skip to Main Content

UPDATE : เลบานอนตำหนิระบอบการปกครองของซีเรียที่โหดร้าย ต่อการโจมตีผู้ลี้ภัย

การลอบวางเพลิงที่ค่ายผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ทางตอนเหนือของเลบานอน บีบให้ประชาชน 370 คน ต้องหลบหนีออกจากค่ายในช่วงดึกของวันเสาร์ นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับระบอบการปกครองของบัรชัร อัล อะซัด ที่ไม่สามารถช่วยเหลือหรือส่งพลเมืองที่พลัดถิ่นกลับประเทศได้

ผู้นำทางการเมืองของเลบานอนกล่าวหาว่า รัฐบาลซีเรียข่มขู่ผู้ลี้ภัยในประเทศ และจงใจขัดขวางการเดินทางกลับประเทศของพวกเขา ข้อกล่าวหาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกองทัพเลบานอนยืนยันว่า มีผู้ต้องสงสัย 8คน ซึ่งเป็นชาวเลบานอน 2 คนและชาวซีเรีย 6 คน ถูกจับกุมได้จากการลอบวางเพลิง ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งกัน ระหว่างแรงงานชาวซีเรียและนายจ้างชาวเลบานอน

กระทรวงต่างประเทศซีเรีย เรียกร้องให้เลบานอนปกป้องและดูแลชาวซีเรีย ที่พลัดถิ่นอย่างปลอดภัย และยังเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ลี้ภัย ที่ถูกบังคับให้ออกจากประเทศโดยสงครามที่ไม่ยุติธรรม เพื่อกลับไปยังบ้านเกิดของตน โดยกล่าวว่ากำลังพยายามทุกวิถีทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ” อย่างไรก็ตามกระทรวงต่างประเทศของเลบานอนกล่าวว่า ไม่ได้รับการสื่อสารจากเจ้าหน้าที่ซีเรีย ไม่ว่าโดยตรงหรือผ่านสถานทูตในดามัสกัส

วาลีด จุมบลัท (Walid Jumblatt) หัวหน้าพรรคสังคมนิยมก้าวหน้า กล่าวหาว่า ระบอบการปกครองของซีเรียว่า มีความเจ้าเล่ห์ในเรื่องการประณามการโจมตีค่าย และเรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำผิด เขากล่าวว่า “ระบอบนี้ได้ทำลายหมู่บ้านและเมืองทั้งหมดในซีเรีย และละเมิดเลบานอนด้วยการก่อการร้ายและการลอบสังหาร”

อย่างไรก็ตาม เชค ซุบฮิ อัล-ตูเฟย์ลี (Sheikh Subhi Al-Tufayli) อดีตหัวหน้าฮิซบุลเลาะห์ กล่าวว่า การรณรงค์ของสื่อเรียกร้องให้มีการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย “ทำให้เกิดความกลัวต่อโครงการสกปรก ที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาผู้ลี้ภัย โดยส่งมอบให้กับระบอบการปกครองที่โหดเหี้ยมในดามัสกัส”

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คาลีด ก็อบบารอ (Khaled Kabbara) โฆษก UNHCR ประจำเลบานอน ได้ไปเยี่ยมแคมป์ที่ถูกวางเพลิง เพื่อตรวจสอบความเสียหาย จากข้อมูลของหน่วยงานผู้ลี้ภัยพบว่า ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ 370 คน ต้องไปอาศัยอยู่ในค่ายอื่นๆในภูมิภาคนี้ หรือหาที่พักร่วมกับคนในท้องถิ่น

ปัจจุบันมีชาวซีเรียประมาณ 1.5 ล้านคนอาศัยอยู่ในเลบานอน รวมถึง 1 ล้านคนที่ลงทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัยกับ UN  อย่างไรก็ตาม UNHCR เชื่อว่า มีชาวซีเรียจำนวนมากเข้ามาในประเทศอย่างลับๆ และไม่ได้ลงทะเบียนผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย คิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเลบานอน โดย 17 เปอร์เซ็นต์อาศัยอยู่ในค่าย  การลงประชามติเมื่อเร็วๆนี้ แสดงให้เห็นว่า 96 เปอร์เซ็นต์ของผู้ลี้ภัย ต้องการกลับซีเรียทันทีที่พวกเขารู้สึกว่าปลอดภัย

มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการกลับมาของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียสู่บ้านเกิดของพวกเขา รวมถึงการยกย่องซาอุดีอาระเบีย หลังจากความช่วยเหลือเร่งด่วนจาก ศูนย์ช่วยเหลือแลบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมของกษัตริย์ซัลมาน (KSrelief) ต่อผู้อยู่อาศัยที่ถูกทิ้งโดยไม่มีที่พักพิง หลังจากการลอบวางเพลิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อาลี อับดุล – การิม เอกอัครราชทูตซีเรียประจำเลบานอนกล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศของซีเรีย ได้ติดต่อสถานทูตเพื่อตรวจสอบสวัสดิภาพของผู้ลี้ภัย เขากล่าวว่า “ชาวเลบานอนบางส่วนเปิดบ้านให้ชาวซีเรีย ที่สูญเสียที่พักพิงให้เข้ามาพักได้”

ทูตซีเรียยังเรียกร้องให้เลบานอน “ลงโทษผู้ที่รับผิดชอบและผู้ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชาวซีเรียที่พลัดถิ่น”

เลบานอนตำหนิรัฐบาลซีเรียที่โหดร้าย ต่อการโจมตีผู้ลี้ภัย

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ