skip to Main Content

WORLD : โรฮิงญาค่ายบังคลาเทศ จัดแคมเปญใหญ่ “อยากกลับบ้าน”เมียนมา
.
ประเด็นสำคัญ
– โรฮิงญาในค่ายค๊อกบาซาร์ บังคลาเทศ จัดแคมเปญใหญ่ เต็มใจ“กลับบ้าน”(เมียนมา) หลังอพยพมา 5 ปี
– ชาวโรฮิงญาที่ไม่ได้อพยพไปบังคลาเทศ หรือคนที่ตัดสินใจกลับมาเมียนมามาก่อนแล้ว พิสูจน์ว่าปัจจุบันสถานการณ์ในยะไข่ดีขึ้น
– ทางการยะไข่ มีการดูแลด้านสาธารณสุข การงานอาชีพ จัดสรรที่อยู่ที่ทำกินให้ เข้าถึงการศึกษา
.
เมื่อ 19 มิถุนายน 65 ชาวโรฮิงญาในค่ายบังคลาเทศจัดกิจกรรมใหญ่ เรียกร้องการกลับบ้านในประเทศเมียนมา หลังอพยพเกือบล้านคน มาอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย เมืองค๊อกบาซาร์บังคลาเทศ ประมาณ 5 ปี จากเหตุการณ์ทหารเมียนมาสู้รับกับกลุ่มปลดแอกโรฮิงญา RASA
.
ข้อมูลอ้างอิงจากเมียนมา ระบุสาเหตุที่ทำให้โรฮิงญาอพยพ
1. เมียนมายอมรับมีจนท.บางส่วนกระทำการรุนแรงต่อชาวบ้านโรฮิงญา
2. การปล่อยข่าวลวงของกลุ่มRASA
3. ความหวังไปหาโอกาสประเทศที่ 3 เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
.
แต่สถานการณ์ปัจจุบันที่การติดต่อสื่อสารเข้าถึงง่าย เช่นทางสื่อโซเชียล เป็นอีกข้อพิสูจน์ว่า ความเกลียดชังมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ลดน้อยลงไปมาก
.
อีกข้อพิสูจน์คือ ชาวโรฮิงญาที่ไม่ได้อพยพไปบังคลาเทศ หรือ ผู้ที่อพยพไปและตัดสินใจกลับเมียนมามาก่อนนั้น พวกเขาต่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนที่อยู่ในค่ายบังคลาเทศ เพราะในค่ายลี้ภัยแม้จะมีองค์กรNGO ต่างชาติเข้ามาช่วยเหลือ แต่พวกเขาก็ออกจากค่ายไปไหนมาไหนตามใจชอบไม่ได้ เสมือนถูกกักบริเวณ ไม่มีที่ทำกิน ปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ออกเรือหาปลาก็ไม่ได้ ค้าขายก็ไม่ได้ เป็นต้น
.
ส่วนชาวโรฮิงญาที่อยู่ในรัฐยะไข่ (เดิม) หรือ ผู้ที่อพยพไปบังคลาเทศและตัดสินใจกลับมาเมียนมาก่อน ทางการเมียนมาได้ผ่อนปรนหลายประการ เช่น
แม้จะยังไม่ได้สิทธิพลเมืองเต็มร้อย แต่ก็มีสิทธิอาศัย มีบ้าน มีที่ทำกิน ออกเรือหาปลาได้ ทำปศุสัตว์ได้รักษาตัวเมื่อป่วยในโรงพยาบาลได้ ลูกหลานเข้าถึงการศึกษาไปโรงเรียน เข้ามาวิทยาลัยได้ เป็นต้น
.
และที่สำคัญข่าวการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ชาวโรฮิงญามีสิทธิ์เข้าสอบ และมีการประกาศรายชื่อไปทั่วประเทศก็เป็นอีกหลักฐานว่าอนาคตของพวกเขาดูจะสดใสกว่าอยู่ในค่ายที่บังคลาเทศ
.
เสียงเรียกร้องจากโรฮิงญาในค่ายลี้ภัยบังคลาเทศ
.
“ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีก เราต้องการกลับบ้านเกิดของเราโดยเร็วที่สุด
จากที่นี่ เราขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ รวมทั้งสหประชาชาติ ฟื้นฟูความเป็นพลเมืองเดิมของเรา คืนอสังหาริมทรัพย์เดิมของเราอย่างปลอดภัย และรวดเร็ว
.
ผมอยากจะบอกชาวยะไข่ทุกคน รวมทั้งพี่น้องชาวยะไข่ที่อยู่ด้วยกันมาหลายศตวรรษว่าเราเกิดและเติบโตในประเทศนั้น เราได้อยู่ร่วมกับผู้คนจากทุกเชื้อชาติและศาสนามาหลายชั่วอายุคน มีตัวอย่างมากมายที่เราได้ทำหน้าที่ของเราในการให้บริการประเทศในด้านต่างๆ ของเรา เราไม่ต้องการให้พี่น้องของเราถูกตัดขาดจากเรื่องราวที่ขัดแย้งกันที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งก่อนเท่านั้น
.
เราเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของสหภาพแรงงาน ไม่ใช่เนื้องอกของสหภาพ เหมือนกับร่างกายของนายพลอองซาน บิดาผู้เป็นอิสระของเรา เรายังรักประเทศของเรา(เมียนมา) ร่วมกับพวกเราทุกคน เราเป็นชาติที่มีจิตวิญญาณแห่งการสร้างชาติ บ้านเกิดของเมียนมา ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งอยู่ท่ามกลางโลก
.
จึงอยากขอให้ชาวเมียนมาทุกคนร่วมมือกันสนับสนุนเราให้ก้าวย่างเข้าสู่บ้านเกิดเมืองนอนโดยเร็วที่สุด ขอบคุณทุกคน
.
ทั้งนี้ถึงแม้ความหวังการกลับบ้านในเมียนมาจะดูเป็นไปได้ แต่ระหว่างทางกลับบ้านพวกเขาต้องพิสูจน์ตัวตนกับทางการเมียนมาให้ได้ว่าเคยอยู่จริงในเมียนมาหรือไม่ ไม่ใช่ชาวบังคลาเทศแอบแฝงเข้ามา
.
การพิสูจน์ตัวตนตอนกลับเมียนมานั้น ตามที่สื่อกระแสหลักต่างประเทศเสนอ ก็อาจจะดูว่าเป็นไปได้ยาก แต่ในความจริงนั้นหากโรฮิงญาคนใด เคยอาศัยอยู่ในเมียนมาจริงมาหลายชั่วอายุตามคำกล่าวของพวกเขา ก็มิใช่อุปสรรคที่จะกลับบ้านแต่อย่างใด เพราะเพื่อนบ้านของเขา(ชาวยะไข่) คนเฒ่าคนแก่ หรือครูอาจารย์ ต้องรู้จักแน่

รูปถ่าย: Ro Arif Khan Facebook
#เมืองดอเดลี่นิวส์
#ขุนคมคำ

โรฮิงญาค่ายบังคลาเทศ จัดแคมเปญใหญ่ “อยากกลับบ้าน”เมียนมา

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ