skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : สถิติโดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า บุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบนโลก อาจเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ไปแล้วประมาณ 180,000 ราย

นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าทั่วโลกมีบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้า เป็นจำนวนรวมกันประมาณ 135 ล้านคน โดยเปรียบเทียบว่าเป็นกระดูกสันหลังของระบบสาธารณสุขในทุกประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เดือน ม.ค.ปีที่แล้ว จนถึงเดือน พ.ค.ปีนี้ ดับเบิลยูเอชโอประเมินว่า บุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้าทั่วโลก ประมาณ 80,000-180,000 ราย อาจเสียชีวิตจากโรคโควิด-19

“โควิดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเราพึ่งพาชายและหญิงเหล่านี้มากแค่ไหน และเราทุกคนมีความเสี่ยงเพียงใด เมื่อผู้ที่ปกป้องสุขภาพของเรานั้นไม่ได้รับการปกป้อง” เขากล่าว

📌 นักรบแนวหน้าที่ไร้การปกป้อง

นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์ WHO และหน่วยงานพันธมิตรยังเรียกร้องไปยังผู้นำ และผู้กำหนดนโยบายสาธารณสุขของประเทศต่างๆ ให้ดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรทางการแพทย์ จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด

โดยข้อมูลจากสมาชิกดับเบิลยูเอชโอ 119 ประเทศ พบว่า สัดส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบคอร์ส ในบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้า อยู่ที่เพียง 2 คนจาก 5 คนเท่านั้น ทั้งที่ผู้ปฏิบัติงานในอาชีพเหล่านี้ควรเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน

ยิ่งไปกว่านั้น หากจำแนกออกเป็นตามภูมิภาค ปรากฏว่า สถิติการฉีดวัคซีนครบ ในบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้าในทวีปแอฟริกา มีสัดส่วนยังไม่ถึง 1 ใน 10 ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด แต่มากกว่า 80% ของบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด่านหน้า ในกลุ่มประเทศร่ำรวยฉีดวัคซีนครบแล้ว

นอกจากนี้ WHO ยังเตือนว่า มีการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนบุคลากรทางการแพทย์ ที่กำลังเผชิญปัญหาจากความเครียด วิตกกังวล และเหนื่อยล้า จนถึงขั้นเหนื่อยหน่ายและหมดไฟ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงผลกระทบจากภารกิจอันหนักหน่วง ในการรับมือกับการระบาดของโควิด พร้อมเรียกร้องรัฐบาลของประเทศต่างๆ ให้เพิ่มการตรวจสอบและรายงานกรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ ป่วยหนัก และเสียชีวิตจากโควิด และขอให้มีการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่ให้ความคุ้มครองแก่บุคลากรทางการแพทย์เหล่านี้มากขึ้น

📌 ประเทศยากจนขาดแคลนวัคซีน

นพ.บรูซ เอลวาร์ด ผู้ประสานงานโครงการโคแวกซ์ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 “จะยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คิด” โดยมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญ คืออัตราการฉีดวัคซีนในภาพรวมที่ยังคงต่ำ ปัจจุบัน ประชากรในทวีปแอฟริกาได้รับวัคซีนเข็มแรกยังไม่ถึง 5% เปรียบเทียบกับทวีปอื่น ที่อัตราการฉีดวัคซีนเข็มแรกคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 40%

นพ.เอลวาร์ดเรียกร้องกลุ่มประเทศร่ำรวยที่มีวัคซีนเพียงพอแล้ว ยกเลิก “การจองคิว” และการกักตุนวัคซีน เพื่อให้ผู้ผลิตวัคซีนจัดสรรวัคซีนเหล่านั้นไปให้ประเทศยากจนกว่า “ซึ่งมีความต้องการอย่างแท้จริง” และขอให้ “ปฏิบัติจริง” ตามคำมั่นสัญญา ว่าจะบริจาควัคซีนส่วนเกินของตัวเองให้แก่โครงการโคแวกซ์

ตามภาระผูกพันในการประชุมกลุ่มจี7 ตามที่กลุ่มวัคซีนเพื่อประชาชน (The People’s Vaccine) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรเพื่อการกุศล เปิดเผยว่าบริษัทยาและประเทศร่ำรวยมีการแบ่งปันวัคซีนเพียง 1 ใน 7 ของจำนวนที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ โดยขณะนี้วัคซีนโควิดส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่มีรายได้สูงหรือรายได้ปานกลางระดับสูง

ประเทศที่มีวัคซีนสต็อคไว้มากที่สุดคือ สหรัฐฯ ที่มีอยู่ราว 1 พันล้านโดส ( มีประชากร 333 ล้านคน) เท่ากับว่ามีวัคซีนเกินกว่าที่ต้องการใช้เยอะมาก รองลงมาคือ สหภาพยุโรป มีมาก 500 ล้านโดส ตามมาด้วย สหราชอาณาจักร ประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการสนับสนุนให้บริษัทเอกชนอย่างไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นาทำวิจัยและพัฒนาวัคซีน มีการทำข้อตกลงกับบริษัทเหล่านั้นเพื่อให้ได้รับวัคซีนเป็นประเทศแรก ๆ ส่วนแอฟริกามีวัคซีนเพียงร้อยละ 2.6 ของปริมาณวัคซีนที่ใช้ทั่วโลก

📌 โครงการ COVAX ล้มเหลว

กลุ่มองค์กรการกุศล อ็อกแฟม (Oxfam) และยูเอ็นเอดส์ (UNAids) ยังวิพากษ์วิจารณ์แคนาดาและสหราชอาณาจักรที่จัดหาวัคซีนสำหรับประชากรของตนเองผ่านโครงการโคแวกซ์ซึ่งเป็นโครงการระดับโลกที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติเพื่อแจกจ่ายวัคซีนอย่างเป็นธรรม

แนวคิดดั้งเดิมของโครงการโคแวกซ์ คือทุกประเทศสามารถได้รับวัคซีนจากโครงการนี้ แต่ประเทศจี7 ส่วนใหญ่ระงับคำร้องขอรับวัคซีนผ่านโคแวกซ์ หลังจากที่มีการทำข้อตกลงโดยตรงกับบริษัทยา ซึ่งอ็อกแฟมระบุว่า ทั้ง 2 ประเทศ มีสิทธิ์ที่จะได้รับวัคซีนผ่านโคแวกซ์ แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมในทางศีลธรรมที่มีการจองวัคซีนจากทั้ง 2 ทางคือทั้งจากโคแวกซ์และทำข้อตกลงกับบริษัทยาโดยตรง เพราะทำให้ประเทศยากจนต้องรอวัคซีนนานออกไปอีก

หลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลสหราชอาณาจักร ได้อ้างถึงการเป็นผู้ริเริ่มการสนับสนุนเงินงบประมาณ 548 ล้านปอนด์ให้แก่โคแวกซ์เมื่อต้นปีที่แล้ว และมีการแบ่งปันวัคซีนผ่านโคแวกซ์และการส่งมอบให้โดยตรงอย่างต่อเนื่อง ส่วนแคนาดาหยุดการใช้วัคซีนจากโคแวกซ์ และนำส่งกลับไปให้แก่โครงการเพื่อแจกจ่ายให้กับประเทศกำลังพัฒนา ทั้งมีการแบ่งปันวัคซีนให้แก่โคแวกซ์เพิ่มเติม

โครงการโคแว็กซ์มีเป้าหมายที่จะจัดส่งวัคซีนให้ได้สองพันล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ แต่นับจนถึงปัจจุบัน โคแว็กซ์ทำได้เพียงแค่ 371 ล้านโดสเท่านั้น ซึ่งถือว่าห่างไกลจากเป้าหมายอยู่มาก ส่งผลให้ประเทศยากจนโดยเฉพาะในแอฟริกามีอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำ

📌 ตุนเยอะก็ใช่ว่าจะ100 %

โลกยังจะไม่ปลอดภัยถ้าประเทศใดประเทศหนึ่งยังไม่ปลอดจากการระบาด อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่า ประเทศที่มีวัคซีนใช้อย่างเพียงพอแล้วจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ยังมีอีกหลากหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นประเทศที่มีวัคซีนเพียงพอ และมีอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงมาก โดยคนที่ได้รับครบ 2 โดสแล้วมีเกือบร้อยละ 70 ซึ่งเป็นอัตราที่สามารถสร้างภูมิคุมกันหมู่ได้ แต่สถานการณ์การระบาดในสหราชอาณาจักรกลับมาหนักอีกครั้ง ยอดผู้ติดเชื้อสูงกว่า 40,000 คนติดต่อกันมา 1 สัปดาห์เต็มแล้ว ซึ่งถือว่าสูงมากหากดูจากจำนวนประชากรที่มีอยู่ 67 ล้านคน ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษออกมาเตือนว่า จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่อาจแตะถึง 100,000 คนต่อวันในช่วงฤดูหนาวซึ่งจะเริ่มประมาณเดือนหน้า

ถ้อยแถลงดังกล่าวของ นพ.เอลวาร์ด เกิดขึ้นหลังมีรายงานเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ว่ารัฐบาลอินเดียยังคงไม่แจ้งจำนวนวัคซีน ที่จะส่งมอบให้แก่โครงการโคแวกซ์อีกครั้ง แม้ทั้งสองฝ่ายประชุมร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว และอินเดีย “ให้คำมั่น” การส่งมอบวัคซีนภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งเป็นผลจาก “ความขัดแย้ง” เรื่องกระบวนการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับวัคซีน “โควาซิน” วัคซีนต้านโควิด-19 แบบเชื้อตาย ที่พัฒนาโดยบริษัทภารัต ไบโอเทค ผู้ผลิตสัญชาติอินเดีย.

 

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/399342/
thestandard : https://thestandard.co/who-covid-and-lives-of-healthcare-workers/
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/94430/
js100 : https://www.js100.com/en/site/news/view/110126

โควิดอาจคร่าชีวิตบุคลากรการแพทย์ 180,000 คนทั่วโลก

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ