครบ หายป่วยแล้ว หรือปลอดเชื้อ ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ มี..ปีนี้

และเริ่มทยอยยกเลิกใช้ในสถานที่บางแห่งอย่างพิพิธภัณฑ์ สถานที่จัดกิจกรรมในร่ม ที่มีคนเข้าร่วมไม่ถึง 500 คนแล้วตั้งแต่ 1 ..ที่ผ่านมา ขณะที่มาตรการบังคับให้ประชาชน สวมหน้ากากอนามัยเวลาไปที่สาธารณะ ได้มีการประกาศยกเลิกไปแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงกลางเดือน ส..ที่ผ่านมา

ในขณะที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศยังต้องแสดงหลักฐานการตรวจไม่พบเชื้อโควิดก่อนที่จะเดินทางเข้าเดนมาร์ก โดยผลตรวจ PCR จะต้องไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ขณะที่ผลตรวจ Rapid Antigen Test จะต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง อีกทั้งยังต้องตรวจหาเชื้ออีกครั้งหลังเดินทางถึงเดนมาร์กแล้วและกักตัวอีก 10 วัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของประเทศต้นทางที่เดินทางมา

📌 การติดเชื้อที่ลดลง

นายมักนุส ฮิวนิเก รัฐมนตรีสาธารณสุขเดนมาร์ก บอกว่า รัฐบาลพยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้มาตลอด ว่าจะยกเลิกมาตรการที่ไม่จำเป็นออกไป และตอนนี้เดนมาร์กก็มาถึงจุดที่มีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนในอัตราสูง โดยขณะนี้ชาวเดนมาร์กฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบโดสแล้วถึงกว่า 73% ขณะที่ในกลุ่มประชากรสูงวัย 65 ปีขึ้นไป มีการฉีดไปแล้วถึง 96%

วัคซีนที่เดนมาร์กใช้เป็นวัคซีนจาก Pfizer-BioNTech, Moderna และ Johnson & Johnson ซึ่งเป็นวัคซีนที่ต้านโควิดสายพันธ์ุเดลตาได้ดี แม้ประสิทธิภาพจะลดลงเมื่อเทียบกับโควิดสายพันธ์ุดั้งเดิมที่เคยตรวจพบที่อู่ฮั่น อีกทั้งยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรงหากติดเชื้อได้

เดนมาร์ก เป็นประเทศสมาชิกอียูในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ที่มีประชากรเพียง 5.8 ล้านคน นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 เดนมาร์กมีอัตราการติดเชื้อราว 3.53 แสนคน เสียชีวิตราว 2,600 ราย และเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ของอียู ที่ประกาศเปิดเศรษฐกิจได้ก่อนใคร ส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการแก้ปัญหาโควิดของรัฐบาล มาจากการได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในระดับสูง

ขณะที่อัตราการติดเชื้อโควิด-19 ต่อประชากร 1 แสนคนของเดนมาร์ก อยู่ที่ 113 คน เทียบกับสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ 333 คน ของอังกฤษอยู่ที่ 355 คน และของเยอรมนีอยู่ที่ 77 คน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อใหม่เฉลี่ยวันละ 400-500 คน และมีผู้เสียชีวิตวันละไม่เกิน 5 ราย

📌 ปัจจัยของความสำเร็จ

นอกจากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เป็นเกาะยื่นออกไปในทะเล มีเพื่อนบ้านพรมแดนติดกันทางบกเพียงประเทศเดียวคือเยอรมนี ตลอดจนความหนาแน่นของประชากรอยู่ในระดับต่ำ ยังเป็นผลงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาแบบรวดเร็วและเด็ดขาด

รัฐบาลประกาศห้ามการออกไปพบปะสังสรรค์กันในกิจกรรมที่มีคนหมู่มาก สั่งปิดสถานที่ไม่จำเป็นต้องเปิดให้บริการทั่วประเทศ ออกคำเตือนประชาชนให้ระวังการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และการเดินทางทุกประเภท ให้ออกนอกบ้านเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ จนเกิดเป็น นิวนอร์มอลสำหรับชาวเดนมาร์ก

เรื่อของงระบบสวัสดิการ การให้บริการสาธารณสุขของเดนมาร์กยังจัดว่าเพียบพร้อมในระดับต้นๆ ของโลก โรงพยาบาลและคลินิกของรัฐที่ให้บริการฟรี มีคุณภาพดีมีจำนวนมาก มีระบบการคัดกรอง และเตรียมพร้อมรับผู้ป่วยอาการหนัก

ขณะเดียวกัน เดนมาร์กเป็นประเทศที่ผู้คนถือว่ามีความเชื่อใจและเชื่อมั่นเป็นส่วนสำคัญสูงสุด ประชาชนมีความเชื่อใจในรัฐบาลและบรรดานักการเมืองของตัวเอง และเป็นสังคมที่แทบไม่มีการเผยแพร่หรือสนใจข่าวลือ ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับโควิด-19 ถ้าเทียบกับหลายประเทศในยุโรป อย่างฝรั่งเศส ที่ข่าวลือทำให้เกิดกระแสต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ และโครงการฉีดวัคซีนต่างๆ 

มิเคล บัง พีเตอร์สัน อาจารย์มหาวิทยาลัยออฮุส ในเมืองออฮุส ประเทศเดนมาร์กที่ทำการศึกษาเรื่องพฤติกรรมในช่วงโควิด-19 และเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลเดนมาร์ก อธิบายในทวิตเตอร์ของเขา แน่นอนว่าพื้นฐานของการเปิดประเทศคือการฉีดวัคซีน แต่หัวใจสำคัญในการดำเนินการเกี่ยวกับโควิด-19 ทั้งหมดในเดนมาร์กที่นับว่าประสบผลสำเร็จทุกวันนี้ คือ ‘ความเชื่อใจ’ (trust) ที่ประชาชนและรัฐบาลมีต่อกัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนเชื่อใจและเชื่อมั่นในการทำงานและการตัดสินใจของรัฐบาลคือ ‘ความโปร่งใส’ (transparency) ของรัฐบาลเดนมาร์ก ในการเปิดเผยข้อมูลและสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าข้อมูลนั้นจะเป็นข้อมูลที่ไม่น่าพอใจก็ตาม

ความโปร่งใสของรัฐบาลสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน ส่งผลให้ประชาชนเดนมาร์กส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนมาตรการต่างๆ ในการรับมือกับโควิด-19 ของรัฐบาลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งการไปฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจ และการยอมกักตัวอยู่ที่บ้านตามที่รัฐบาลแนะนำ เมื่อพบว่าตัวเองอาจะเสี่ยงกับการติดเชื้อ

📌 ไม่ประมาทและเฝ้าระวังต่อเนื่อง

หลังจากรัฐบาลเดนมาร์กออกมาประกาศความสำเร็จ ในการควบคุมโควิด-19 และเตรียมยกเลิกมาตรการโควิดที่เหลือทั้งหมด ทางด้านนายฮันส์ ครูจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป ออกมาเตือนว่าการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้มาก ยังไม่ได้หมายความว่าจะยุติการแพร่ระบาดได้ แต่ช่วยป้องกันไม่ให้ประชาชนล้มป่วยหนักและเสียชีวิต โดยเชื่อว่าเชื้อไวรัสจะยังอยู่กับเดนมาร์ก และมีการกลายพันธุ์ไปอีกหลายปีนับจากนี้ ทำให้แต่ละประเทศต้องมีการวางแผนการฉีดวัคซีนอย่างดี 

ขณะที่รัฐบาลเดนมาร์กได้เริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีสาธารณสุขของเดนมาร์ก ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ระบุว่า วัคซีนมีส่วนสำคัญที่ทำให้เดนมาร์กกลับสู่ภาวะปกติได้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในวันข้างหน้าจะไม่มีความเสี่ยงอีกแล้ว เนื่องจากเชื้อไวรัสได้มีการกลายพันธุ์ไปหลายครั้ง ทำให้ไม่สามารถรับรองอะไรได้ แต่การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปเป็นจำนวนมากแล้วถือเป็นการรับมือที่ดี จากนี้ไปเดนมาร์กยังต้องเฝ้าระวังจำนวนผู้ป่วยอาการหนักที่รับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

📌 สถานการณ์โควิดในประเทศอื่นๆ ของยุโรป

การระบาดของโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ได้ทำให้สถานการณ์ในหลายประเทศของยุโรปเปลี่ยนไป อย่างเนเธอร์แลนด์ ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงจนรัฐบาลสามารถยกเลิกมาตรการป้องกันโควิดทั้งหมดเมื่อเดือน มิ.. ก่อนที่จะพบการระบาดของสายพันธุ์เดลตา ซึ่งทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นไป 500% ภายในสัปดาห์เดียว ส่งผลให้ต้องกลับมาล็อกดาวน์กันอีกรอบใน 2 สัปดาห์ต่อมา ในตอนนี้นายกรัฐมนตรีมาร์ค รูทท์ ถึงกับออกมายอมรับว่าเป็นการคำนวณที่ผิดพลาดต่อสถานการณ์ 

ในขณะที่เมื่อเดือน มิ.. รัฐบาลไอซ์แลนด์เพิ่งประกาศยกเลิกมาตรการโควิดไป แต่ก็ต้องกลับมาบังคับใช้อีกครั้ง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นอีกรอบ

ส่วนที่อังกฤษ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังอยู่ที่เกือบ 3 หมื่นคนต่อวัน จำนวนผู้เสียชีวิตวันละเกือบ 200 ราย นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เตรียมประกาศ แผนป้องกันโควิดฤดูหนาวในวันที่ 14 ..นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคลากรทางแพทย์ต้องรับมือสถานการณ์เสี่ยง แต่ระบุว่า คงจะไม่มีมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มเติมจากที่เป็นอยู่

นอกจากนี้จะประกาศแผนฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง หลังได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการด้านวัคซีนว่า วัคซีนเข็มที่ 3 มีความจำเป็น หลังพบว่าประชาชนที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำประมาณ 40% มีระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อเชื้อโรคลดลง มีการป้องกันการติดเชื้อลดลง หลังฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มไปแล้ว

ในขณะที่ฝรั่งเศส มีตัวเลขการฉีดวัคซีนให้ประชาชนครบโดสแล้ว 68% มีประชาชนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสแล้ว 73% ขณะเดียวกันฝรั่งเศสได้ฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 3 ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงไปแล้วกว่า 250,000 คน และกำลังมีการพูดถึงเข็มที่ 4 ที่จะมีขึ้นในช่วง 3-6 เดือน หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 ส่วนตัวเลขการติดเชื้อรายใหม่ของฝรั่งเศสอยู่ที่ประมาณวันละ 1 หมื่นคน เสียชีวิตวันละประมาณ 100 ราย จำนวนผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 6.8 ล้านคน จำนวนผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 115,488 ราย

ที่มา :

thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2191178

voicetv : https://voicetv.co.th/read/P70Ryq_Gn

thestandard : https://thestandard.co/key-messages-denmark-loosen-all-covid-measures/

เดนมาร์กชาติแรกยุโรป ยกเลิกมาตรการโควิด-19 ทั้งหมด

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ