skip to Main Content

มุฮัมมัด มะฮ์ดี อากิฟ (محمد مهدي عاكف) ตำนานนักสู้ผู้ท้าทาย

อากิฟเกิดปี 1928 ที่จังหวัดดะเกาะฮ์ลียะฮ์ อียิปต์ จบจากวิทยาลัยพลศึกษา ในปี 1950 และได้บรรจุเป็นครูพละในโรงเรียนมัธยมฟุอาดเอาวัล

ในปี 1940 ขณะอายุได้ 12 ปี อากิฟเข้าร่วมกลุ่มอิควานุลมุสลิมีนที่แพร่หลายอย่างมากในขณะนั้น เพราะชอบที่เห็นกลุ่มอิควานให้ความสำคัญต่อการกีฬาเป็นพิเศษ

ในปี 1952 เป็นหัวหน้าค่ายทหารอิควานประจำมหาวิทยาลัยอิบรอฮีม กรุงไคโร ที่ตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับการยึดครองของอังกฤษที่คลองสุเอซ อีกทั้งยังเข้าร่วมต่อสู้กับกองทัพอิสราเอลที่ปาเลสไตน์อีกด้วย

ในปี 1954 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเยาวชนของกลุ่มอิควาน และในปีเดียวกัน กลุ่มอิควานก็ถูกยุบ และอากิฟก็ถูกจับกุม

อากิฟถูกจับกุมในสมัยกษัตริย์ฟารูก ในความผิดฐานช่วยพานายพลแกนนำคณะนายทหารเสรีที่ก่อการปฏิวัติอียิปต์ให้หลบหนี และถูกพิพากษาประหารชีวิต ต่อมาลดเหลือจำคุกพร้อมทำงานหนักตลอดชีวิตจนถึงยุคนัซเซอร์ และได้รับการอภัยโทษในปี 1974 ในยุคซาดัต ภายหลังจากที่ถูกจำคุกนาน 20 ปี

หลังออกจากคุก ได้เดินทางไปทำงานเป็นที่ปรึกษาสภายุวมุสลิมโลก (WAMY) ที่กรุงริยาฎประเทศซาอุดิอาระเบีย รับผิดชอบจัดค่ายอบรมเยาวชนทั่วโลก

ต่อมาในปี 1980 ย้ายไปยังประเทศเยอรมนี เป็นหัวหน้าศูนย์อิสลามที่เมืองมิวนิค

ในปี 1987 กลับมายังอียิปต์ เพื่อสมัครรับเลือกตั้ง สส.ของอียิปต์ และได้เป็น สส. ในเขตเลือกตั้งไคโรตะวันออก ในนามตัวแทนกลุ่มพันธมิตรอิสลาม ได้เป็น 1 ใน 35 สส.ของกลุ่มอิควานขณะนั้น

ในปี 1987 ได้เป็นกรรมการบริหารกลุ่มอิควาน และในปี 1996 ถูกศาลทหารในยุคมุบาร็อค พิพากษาจำคุก 3 ปี ในข้อหาเป็นฝ่ายอิควานนานาชาติ และได้พ้นโทษในปี 1999

อากิฟเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ในกลุ่มอิควาน เช่น

– หัวหน้าฝ่ายนักศึกษา อันเป็นฝ่ายที่สำคัญอย่างยิ่งในกลุ่ม ซึ่งหะซัน บันนา ผู้ก่อตั้งกลุ่มก็เคยดำรงตำแหน่งนี้ด้วยตนเอง
– หัวหน้าฝ่ายฝึกกำลัง ประจำสำนักงานใหญ่ที่กรุงไคโร
– เป็นสมาชิกหนึ่งของหน่วยพิทักษ์กลุ่มอิควาน
– ฝ่ายต่างประเทศ

อากิฟมีความสัมพันธ์อันดีกับองค์กรอิสลามทั่วโลก และเชื่อมั่นในระบบการประชุมชูรอ และเห็นว่ามติที่ประชุมไม่ได้มีไว้แค่แจ้งเพื่อทราบดังที่ปรากฏอยู่ในตำราฟิกฮ์และแนวปฏิบัติของกลุ่มก่อนหน้านี้ แต่มติที่ประชุมชูรอนั้นจำเป็นต้องปฏิบัติตาม

มากกว่าครึ่งชีวิตของเขาอาศัยอยู่ในคุก ไม่ใช่เพราะลักขโมย ติดสินบน แต่เพราะกล้าพูดความจริงต่อผู้นำที่อธรรม และยังเป็นหัวหน้ากลุ่มอิควานุลมุสลิมีน ที่เป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ของยิวไซออนิสต์และผู้นำอาหรับพันธมิตรไซออนิสต์

อากิฟดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอิควาน (مرشد عام) ในปี 2004 ภายหลัง มะอ์มูน หุดัยบี ผู้พิพากษาอาวุโส หัวหน้ากลุ่มอิควานที่เสียชีวิต

อากิฟได้ปฏิเสธการเป็นหัวหน้ากลุ่มต่อหลังหมดวาระการดำรงตำแหน่ง ในปี 2010 นับเป็นผู้นำอิควานคนแรกที่ออกจากตำแหน่งขณะยังมีชีวิต โดยมี ดร.มุฮัมมัด บะดีอฺ ขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่มอิควานคนต่อมา ซึ่งปัจจุบันก็ถูกจำคุกในหลายข้อหา และรอการประหารชีวิตจากความผิดในบางคดี

ในปี 2012 อากิฟให้สัมภาษณ์สื่อว่าเห็นควรไม่ส่งตัวแทนกลุ่มอิควานลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ต่อมาก็ยอมส่งตามมติที่ประชุมชูรออิควาน

ในยุคอับดุลฟัตตาหฺ อัซซีซี หลังรัฐบาลอิควานโดนโค่นในเดือนกรกฎาคมปี 2013 อากิฟถูกจับกุมอีกครั้งพร้อมกับสมาชิกกลุ่มอิควานและผู้ปฏิเสธรัฐประหารนับพันคน ในข้อหาหมิ่นศาล จากการที่ได้กล่าวว่า “ศาลเสื่อม” ซึ่งศาลก็พิพากษาให้พ้นผิด ในปี 2014 แต่ยังคงถูกคุมขังระหว่างดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้ประท้วงรัฐบาลมุรซี

ในปี 2017 อากิฟเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูของโรงพยาบาล 2-3 ครั้ง จนกระทั่งเสียชีวิตที่โรงพยายาลก็อศรุลอัยนีย์ กรุงไคโร ในวันศุกร์ ที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 89 ปี

จดหมายฉบับสุดท้ายของอากิฟถึงลูกบอกว่า “พ่อไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่ห่วงประเทศอียิปต์”

หลังเสียชีวิต รัฐบาลอียิปต์ใช้กองกำลังความมั่นคงตรึงกำลังใช้เชือกกั้นรอบสุสาน พร้อมรถหุ้มเกราะ ห้ามประชาชนละหมาดญะนาซะฮฺเพื่อขอพรให้แก่อากิฟ รวมถึงการละหมาดฆออิบ (ละหมาดให้แก่ผู้ตายในกรณีที่ศพไม่ได้อยู่ตรงหน้า) และห้ามเข้าร่วมพิธีฝังศพ มีเพียงวะฟาอ์ ผู้เป็นภรรยา, อุลยา บุตรสาว และหลานชายอีกคนหนึ่งเท่านั้นที่ได้เข้าร่วม และมีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งอยู่นอกเขตสุสาน

ศพของท่านถูกเจ้าหน้าที่นำไปฝังที่สุสานอะมัลวัลวะฟาอ์ ทางทิศตะวันออกของกรุงไคโร เวลา 1 นาฬิกา ของคืนวันที่ 23 กันยายน 2017 ที่ผ่านมา

ปิดฉากชีวิตนักสู้ที่ผ่านคุกตะรางมาทุกยุคสมัยผู้นำอียิปต์ ตั้งแต่กษัตริย์ฟารูก นัซเซอร์ ซาดัต มุบาร็อก และซีซี

ยอมทนลำบากตรากตรำนานา ในการนำองค์กรอิสลามที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกองค์กรหนึ่ง ยอมสละความสุขสบายเพื่ออนาคตของประชาชาติอิสลาม ไม่ยอมก้มหัวสยบต่อมหาอำนาจ, ไซออนิสต์และทรราชอาหรับ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อเดินทางไปรับการตอบแทนจากพระเจ้าผู้ทรงเมตตาต่อไป

ขอพระองค์ดูแลครอบครัวของท่าน อภัยโทษต่อท่าน เมตตาต่อท่าน และรับเป็นแขกคนสำคัญร่วมกับกัลยาณชนทั้งผอง

ทั้งนี้มีประชาชนอียิปต์บางส่วนที่ไม่สนใจคำเตือนของรัฐบาล ได้ร่วมกันละหมาดฆออิบให้แก่ท่านในฐานะผู้มีคุณานุปการแก่สังคม รวมทั้งในกรุงอิสตันบูลของตุรกี และบางพื้นที่ของประเทศแอฟริกาใต้

ขอบคุณ : อ.ฆอซาลี เบ็ญหมัด

ใครคือมุฮัมมัด มะฮฺดี อากิฟ ที่อียิปต์สั่งห้ามละหมาดฆออิบให้ – สำนักข่าวไวท์

Back To Top
×Close search
Search