skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ศึกเลือกตั้งเปลี่ยนนายกฯ เยอรมนีสูสี เอ็กซิตโพลชี้พรรคกลางซ้าย SPD มีคะแนนนำเฉือนพรรคทายาทแมร์เคิลฉิวเฉียด

📌 ฤา จะถึงเวลาเปลี่ยนมือ

ผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งแห่งชาติ ซึ่งมีการลงคะแนนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ 1 คะแนน เพื่อเฟ้นหารัฐบาลใหม่ ภายหลังนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประกาศไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำเป็นสมัยที่ 5 และปิดฉากการบริหารประเทศอันยาวนานกว่า 16 ปี

รายงานโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งของเยอรมนี จากผลคะแนนที่ทยอยส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้ง 299 เขตเลือกตั้ง ปรากฏว่า พรรคสังคมประชาธิปไตย ( SPD ) ที่มีจุดยืนแนวกลาง-ซ้าย ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด คิดเป็น 25.9%

ตามด้วยพันธมิตรพรรคประชาธิปไตยคริสเตียนแห่งเยอรมนี ( CDU ) กับพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน ( CSU ) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายอนุรักษนิยม ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยสัดส่วน 24.1% ขณะที่พรรคกรีนได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยสัดส่วนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่มีการก่อตั้งพรรค คือ 14.6% และพรรคประชาธิปไตยเสรี (FDP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายนักลงทุน ได้รับเลือกตั้งเข้ามาด้วยสัดส่วน 11.5% โดยผลคะแนนสอดคล้องกับเอ็กซิตโพลที่รายงานทันทีหลังการปิดหีบเลือกตั้ง

ส่วนมีจำนวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ อยู่ที่ประมาณ 46.8 ล้านคน คิดเป็น 76.6% จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 61.1 ล้านคน และเป็นการออกมาลงคะแนนเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2017

📌 ยังคลุมเครือ

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ยังคงเต็มไปด้วยความคลุมเครือ โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า พรรคเอสพีดีและพันธมิตรพรรค CDU/CSU จะยังคงจับมือกันในนาม “รัฐบาลผสมใหญ่” ต่อไปหรือไม่ โดยทั้งสามพรรคจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันตั้งแต่ปี 2013 แต่หลายฝ่ายวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งสะท้อน “ความต้องการเปลี่ยนแปลง” ของประชาชน จึงเป็นไปได้สูงที่ พรรคFDP และพรรคกรีน จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ นายโอลาฟ โชลซ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังคนปัจจุบันของเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลขหนึ่งของพรรคเอสพีดี เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการเลือกตั้งครั้งนี้ บ่งชี้ว่าพรรคเอสพีดี “มีความชอบธรรมมากที่สุด” ในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพชุดใหม่สำหรับเยอรมนี

หากพรรคเอสพีดีเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ โชลซ์ วัย 63 ปี จะเป็นตัวแทนจากพรรคSPD คนที่ 4 ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อจากนายวิลลี บรันด์ต์ นายเฮลมุต ชมิดต์ และนายแกร์ฮาร์ด ชโรเดอร์

ขณะที่ นายอาร์มิน ลาเชต “ทายาทการเมือง” ของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ในฐานะตัวแทนพรรค CDU/CSU เพื่อชิงตำแหน่งผู้นำเยอรมนี กล่าวว่า “ไม่จำเป็นเสมอไป” ที่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องมาจากพรรคซึ่งมีจำนวนที่นั่งมากที่สุด แม้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2005 ที่พรรค CDU/CSU “ไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง” ของการเลือกตั้งในสนามระดับประเทศ.

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการเลือกตั้งเยอรมนีครั้งนี้ มีโอกาสต่ำที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะครองเสียงข้างมาก ทำให้เกิดความพยายามจับขั้วพรรคการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาล เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ที่ใช้เวลาฟอร์มจัดตั้งรัฐบาลเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ซึ่งความเป็นไปได้ของการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอยู่ 5 แบบคือ

1.CDU/CSU-กรีน จับขั้วกับพรรคขนาดเล็กเสรีประชาธิปไตย (FDP)

2.CDU/CSU จับขั้ว SPD-กรีน (แบบเดิม)

3.CDU/CSU จับขั้วกับ SPD-FDP

4.SPD เป็นแกนนำจับขั้วตั้งรัฐบาลกับ FDP-กรีน

5.SPD-กรีน จับขั้วกับพรรคเล็ก พรรคซ้าย (ลิงเคอ ปาร์ตี้) จัดตั้งรัฐบาลใหม่.

📌 ระบบการเลือกตั้งเยอรมนี

การเลือกตั้งของเยอรมนีจะเป็นการเฟ้นหา ส.ส.เขต จำนวน 299 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 299 คน รวมทั้งหมด 598 คน โดยมีเกณฑ์กำหนดว่าพรรคที่ได้คะแนนทั่วประเทศ น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มีสิทธิได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นระบบที่ตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกัน พรรคเล็กที่ส่วนใหญ่จะมีแนวคิดหัวรุนแรง ขึ้นมามีอำนาจ

พร้อมมีระบบการคำนวณสัดส่วนจำนวน ส.ส.ที่พึงมี ตัวอย่างเช่น ส.ส.พึงมีของพรรครัฐบาลซีดียู มีจำนวน 200 คน แต่ปรากฏตอนชนะเลือกตั้งได้ ส.ส.เขต 110 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ก็เท่ากับว่าเกินจากที่พึงมี 10 คน แต่กรณีนี้จะต่างกับไทยที่จะลดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยเยอรมนีจะใช้วิธีเพิ่มที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อให้พรรคอื่นๆแทน ซึ่งจะทำให้จำนวน ส.ส.ในสภาถูกปรับเพิ่มขึ้น เหมือนกับกรณีการเลือกตั้งเยอรมนีเมื่อปี 2017 ที่การคำนวณสัดส่วนแบบนี้ ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อพุ่งเป็น 410 คน ส.ส.เขตเท่าเดิม 299 คน รวม ส.ส.ในสภาทั้งหมด 709 คน

📌 นโยบายที่ต่างกัน

ทั้งนี้ ตัวเต็งผู้นำเยอรมนีคนใหม่นำเสนอมุมมองนโยบายการบริหารประเทศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยตัวแทนพรรค CDU/CSU ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนการปรับขึ้นภาษี ขณะที่ประเทศกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ขณะที่ ตัวแทนจากพรรค SPD เรียกร้องให้มีการปรับขึ้นภาษีสำหรับผู้มีฐานะร่ำรวย และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำด้วย

ในด้านนโยบายเกี่ยวกับปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกนั้น พรรค CDU/CSU แสดงความหวังที่จะพึ่งวิทยาศาสตร์และวิธีการด้านการตลาดในการแก้ไขปัญหานี้ แต่พรรค SPD ต้องการใช้วิธีปรับขึ้นราคาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการประกาศยุติการใช้ถ่านหินให้เร็วขึ้นกว่าที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ รวมทั้งการเก็บตำแหน่งงานให้คนเยอรมนีระหว่างที่ประเทศทำการเปลี่ยนถ่ายไปสู่การพึ่งพาพลังงานสะอาดด้วย

📌 นายกเล็กเมืองกรุงคนใหม่

การเลือกตั้งของเยอรมนี ที่มีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นการเลือกตั้งแห่งชาติเพียงเท่านั้น แต่ยังมีการเลือกตั้งท้องถิ่นอีกหลายระดับ หนึ่งในนั้นคือการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ซึ่งผลปรากฏว่า นางฟรานซิสกา กิฟฟีย์ วัย 43 ปี ตัวแทนผู้สมัครจากพรรคสังคมประชาธิปไตย ( เอสพีดี ) ซึ่งเป็นพรรคแนวกลาง-ซ้าย ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด 21.4% แม้คะแนนดังกล่าวลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 แต่กิฟฟีย์สร้างประวัติศาสตร์ เป็นนักการเมืองหญิงคนแรก ที่ชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ขณะที่ก่อนหน้านั้น เธอเคยดำรงตำแหน่งรมว.กระทรวงกิจการครอบครัว ผู้สูงอายุ สตรีและเยาวชน และเคยทำหน้าที่ผู้อำนวยการเขตนอยโคล์น ในกรุงเบอร์ลินด้วย.

📌 ปิดฉาก 16 ปี หญิงเหล็กยุโรปแห่งศตวรรษที่ 21

นับตั้งแต่แมร์เคิล อดีตนักฟิสิกส์ควอนตัม ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนีในปี 2005 เธอกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งเสถียรภาพของยุโรป

แต่ในวัย 67 ปี แมร์เคิลประกาศจะยุติบทบาททางการเมืองหลังผลการเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้ออกมาชัดเจน

หนังสือพิมพ์ The Guardian รายงานว่า แมร์เคิลนำพาเยอรมนีผ่านร้อนผ่านหนาวในช่วงเวลาที่วุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาของลัทธิชาตินิยม, การแตกแยกทางการเมืองในโลกตะวันตก เป็นต้น

แต่เธอก็ยังสามารถฝ่าฟันจนเป็นผู้นำที่ยาวนานที่สุด และทรงอิทธิพลที่สุดของยุโรปในศตวรรษที่ 21 และเป็นผู้สร้างมาตรฐานที่สำคัญของการเล่นการเมืองโลกอย่างเคารพกติกา และเห็นชอบร่วมกัน

ทั้งนี้ การปิดฉากทางการเมืองของแมร์เคิลเป็นสิ่งที่รู้กันมานานแล้ว เพราะในปี 2018 เธอประกาศว่า จะไม่ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งเมื่อหมดวาระ หลังผลการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่เป็นที่น่าพอใจ

📌 16 ปี บนเวทีโลก

ในช่วงกว่า 16 ปีของแมร์เคิล เธอได้ทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร 5 คน ประธานาธิบดีฝรั่งเศส 4 คน นายกรัฐมนตรีอิตาลี 7 คน และประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีก 4 คน การดำรงอยู่ของแมร์เคิลตลอดระยะเวลาดังกล่าว ทำให้เธอได้รับการยกย่องจากประชาคมโลกในในแง่เสถียรภาพและความมั่นคงทางอารมณ์

เพ็บไพจน์ เบิร์กเซน นักวิจัยของ Chatham House กล่าวว่า แมร์เคิลทำได้ดีมากในทางการเมืองทั้งในเยอรมนีและในเวทีโลก เศรษฐกิจเยอรมันไปได้ดีในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้เลวร้ายในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม แมร์เคิลเผชิญเสียงวิจารณ์ด้วยเช่นกันจากบางนโยบาย เช่น กรณีวิกฤตผู้ลี้ภัย และการที่เธอใกล้ชิดจีนเกินไป แต่หลังเกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์ในเยอรมนีนั้นดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่รายล้อม บรรดานักวิเคราะห์และโพลต่าง ๆ คาดการณ์ว่า แมร์เคิลจะยุติบทบาททางการเมืองท่ามกลางความเคารพของชาวเยอรมันเป็นส่วนใหญ่

📌 ผู้นำตัวจริงของยุโรป

เบน ชเรียร์ จากสถาบันการศึกษายุทธศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า ผู้คนมองแมร์เคิลในแง่บวกมาก เพราะเธอเกี่ยวโยงกับความมั่นคง นอกจากนี้ที่ผ่านมา แมร์เคิลถูกมองว่าเป็นผู้นำตัวจริงของยุโรป ดังนั้น จึงไม่ชัดเจนว่าผู้นำคนใหม่ของเยอรมนี จะสามารถทำบทบาทนี้ได้หรือไม่

ชเรียร์ กล่าวว่า เยอรมนีกำลังจะเผชิญความท้าทายของนโยบายต่างประเทศอย่างมากเมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้ารับตำแหน่ง เพราะคำถามคือ ใครจะมาแทนที่แมร์เคิล บุคคลนั้นมีเสน่ห์และศักยภาพแบบที่แมร์เคิลเคยทำได้หรือไม่ ชาติพันธมิตรและชาติอื่นอาจคลางแคลงใจ ในขณะที่ชาวเยอรมันก็เฝ้ารอดูเช่นกัน

หนึ่งในบทบาทสำคัญของแมร์เคิลคือ ความมุ่งมั่นในการรักษาการรวมกันของยุโรปและพยายามสมานร้อยร้าวระหว่างชาติสมาชิก โดยชเรียร์คาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส จะพยายามวางตัวแทนที่บทบาทแมร์เคิล ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสมดุลแห่งอำนาจของยุโรปไปที่ฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ว่าที่ผู้นำคนใหม่ยังต้องรักษาสมดุลในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และจีน ซึ่งแมร์เคิลมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองชาติ รวมไปถึงสหราชอาณาจักร ที่ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ EU แต่ยังคงเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของอียู

ที่มา :

dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/316111/
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/315522/
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2203857
voa : https://www.voathai.com/a/germany-election-angela-merkel-exit-poll-tight-race-cdu-csu-spd/6246255.html
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/91871/

เลือกตั้งเยอรมนีสูสี พรรคแมร์เคิลไม่ยอมแพ้ แม้โพลชี้มีสิทธิพ่าย

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ