skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ไบเดน-มาครงเจรจาชื่นมื่น หลังโทรฯเคลียร์ใจกรณีฝรั่งเศสวืดสัญญาเรือดำน้ำ

📌 ผลประโยชน์คุยกันได้

ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ได้สนทนากันทางโทรศัพท์ในวันนี้ โดยการเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น และฝรั่งเศสจะส่งเอกอัครราชทูตกลับมาประจำการในสหรัฐในสัปดาห์หน้า

ในถ้อยแถลงร่วมที่เผยแพร่ หลังการพูดคุยหารือกันทางโทรศัพท์เป็นเวลา 30 นาที ทั้งสองผู้นำเห็นพ้องดำเนินการปรึกษาหารือกันในเชิงลึก เพื่อฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจ และพบปะกันในยุโรปในช่วงปลายเดือนตุลาคม

ถ้อยแถลงร่วมระบุว่าวอชิงตันสัญญาจะยกระดับ ความพยายามปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายในซาเฮล(เขตรอยต่อบริเวณกึ่งทะเลทรายและบริเวณทะเลทรายซาฮารา แบ่งทวีปแอฟริกาเป็นเหนือและใต้) ที่ดำเนินการรัฐต่างๆในสหภาพยุโรป ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบ่งชี้มันน่าจะหมายถึงการที่อเมริกาให้การสนับสนุนทางโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การประจำการกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ

การต่อโทรศัพท์สายตรงถึงมาครงของไบเดน ถือเป็นความพยายามซ่อมแซมความสัมพันธ์ หลังจากฝรั่งเศสกล่าวหาสหรัฐฯแทงข้างหลัง จากกรณีที่สหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลีย ประกาศข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงฉบับใหม่ “ออคัส” (AUKUS) ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ออสเตรเลียฉีกสัญญาจัดซื้อกองเรือดำน้ำของฝรั่งเศส มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ แล้วเลือกกองเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ที่จะสร้างโดยใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรแทน

ในความโกรธเคืองต่อข้อตกลง ระหว่างออสเตรเลียกับสหรัฐฯและสหราชอาณาจักร ทางฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตประจำวอชิงตันและแคนเบอร์รากลับประเทศ

📌 ไบเดนยอมรับว่าพลาดเรื่องเรือดำน้ำ

“ทั้งสองผู้นำเห็นพ้องกันว่าการพูดคุยอย่างเปิดเผยในหมู่พันธมิตรในประเด็นผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของฝรั่งเศสและพันธมิตรยุโรปของเรา จะเป็นประโยชน์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” ถ้อยแถลงร่วมของสหรัฐฯและฝรั่งเศสระบุ “ไบเดนถ่ายทอดความมุ่งมั่นของเขาในเรื่องนั้น”

เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวให้คำจำกัดความการต่อสายโทรศัพท์ระหว่าง 2 ผู้นำ ว่าเป็นการพูดคุยที่เป็นมิตรและแสดงความหวังเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น “ประธานาธิบดีพูดคุยโทรศัพท์อย่างเป็นมิตรกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส พวกเขาตกลงพบปพะกันในเดือนตุลาคม และเดินหน้าปรึกษาหารือใกล้ชิดและทำงานร่วมกันในประเด็นต่างๆนานา”

เมื่อถามว่าไบเดนได้เอ่ยปากขอโทษมาครงหรือไม่ โฆษกหญิงทำเนียบขาวตอบว่า “เขายอมรับว่าน่าจะมีการปรึกษาหารือมากกว่านี้”

พันธมิตรความั่นคงสหรัฐฯ ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าออกแบบมาเพื่อตอบโต้ความเคลื่อนไหวของจีนที่แผ่ขยายอิทธิพลในแปซิฟิกมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์มองว่ามันกลายเป็นการกัดเซาะความพยายามของไบเดน ซึ่งต้องพึ่งพันธมิตรอย่างเช่นฝรั่งเศส เพื่อจุดมุ่งหมายดังกล่าว

📌 รัฐเคลียร์แต่ผู้ผลิตยังไม่เคลียร์

บริษัทนาวาลกรุ๊ปของฝรั่งเศส เปิดเผยว่าจะส่ง “ข้อเสนอที่มีรายละเอียดและคำนวณแล้ว” ไปยังออสเตรเลียในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการยกเลิกสัญญาสั่งซื้อเรือดำน้ำของฝรั่งเศสที่มีขึ้นเมื่อปี 2016

หลังออสเตรเลียตกลงซื้อเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยดีเซล 12 ลำที่สร้างโดยนาวาลกรุ๊ป และถูกเรียกว่าเป็น “สัญญาแห่งศตวรรษ” มูลค่า 36,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต่อมามีการประเมินราคาใหม่เป็น 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนออสเตรเลียจะยกเลิกข้อตกลงกับฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นายปิแอร์ เอริก ปอมเมลเลต์ ซีอีโอของนาวาลกรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้รับแจ้งการตัดสินใจยกเลิกโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งถือเป็น “ความโหดร้าย” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น บริษัทจะส่งใบเรียกเก็บเงินไปยังออสเตรเลียในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากออสเตรเลียเป็นฝ่ายยกเลิกสัญญา และมีกรณีที่ระบุไว้ในสัญญาเกี่ยวค่าใช้จ่ายที่ดำเนินการไปแล้ว และที่จะเกิดขึ้นจากการรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานและไอที ตลอดจนการปรับอัตราพนักงาน

ด้านกระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศส เปิดเผยว่านาวาลกรุ๊ปได้เริ่มการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงทางการเงินกับออสเตรเลียแล้ว

📌 เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ท้าทายอำนาจจีนในมหาสมุทรแปซิฟิก

ข้อตกลงหุ้นส่วนด้านความมั่นคง สามฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ อังกฤษและออสเตรเลีย เพื่อสร้างเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ให้ออสเตรเลียใช้ประจำการได้ใน 14 ปีได้สร้างความขุ่นเคืองให้กับจีน

นักวิเคราะห์ชี้ว่าเรื่องนี้จะช่วยเพิ่มบทบาทด้านความมั่นคง ของออสเตรเลียในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกขึ้น โดยข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสามประเทศดังกล่าว ซึ่งมีการประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะเป็นผลให้ออสเตรเลีย สร้างเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ได้อย่างน้อยแปดลำโดยอาศัยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ซึ่งเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ที่ว่านี้จะมีความคล่องตัวมากขึ้น เดินทางได้เร็วขึ้นและสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้มากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามอาจจะต้องใช้เวลาจนถึงปี 2035 หรืออีก 14 ปีต่อจากนี้ กว่าที่ออสเตรเลียจะมีเรือดำน้ำดังกล่าวมาใช้งาน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องเขี้ยวเล็บใหม่สำหรับกองทัพออสเตรเลีย นายเกรกอรี โพลลิง ผู้อำนวยการโครงการด้านความโปร่งใสทางทะเลในเอเชียของสถาบัน Center for Strategic and International Studies ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มองว่าในแง่ปฏิบัติการแล้วเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์นี้ย่อมทำให้จีนไม่พอใจ เพราะออสเตรเลียจะสามารถส่งยานใต้น้ำรุ่นใหม่นี้ไปประจำการที่จุดใดก็ได้ในทะเลจีนใต้หรือในทะเลจีนตะวันออกเป็นเวลานานขึ้น

ส่วนมัลคอม เดวิส นักวิเคราะห์อาวุโสของสถาบัน Australian Strategic Policy Institute ในกรุงแคนเบอร์ราก็เสริมว่าเรือดำน้ำดังกล่าว อาจใช้เวลาเดินทางจากออสเตรเลียไปยังทะเลจีนใต้เพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น ทั้งยังอาจถูกส่งเข้าไปในอ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับและบริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกได้ด้วย

อย่างไรก็ตามถึงแม้ออสเตรเลียจะยังไม่มีเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ใช้งานทันทีและต้องรออีกราว 10 ปี แต่นายเกรกอรี โพลลิงก็ชี้ว่าเรื่องนี้เป็นการแสดงถึงท่าทีและความเต็มใจของออสเตรเลียที่จะเผชิญหน้ากับจีน รวมทั้งยังเป็นการสะท้อนแนวคิดเรื่องการกลับคืนสู่บทบาทระดับโลกของอังกฤษหลังจากที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปด้วย

โดยข้อตกลงความมั่นคง AUKUS นี้ระบุให้มีการแบ่งปันเทคโนโลยีด้านการทหาร ระบบปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งควอนตัมเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐ อังกฤษและออสเตรเลีย

ทางด้านนายมัลคอม เดวิส นักวิจัยของออสเตรเลียก็มองเช่นกันว่า เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์รุ่นใหม่จะช่วยเสริมขีดความสามารถ ด้านการป้องกันประเทศของออสเตรเลีย เพื่อรับมือกับจีนซึ่งมีศักยภาพทางทหารเพิ่มมากขึ้น และตนเชื่อว่าการท้าทายด้านการทหารจากจีนนั้นเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง ซึ่งรวมถึงโอกาสที่จะมีการใช้กำลังระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในประเด็นปัญหาเรื่องไต้หวันในช่วงทศวรรษนี้เช่นกัน

📌 กลับสู่เกมการเมืองพรรคพวกดั้งเดิม

ข้อตกลงด้านความมั่นคง AUKUS ดังกล่าวนี้ มีขึ้นเพิ่มเติมจากความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระหว่างสี่ประเทศ คืออินเดีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่า the Quad ซึ่งมีมาได้ 16 ปีแล้ว และสำหรับกลุ่มความร่วมมือ AUKUS ครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนได้แถลงโจมตีว่า เป็นเรื่องที่เป็นอันตรายต่อภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งจะสร้างปัญหาต่อเสถียรภาพและสันติภาพในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งจะทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อสร้างสมอาวุธและบ่อนเซาะความพยายามลดอาวุธของนานาประเทศด้วย

และนายมัลคอม เดวิส นักวิเคราะห์ของออสเตรเลียได้เสริมว่า จีนอาจตอบโต้เรื่องนี้ด้วยการจำกัดสินค้านำเข้าบางอย่างจากออสเตรเลีย อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลกรุงแคนเบอร์ราได้เตรียมหาตลาดใหม่ ไว้ทดแทนสำหรับสินค้าออกที่สำคัญของตนคือถ่านหินกับไวน์แล้ว จากข้อขัดแย้งที่เคยมีขึ้นก่อนหน้านี้กับประเทศจีน

 

ที่มา :

infoquest : https://www.infoquest.co.th/2021/128813
Mgronline : https://mgronline.com/around/detail/9640000094263
voa : https://www.voathai.com/a/submarine-pact-china-ct/6240632.html
js100 : https://www.js100.com/en/site/news/view/108874

ไบเดน-มาครงคืนดีหลังโทรฯเคลียร์ใจ กรณีฝรั่งเศสวืดสัญญาเรือดำน้ำ

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ