skip to Main Content

WORLD : เฟสบุ๊คไม่ยอมเผย รายชื่อเพจสร้างความเกลียดชังโรฮิงญาที่ลบไปต่อศาล การดำเนินคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศจึงล่าช้า
.
23 กันยายน 64 ผู้พิพากษาในสหรัฐฯ ได้สั่งให้ Facebook เปิดเผยบันทึกบัญชีที่ปิดไป ในช่วงเวลาที่มีการกระทำรุนแรงต่อโรฮิงญาในเมียนมา ตามรายงานของ Wall Street Journal
.
ผู้พิพากษาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วิพากษ์วิจารณ์ Facebook ล้มเหลวในการส่งข้อมูลให้กับผู้สอบสวนที่พยายามดำเนินคดีกับประเทศเมียนมาในข้อหาก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญา
.
Facebook ปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูล โดยกล่าวว่าจะเป็นการละเมิดกฎหมายของสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้บริการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์เปิดเผยการสื่อสารของผู้ใช้
แต่ผู้พิพากษากล่าวว่าโพสต์ซึ่งถูกลบไปแล้วจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย ตามรายงานของ Wall Street Journal
.
สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของการพิจารณาคดีได้ในทันที และ Facebook ก็ไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นในทันที
.
แกมเบีย กำลังค้นหาบันทึกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคดีฟ้องร้องเมียนมา ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในกรุงเฮก โดยกล่าวหาพม่าว่าละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948
.
ทางการเมียนมา กล่าวว่า พวกเขากำลังต่อสู้กับการจลาจลด้วยอาวุธและปฏิเสธการทารุณต่อโรฮิงญา โดนชี้แจงว่า สาเหตุ ที่โรฮิงญาหนีไปบังคลาเทศ เพราะ โดนข่าวลวงของกลุ่ม RASA ปลุกปั่นให้หวาดกลัวจนต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน
.
ชาวโรฮิงญามากกว่า 730,000 คน หลบหนีออกจากรัฐยะไข่ทางตะวันตกของเมียนมา ในเดือนสิงหาคม 2560 หลังจากการปราบปรามของทหาร ที่ผู้ลี้ภัย ระบุว่า มีการสังหารหมู่และการข่มขืนเกิดขึ้น
.
กลุ่มสิทธิบันทึกการสังหารพลเรือนและการเผาหมู่บ้าน
แชนนอน ราช ซิงห์ ที่ปรึกษาด้านสิทธิมนุษยชนของทวิตเตอร์ เรียกการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “เป็นช่วงเวลาสำคัญ” ในโพสต์บน Twitter เธอกล่าวว่ามันเป็น “หนึ่งในตัวอย่างที่สำคัญที่สุดของความเกี่ยวข้องของโซเชียลมีเดียกับการป้องกันและตอบโต้ความโหดร้ายสมัยใหม่”
.
ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา Facebook ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเมียนมา ซึ่งชาวโรฮิงญาต้องเผชิญกับคลื่นความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจำนวนคำพูดแสดงความเกลียดชังที่มุ่งเป้าไปที่ชุมชน ผู้สืบสวนจากองค์การสหประชาชาติกล่าวว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่วาจาสร้างความเกลียดชัง ที่เป็นต้นเหตุของการปราบปรามในปี 2560
.
อัลญะซีเราะฮฺ
.
#ขุนคมคำ

เฟสบุ๊คไม่ยอมเผย รายชื่อเพจสร้างความเกลียดชังโรฮิงญาที่ลบไปต่อศาล การดำเนินคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศจึงล่าช้า

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ