skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ไบเดนวอนขอเอกภาพ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างชาติพันธมิตร

📌 เรียกร้องความร่วมมือ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) ครั้งที่ 76 ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันอังคาร ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 และวิกฤติสภาพอากาศ ซึ่งทำให้ความแตกแยกของโลกเด่นชัดยิ่งขึ้น

เขายืนยันว่าตัวเขาสนับสนุนประชาธิปไตยและวิธีทางการทูต และยังเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมมือกัน เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลา 10 ปีอันแสนสำคัญสำหรับโลกของเรา

“เราต้องทำงานร่วมกันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ไบเดนกล่าว “เราจะเลือกต่อสู้เพื่อแบ่งปันอนาคตร่วมกันหรือไม่ จะมีผลสะท้องกลับถึงคนรุ่นต่อๆ ไป พูดง่ายๆ ก็คือ ในมุมมองของผม เรากำลังยืนอยู่บนจุดพลิกผันในประวัติศาสตร์”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เน้นย้ำด้วยว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการทำให้เกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ หรือแบ่งแยกโลกเป็นกลุ่มก้อน พวกเขาพร้อมทำงานร่วมกับประเทศใดก็ตามที่ก้าวออกมา เพื่อค้นหาทางออกอย่างสันติในจุดที่มีความท้าทายร่วมกัน หรือแม้แต่เรื่องอื่นๆ ที่เรามีความเห็นไม่ตรงกันอย่างรุนแรง เพราะว่าทุกฝ่ายต่างจะต้องรับผลกรรมจากความล้มเหลวของตนเอง หากเราทุกคนไม่ร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาภัยคุกคามเร่งด่วน อย่างเช่น โควิด-19 ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่ ภัยจากการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (nuclear proliferation)”

คำพูดของนายไบเดนดูเหมือนจะเป็นการตอบสนอง ต่อการเรียกร้องของนาย อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ซึ่งเตือนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า สหรัฐฯกับจีนกำลังก้าวสู่ภาวะสงครามเย็นที่แตกต่างจากเมื่อครั้งอดีต และอาจอันตรายรวมทั้งจัดการยากกว่าเดิม

นายไบเดนยังพูดกรณีการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน อย่างสับสนอลหม่านของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งในและนอกประเทศ โดยระบุว่า สหรัฐฯ ยุติช่วงเวลาสงครามอันทรหด เพื่อยุคใหม่ทางการทูต

📌 คำมั่นสัญญา

ผู้นำสหรัฐฯ ให้คำมั่นสัญญาเรื่องงบประมาณเพื่อต่อสู้กับวิกฤติสภาพอากาศ โดยสหรัฐฯ จะเพิ่มงบฯ สำหรับประเทศกำลังพัฒนาขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2024 ซึ่งคิดเป็นราว 1 ใน 10 ของจำนวนเงินทั้งหมด 1 แสนล้านดอลลาร์ ที่ชาติพัฒนาประกาศจะมอบให้ชาติยากจนทุกปี เพื่อแก้ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

ก่อนที่นายไบเดนจะจบการแถลงในเวทีโลกครั้งแรกของเขาด้วยคำสัญญาว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้นำพร้อมกับชาติพันธมตริ “เราจะเป็นผู้นำในทุกความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยของเรา ตั้งแต่โควิดจนถึงสภาพอากาศ, เกียรติและสิทธิมนุษยชน แต่เราจะไม่ก้าวไปคนเดียว”

สหรัฐ “ยังคงเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือบนเวทีโลก” ที่รวมถึงการให้คำมั่นบริจาคเงิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 333,665 ล้านบาท ) ให้แก่ยูเอ็น เพื่อร่วมฟื้นฟูห่วงโซ่อาหาร อันจะช่วยให้ประชากรโลกเข้าถึงแหล่งอาหารได้ง่ายและทั่วถึงมากขึ้น แล้วจะยุติภาวะการขาดแคลนอาหารได้

ขณะเดียวกัน ไบเดนยังกล่าวถึงการเพิ่มเงินช่วยเหลือ โครงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกสองเท่า เป็นปีละ 11,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 380,378.10 ล้านบาท ) ภายในปี 2024 ผู้นำสหรัฐกล่าวต่อไปว่า การดำเนินนโยบายการทูตของรัฐบาลวอชิงตันนับจากนี้ “คือการเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

อนึ่ง ไบเดนใช้เวลากล่าวบนเวทีครั้งนี้ประมาณ 34 นาที และไม่เอ่ยถึง “จีน” แม้แต่คำเดียว.

📌 การประชุมรูปแบบใหม่

ทั้งนี้ เวทีการประชุมประจำปีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาตินั้น ถือเป็นเวทีระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด ที่ประเทศสมาชิกทั้ง 193 ประเทศร่วมหารือประเด็นความท้าทายต่างๆ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมแบบเจอหน้ากันเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี แต่ภายใต้การจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมและมาตรการป้องกันโรคระบาดใหญ่โควิด-19 มาตรการต่างๆเหล่านั้นรวมไปถึง เปลี่ยนไมโครโฟนใหม่ทันทีหลังผู้นำแต่ละท่านพูดจบ

📌 เดินเกมต่อ

ปธน.ไบเดน เข้าร่วมการประชุมในปีนี้ด้วยตนเอง หลังเดินทางไปยังนครนิวยอร์กในช่วงเย็นของวันจันทร์ เพื่อพบปะกับผู้นำประเทศอีกราว 100 คนที่ที่ทำการใหญ่องค์การสหประชาชาติ ขณะที่ ผู้นำหลายประเทศ เช่น จีน อิหร่าน อียิปต์ และโซมาเลีย ส่งภาพบันทึกภาพการกล่าวสุนทรพจน์ของตนล่วงหน้ามาเผยแพร่ในการประชุมแทน

และหลังการกล่าวสุนทรพจน์เสร็จสิ้นแล้ว ผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดประชุมนอกรอบกับนายกรัฐมนตรี สก็อตต์ มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย ก่อนจะเดินทางกลับไปยังทำเนียบขาวเพื่อต้อนรับนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ เพื่อหารือประเด็นต่างๆ ต่อไป

📌 อียูหนุนฝรั่งเศสชนออสเตรเลีย

โจเซฟ บอร์เรลล์ ประธานด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวภายหลังการประชุมแบบปิดลับของเหล่ารัฐมนตรีต่างประเทศอียู ซึ่งเดินทางมาร่วมการประชุมประจำปีของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป “แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีความสมานฉันท์กับฝรั่งเศส” โดยเขาบอกว่าการที่สหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลียทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นการกระทำตรงกันข้ามกับการเรียกร้องให้มีความร่วมมือเพิ่มขึ้นมากๆ กับสหภาพยุโรปในอินโด-แปซิฟิก

หลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ออสเตรเลียยกเลิกคำสั่งซื้อเรือดำน้ำแบบใช้เครื่องยนต์ดีเซลจากฝรั่งเศส และหันไปเลือกการผลิตเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ โดยใช้เทคโนโลยีจากอเมริกาและอังกฤษแทน หลังจากทั้งสามประเทศประกาศโครงการ สร้างพันธมิตรทางทหารแห่งใหม่ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “ออคัส” ซึ่งบอร์เรลล์กล่าวว่า อียูประหลาดใจมากกับคำประกาศนี้

📌 จวกแนวทางไบเดนไม่ต่างจากทรัมป์

การตัดสินใจของแคนเบอร์ราทำให้ฝรั่งเศสไม่พอใจอย่างยิ่ง โดยเมื่อวันจันทร์รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ยังคงวิพากษ์วิจารณ์วอชิงตันต่อไปอีก ด้วยการกล่าวหาคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่า ยังคงสานต่อแนวทาง “ทำตามอำเภอใจ คาดเดาไม่ได้ โหดร้ายอำมหิต และไม่เคารพหุ้นส่วนและพันธมิตร” ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

แม้ว่าวอชิงตันจะพยายามบรรเทาความขุ่นเคืองของปารีส ที่เป็นพันธมิตรสำคัญในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยที่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง รับปากแล้วว่า จะหารือทางโทรศัพท์กับไบเดนในเร็ววันนี้ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสสำทับว่า พันธมิตรควรบอกกล่าวกัน และไม่ปิดบังซ่อนเร้นยุทธศาสตร์ที่สลับซับซ้อนและมีความแตกต่างกัน ดังนั้น สิ่งที่ฝรั่งเศสต้องการคือคำอธิบาย

ด้าน เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ไบเดนน่าจะยืนยันระหว่างการหารือกับมาครงในเร็วๆนี้ ว่าอเมริกายังมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรใกล้ชิดและเก่าแก่ที่สุด เพื่อรับมือความท้าทายต่างๆ ที่โลกกำลังเผชิญอยู่

ในอีกด้านหนึ่งยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ข้อพิพาทนี้จะส่งผลต่อการเจรจาการค้าอียู-ออสเตรเลียรอบต่อไปในวันที่ 12 เดือนหน้าหรือไม่ โดยในวันจันทร์นั้น บอร์เรลได้พบกับมาริส เพย์น รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ในนิวยอร์กด้วยเช่นกัน

ชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป สำทับว่า ความเคลื่อนไหวของออสเตรเลีย อังกฤษ และอเมริกาเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงคำประกาศของคณะบริหารของไบเดนว่า “อเมริกากลับมาแล้ว” คำที่ไบเดนเคยประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า รัฐบาลของเขาเป็นการกลับมาของอเมริกาที่เป็นคนเดิม ก่อนหน้ายุคอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

มิเชลกล่าวว่า “กับทรัมป์ อย่างน้อยก็มีความชัดเจนมาก ทั้งน้ำเสียง สาระ และภาษา ชัดเจนมากว่า EU ไม่ใช่หุ้นส่วนหรือพันธมิตรที่มีประโยชน์ในความเห็นของเขา” เขายังบอกอีกว่า ถ้าเป้าหมายหลักคือจีน ยิ่งแปลกมากที่อเมริกาไปจับมือกับออสเตรเลียและอังกฤษ ซึ่งทำให้เครือข่ายพันธมิตรข้ามแอตแลนติกอ่อนแอลง

 

ที่มา :
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2199731
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/297686/
voa : https://www.voathai.com/a/biden-unga-international-cooperation-global-challenges/6237493.html
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000093828
mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000093800
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/91537/

ไบเดนเรียกร้องเอกภาพ ท่ามกลางความตึงเครียดชาติพันธมิตร

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ