skip to Main Content

WORLD : เนปาลสอบสวนกรณีเจ้าชายบาห์เรน เดินทางเข้าประเทศพร้อมวัคซีนต้นโควิด-19 “แอสตราเซเนกา” 2,000 โดส โดยไม่มีการแจ้งต่อทางการ ด้านสถานทูตบาห์เรนระบุ เจ้าชายจะทรงนำไปบริจาคให้ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล

องค์การอาหารและยาของเนปาล เปิดเผยว่ากำลังดำเนินการสอบสวนกรณีที่เจ้าชายมูฮัมหมัด ฮาหมัด มูฮัมหมัด อัลคอลิฟะ แห่งบาห์เรน เสด็จถึงเนปาลเมื่อวันจันทร์ 15 มี.ค. โดยมีทีมงานของพระองค์นำวัคซีนเข้ามาด้วยเป็นจำนวน 2,000 โดส ตรวจสอบพบว่าเป็นวัคซีนต้านโควิด-19 “แอสตราเซเนก้า” ที่ไม่ได้มีการแจ้งหรือขออนุญาตนำเข้าวัคซีน ตามระเบียบข้อกฎหมายของทางการเนปาล

โฆษกองค์การอาหารและยาของเนปาลระบุว่า ทางการเนปาลไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 2,000 โดส โดยการสืบสวนจะมุ่งเน้นหาคำตอบว่า วัคซีนจำนวนนี้ผ่านเข้ามาในประเทศได้อย่างไร

ขณะที่ทางสถานทูตบาห์เรนในกรุงธากา ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนระบุว่าบริษัทนำเที่ยว Seven Summits Trek ซึ่งดูแลคณะเดินทางของเจ้าชาย ให้สัมภาษณ์กับฮิมาลายันไทม์สว่า หลังกักตัวครบ 7 วัน ทางเจ้าชายมูฮัมหมัด ฮาหมัด มูฮัมหมัด อัลคอลิฟะ และทีมงานของพระองค์จะเดินทางไปปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ที่ชุมนูร์บี (Chumnurbi) ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตกุรข่า และผ่านหมู่บ้านซามาเกาน์ (Samaguan) หมู่บ้านเล็กๆที่มีประชากรประมาณ 1,000 คน หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ยอดเขา “บาห์เรน รอยัล” ที่ตั้งขึ้นเป็นเกียรติแก่ราชวงศ์แห่งบาห์เรน โดยทีมงานจะแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับชาวบ้านที่นั่น

ตามปกติการนำยาเข้ามายังประเทศเนปาล จะต้องได้รับอนุญาตจากทางการ และต้องแสดงหลักฐานยืนยันว่ายาที่นำเข้าม าจะได้รับการจัดเก็บอย่างเหมาะสมเสียก่อน กรณีดังกล่าวจึงสร้างความประหลาดใจให้กับหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องนี้

ทั้งนี้ เนปาลเริ่มโครงการให้วัคซีนต้านโควิด-19 แก่ประชาชนไปตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. โดยมุ่งให้แก่กลุ่มเสี่ยงเป็นดับแรก ๆ ซึ่งขณะนี้เป็นการฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มคนอายุ 65 ปีขึ้นไป

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายบาห์เรน เคยเสด็จเยือนเนปาลเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว เพื่อปีนยอดเขามานาสลูที่มีความสูง 8,163 เมตร และยอดเขาโลบูเชที่มีความสูง 6,119 เมตร แม้ในช่วงนั้นทางการเนปาลจะปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด แต่ได้อนุญาตให้เจ้าชายและคณะเดินทางเยือนได้เป็นกรณีพิเศษ

ปัจจุบัน เนปาลได้เปิดประเทศต้อนรับบรรดานักปีนเขาแล้ว โดยพวกเขาจะต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 7 วัน และแสดงผลตรวจว่าไม่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ซึ่งเจ้าชายบาห์เรนและคณะถือเป็นชาวต่างชาติกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ในปีนี้ หลังจากปัญหาโรคระบาดทำให้เนปาลปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดฤดูกาลปีนเขาของปีที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบรรดาผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ที่พึ่งพารายได้จากบรรดานักปีนเขาเป็นหลักด้วย

เจ้าชายบาห์เรนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ไปฉีดให้ประชาชนชาวเนปาลโดยไม่แจ้งทางการก่อน

Back To Top
×Close search
Search