skip to Main Content

UPDATE : โมร็อกโกเป็นประเทศที่ 4 ในปีนี้ ซึ่งเตรียมสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอิสราเอล ตามการยืนยันโดยสหรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี ว่าโมร็อกโกและอิสราเอลเห็นพ้องการเตรียมสถาปนาความสัมพันธ์ “ระดับปกติอย่างเต็มรูปแบบ”  ภายในอนาคตอันใกล้นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างสำคัญของกระบวนการสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางและโลกอาหรับ

ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐกล่าวด้วยว่า รัฐบาลวอชิงตันยอมรับอธิปไตยของโมร็อกโก “เหนืออาณาเขตทั้งหมดภูมิภาคเวสเทิร์นซาฮารา เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากกองกำลังโปลิซาริโอ ซึ่งสู้รบกับกองทัพโมร็อกโกมานานเกือบครึ่งศตวรรษ เพื่อปลดปล่อยภูมิภาคเวสเทิร์นซาฮารา โดยได้รับความสนับสนุนจากแอลจีเรีย

ในเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แถลงว่าอิสราเอลขอบคุณ และมีความซาบซึ้งต่อการตัดสินพระทัยครั้งประวัติศาสตร์” ของสมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 6 พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าชาวอิสราเอล และชาวโมร็อกโก “จะมีความสัมพันธ์อบอุ่นในยุคสมัยใหม่นี้”

โมร็อกโกนับเป็นประเทศที่ 4 ในปีนี้ ที่ยืนยันการสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอิสราเอล ต่อจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) บาห์เรน และซูดาน ขณะที่เมื่อรวมกับสอียิปต์และจอร์แดน ซึ่งเป็น 2 ประเทศแรกในโลกอาหรับที่สถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอล เมื่อปี 1979 และ 1994 ตามลำดับ

ทั้งนี้โมร็อกโกและอิสราเอลเคยมีสำนักงาน ประสานงานด้านการทูตในกรุงราบัต และเทลอาวีฟ แต่ปิดไปเมื่อปี 2002 จากความขัดแย้ง อันเนื่องมาจากการประท้วงอย่างรุนแรงของชาวปาเลสไตน์  ด้านสำนักพระราชวังของโมร็อกโกเผยแพร่แถลงการณ์ โดยใช้ถ้อยคำระมัดระวังอย่างชัดเจน ว่าความคเลื่อนไหวครั้งนี้ “ไม่ใช่การยอมรับสถานะ” ของอิสราเอล แต่คือเพื่อ “การฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่เคยห่างเหิน”.

โมร็อกโกตกลงสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอล

Back To Top
×Close search
Search