skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : โลกร้อนทำปะการังทั่วโลกตาย 14% ในรอบ 10 ปี

รายงานการศึกษาและติดตามสถานการณ์ของปะการังโลก พบว่า 14% ของปะการังโลก หรือคิดเป็น 11,700 ตารางกิโลเมตร ได้รับความเสียหายและลดจำนวนลงภายใน 1 ทศวรรษที่ผ่านมา (2009-2018) โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

โดยรายงานล่าสุดของเครือข่ายเฝ้าจับตาแนวปะการังโลก Global Coral Reef Monitoring Network (GCRMN) ระบุว่า ปริมาณสาหร่ายทะเลที่เติบโตจากการสังเคราะห์ด้วยแสง ในช่วงที่ปะการังอยู่ในภาวะวิกฤตและเผชิญกับปัญหาปะการังฟอกขาว สาหร่ายดังกล่าวมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น 20% ในช่วงปี 2010-2019

รายงานดังกล่าวเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์กว่า 300 ราย จาก 73 ประเทศทั่วโลก ตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมา พบว่า ปะการังฟอกขาวมีสาเหตุมาจากระดับอุณหภูมิบริเวณผิวน้ำทะเลปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียของปะการังในท้ายที่สุด

หนึ่งในวิกฤตด้านปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อปี 1998 มีการสูญเสียปะการังไปถึง 8% ของปะการังโลกในขณะนั้น หรือคิดเป็น 6,500 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปะการังฟอกขาวมากที่สุดเป็นพื้นที่แถบมหาสมุทรอินเดีย ญี่ปุ่น และทะเลแคริบเบียน

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ถ้าเราหันมารับมือและแก้ไขวิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง จะยังพอสามารถช่วยจัดการกับต้นตอของภัยคุกคามใหญ่ที่มีต่อปะการังได้

📌 ปะการังตายเท่าแกรนด์แคนยอน

หากเทียบเป็นสัดส่วนของปริมาณแนวปะการังที่ตายลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น เท่ากับราว 11,700 ตารางกิโลเมตร หรือมากกว่า 2.5 เท่า ของอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน หรือใหญ่กว่าจังหวัดขอนแก่นทั้งจังหวัดเล็กน้อย

ทางด้าน พอล ฮาดิสตี ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลของออสเตรเลียระบุว่า “ข้อความที่เด่นชัดจากงานศึกษานี้บ่งชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อปะการังโลก ยังมีแนวโน้มที่ชัดเจนต่อการสูญเสียปะการังเพิ่มขึ้น และเชื่อว่ามันจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปอีกตามใดที่โลกยังร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เราจำเป็นต้องรับผิดชอบในส่วนของเรา ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างจิตสำนึกให้กับคนในชุมชน”

นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ หรือ UN ซึ่งเป็นการเก็บเครือข่ายข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดของสุขภาพแนวปะการังในช่วง 40 ปี จากแนวปะการัง 12,000 แห่ง ใน 73 ประเทศ

ผลการศึกษาพบว่า ระเบิดไดนาไมต์ที่ใช้ในการจับปลา และมลพิษ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียของแนวปะการัง ซึ่งทำให้ระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเลสูญเสียสมดุลลง

ขณะที่มีผลการศึกษาอีกหนึ่งฉบับที่เผยแพร่เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในวารสาร One Earth พบว่า แนวปะการังทั่วโลกตายลงมากถึงครึ่งหนึ่ง นับตั้งแต่ยุคปี 1950s ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เป็นผลจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง, การประมงที่เกินขนาด และมลพิษ ที่ส่งผลให้ระบบนิเวศน์พังลง

📌 ปะการังฟอกขาว ต้นตอความสูญเสียสำคัญ

แนวปะการังในเอเชียใต้, ออสเตรเลีย, แปซิฟิก, เอเชียตะวันออก ทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย ตลอดจนอ่าวโอมาน พบว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ผลการศึกษาระบุว่า การสูญเสียแนวปะการังเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นจากการฟอกขาวของปะการัง

โดย “ปะการังฟอกขาว” เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปะการังอยู่ในทะเลที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้สาหร่ายที่มีสีสันต่าง ๆ (zooxanthellae) ที่อาศัยอยู่ในตัวปะการัง จะเป็นตัวคอยสร้างอาหารให้ปะการัง เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้สาหร่ายเหล่านี้ค่อยๆทิ้งปะการังไป ส่งผลให้ปะการังไม่สามารถหาอาหารด้วยตัวเองได้ นำมาสู่การค่อยๆสูญเสียสีสัน และเกิดการฟอกขาวในที่สุด และหากฟอกขาวเป็นเวลานาน พวกมันก็จะตายลง และไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้อีกเลย

ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า เหตุปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่เมื่อปี 1998 เพียงปีเดียว ทำให้ต้องสูญเสียปะการังทั่วโลกถึง 8% “นับตั้งแต่ปี 2009 โลกเราได้สูญเสียแนวปะการัง มากกว่าปะการังที่ยังมีชีวิตในออสเตรเลียเสียอีก” อิงเกอร์ แอนเดอร์สัน ผู้อำนวยการ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) กล่าว “เราสามารถเรียกคืนความสูญเสียเหล่านี้ได้…แต่เราต้องทำมันเดี๋ยวนี้” แอนเดอร์สัน ย้ำ

📌 ปะการังบางส่วน กลับมามีชีวิตอีกครั้งได้

นักวิทยาศาสตร์พบว่า มีปะการังที่ตายลงแล้วราว 2% ที่กลับคืนมามีชีวิตได้ในปี 2019 นั่นบ่งชี้ว่า แนวปะการังก็สามารถฟื้นกลับคืนมาได้ หากได้รับการดูแลจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายต่อพวกมัน

“แนวปะการังบางแห่งแสดงให้เห็นว่า มันสามารถกลับคืนมามีชีวิตได้ ซึ่งทำให้เกิดความหวังสำหรับการฟื้นฟูแนวปะการังเหล่านี้ในอนาคต” ฮาดิสตี กล่าว

แม้แนวปะการังจะคิดเป็นเพียง 0.2% ของพื้นท้องทะเลและมหาสมุทรทั้งหมด แต่ที่เเห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำราว 1 ใน 4 ของสัตว์น้ำทั้งหมด เป็นที่หลบภัยที่คัญ เป็นแหล่งโปรตีน ยา อาหาร และนำมาซึ่งการจ้างงาน อีกทั้งยังเป็นแนวปราการธรรมชาติใต้ท้องทะเลที่ช่วยบรรเทาความรุนแรงของพายุต่างๆ ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับป่าโกงกางอีกด้วย

อีกทั้ง แนวปะการังทั่วโลก ยังสามารถสร้างมูลค่าเป็นเงินได้มากถึง 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 80 ล้านล้านบาท จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, การบริการ และอื่น ๆ

 

ที่มา :
thestandard : https://thestandard.co/global-warming-kills-14-percent-of-world-s-corals-in-a-decade/
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/92849/

โลกร้อนทำปะการังทั่วโลกตาย 14% ในรอบ 10 ปี

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ