skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : ผู้นำรัฐประหาร ‘กินี’ สัญญาจะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน ยืนยันจะไม่เอาผิดหรือล้างแค้นศัตรูทางการเมือง นานาชาติกดดันเร่งวางกรอบการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน

หลังการก่อรัฐประหารในประเทศกินีเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาเพื่อโค่นล้มอำนาจประธานาธิบดีอัลฟา คอนเด และล้มล้างรัฐธรรมนูญที่คอนเดผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเดือน มี.ค. 2020 เพื่อเปิดโอกาสให้เขาสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อได้เป็นสมัยที่ 3จากเดิมที่ผู้นำสามารถอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 2 สมัยเท่านั้น ตลอดจนปิดพรมแดนชั่วคราวทั้งทางบกและทางอากาศ และการประกาศเคอร์ฟิวให้มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ “อย่างไม่มีกำหนด”

‘พันเอกมามาดี ดูมบูยา’ อดีตผู้บัญชาการหน่วยพิเศษของกองทัพกินีและผู้นำคณะรัฐประหาร ผู้ตั้งตนเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของกินี เปิดเผยความเคลื่อนไหวล่าสุดในการเปลี่ยนผ่านอำนาจ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในการประชุมร่วมกับบรรดารัฐมนตรีของรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีคอนเด พันเอกดูมบูยากล่าวว่า ต่อจากนี้จะมีการปรึกษาหารืออย่างจริงจังเพื่อกำหนดกรอบการเปลี่ยนผ่านอำนาจที่ชัดเจน โดยจะมีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นเพื่อเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านนี้

“หลังขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านอำนาจสิ้นสุดลง เราจะกำหนดทิศทางในการปกครองและการบริหารงานด้านเศรษฐกิจกันใหม่สำหรับยุคสมัยใหม่ของกินี” ผู้นำรัฐประหารกล่าว โดยไม่มีการระบุว่ารายระเอียดของการเปลี่ยนผ่านว่าจะเป็นอย่างไร และยังไม่มีการเปิดเผยวันเวลาที่กินีจะกลับเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยหรือมีการเลือกตั้ง

ดูมบูยาย้ำว่า ‘ความยุติธรรม’ จะเป็นสิ่งนำทางสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ กระบวนการต่างๆ จะดำเนินไปโดยไม่มีการใช้ความโกรธเกลียดมาล้างแค้นศัตรูทางการเมือง พร้อมย้ำให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีคอนเดส่งมอบเอกสารการเดินทางทั้งหมดให้กับคณะรัฐประหาร เพื่อเป็นประกันว่าพวกเขาจะไม่เดินทางออกนอกประเทศระหว่างการเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ตัวอดีตผู้นำคอนเดยังได้รับการดูแลระหว่างถูกคณะรัฐประหารควบคุมตัว

📌 ต้นตอคือการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ผู้นำ ‘อยู่ในอำนาจต่อ’

ประธานาธิบดีคอนเดของกินีคือผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของประเทศ เขาชนะเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2010 และชนะในสมัยที่ 2 ในปี 2015

สำนักข่าวอัลญะซีเราะห์รายงานว่า ปัญหาที่นำไปสู่การนองเลือกคือการที่คอนเดชนะเลือกตั้งอีกครั้งในสมัยที่ 3 ท่ามกลางความขัดแย้งอันรุนแรงในการเลือกตั้งเมื่อเดือน ต.ค.ของปีที่แล้ว เพราะความพยายามผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในเดือน มี.ค.2020 ที่อนุญาตให้เขาสามารถอยู่ต่อในตำแหน่งได้ จากเดิมที่วาระการดำรงตำแหน่งคือเพียงแค่ 2 สมัยเท่านั้น ‘ไม่ใช่ 3 สมัย’

เหตุการณ์นั้นทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมารวมตัวกันประท้วง ประชาชนหลายสิบรายถูกสังหารโดยฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ผู้ประท้วงจำนวนหลายร้อยคนถูกจับกุม หลังจากนั้นประธานาธิบดีคอนเดในวัย 83 ปี ก็ขึ้นดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 3 ในวันที่ 7 พ.ย. 2020ไม่สนคำครหาจากคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญจากพรรคฝ่ายค้านหลายคน และการคัดค้านของประชาชน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมในวันนี้ ประชาชนและคนรุ่นใหม่จำนวนมากตัดสินใจลงถนน เต้นรำอย่างมีความสุดเพื่อต้อนรับ ‘กลุ่มทหารติดอาวุธ’

📌 ท่าทีของนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม นานาชาติต่างประณามการก่อรัฐประหารที่เกิดขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นรัฐประหารครั้งที่ 3 แล้วสำหรับภูมิภาคแอฟริกากลางและตะวันตกนับตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมา สร้างความกังวลใจให้หลายฝ่ายว่าการปกครองในภูมิภาค จะกลับไปอยู่ในอำนาจของทหารดังเช่นในยุคทศวรรษที่ 1990 อีกครั้ง นานาประเทศจึงเร่งออกแถลงการณ์กดดันให้ผู้นำรัฐประหารประกาศกรอบแนวทางในการคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว และให้คำมั่นต่อบรรดานักลงทุนว่าอุตสาหกรรมการส่งออกแร่ของกินีจะไม่ถูกยกเลิก

ประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาตะวันตก ( อีโควาส ) ออกแถลงการณ์ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น และเรียกร้องการปล่อยตัวคอนเด ซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของทหาร ณ สถานที่แห่งหนึ่ง โดยเตือนเรื่องการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อกินี หากผู้นำกินี วัย 83 ปี ยังไม่ได้รับอิสรภาพภายในเร็ววันนี้ ขณะที่สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) สหรัฐ และสหภาพยุโรป ( อียู ) เรียกร้องคณะรัฐประหาร “อย่าใช้อำนาจเกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญ” และเตือนว่า การดำเนินการเช่นนั้น “มีแต่จะส่งผลเสียต่อกินีในภาพรวม” ด้านกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส ประเทศซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมของกินี ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการรัฐประหารครั้งนี้ด้วย

📌 ทรัพยากรธรรมชาติมั่งคั่ง

ความจริงกินีเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยแร่บ็อกไซท์ เหล็ก ทองคำและเพชร แต่ผลประโยชน์เหล่านี้อยู่ในกำมือของคนเพียงหยิบมือเดียว ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจนแถมเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลของคอนเด้ก็เพิ่งขึ้นภาษีอีกเป็นทวีคูณเพื่อหารายได้เข้ารัฐ ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนอย่างมาก และฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์บอกว่ารัฐบาลใช้กฎหมายอาญาอันเข้มงวดกีดกันผู้เห็นต่าง ขณะที่ความแตกแยกทางเชื้อชาติและปัญหาคอร์รัปชัน ก็ยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกทางการเมืองหนักหน่วงขึ้น

📌 รัฐประหารกันเป็นอาชีพ

การก่อรัฐประหารดูจะเป็นเรื่องปกติในแอฟริกาซึ่งนับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1950 เกิดขึ้นกว่า 200 ครั้งโดยระหว่างปี 1960-2000 เกิดขึ้นเฉลี่ย 4 ครั้งต่อปี และนับตั้งแต่ปี 2000- จนถึงปัจจุบัน เฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี และกว่าครึ่งหนึ่งเป็นการก่อรัฐประหารที่ประสบความสำเร็จ

นักวิเคราะห์มองว่าการเป็นประเทศที่เพิ่งได้รับเอกราช การผูกขาดอำนาจอย่างยาวนาน เผด็จการ ปัญหาความยากจนและเศรษฐกิจเป็นแรงกระเพื่อมให้เกิดการรัฐประหารซึ่งเกิดขึ้นในแอฟริกามากที่สุด โดยซูดานมากที่สุดคือ 15 ครั้ง ตามมาด้วยบุรุนดิ 11 ครั้ง กาน่า เซียร่าลีโอนประเทศละ 10 ครั้ง โคโมรอส 9 ครั้ง เบอร์กิน่าฟาโซ่ กินี มาลี เบนินและไนจีเรียประเทศละ 8 ครั้ง ช้าดและไนเจอร์ 7 ครั้ง ทั้งหมดเกิดในช่วง 70 ปีที่่ผ่านมา

ย้อนกลับมาดูประเทศไทย ตั้งแต่ 1932 หรือ 89 ปีที่่ผ่านมา ตัวเลขยังคงสับสน ส่วนใหญ่บอกว่า 13 ครั้ง บางตำราบอกว่า 17 ครั้ง วิกีพีเดียบอกว่ามีการปฏิวัติ รัฐประหาร ทั้งสำเร็จ ล้มเหลว รวมถึงปฏิวัติตัวเอง เกิดขึ้นรวม 21 ครั้ง

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/240509/
voicetv : https://voicetv.co.th/read/QyVG1-sSq
thestandard : https://thestandard.co/papa-new-guinea-army-coup-detat-and-captured-president/
nation : https://www.nationtv.tv/news/378838252

​ผู้นำรัฐประหารกินีสัญญาจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ