skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : 1 ปีในตำแหน่งประธานาธิบดีของ “โจ ไบเดน” กับ 3 อุปสรรคใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตก

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกาแถลงข่าว เนื่องในโอกาสครบรอบหนึ่งปีการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยไบเดนรับว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ชาวอเมริกันเหนื่อยล้าและหมดกำลังใจ แต่ยืนยันว่าหนึ่งปีแรกในการดำรงตำแหน่งของเขา การรับมือกับโควิด-19 ถือว่าได้ผลดีกว่าที่คาดหวัง

มีการสร้างงานเพิ่มขึ้น 6 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นอัตราที่มากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต   นอกจากนี้เขายังตั้งเป้าหมายว่าชาวอเมริกัน 210 ล้านคนจะได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนภายในปีนี้

ไบเดนกล่าวว่า ประเด็นใหญ่ๆ ที่เขาต้องการจัดการให้สำเร็จลุล่วงมีตั้งแต่โครงการและงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังคงค้างคาอยู่ในสภาของเกรส การรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ไบเดนกล่าวว่า เขาเชื่อมั่นว่าประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เขาต้องการจะผลักดันจะแล้วเสร็จก่อนหน้าที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในปีนี้ และเชื่อว่าผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งจะให้การสนับสนุนพรรคเดโมแครตหากได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน ทั้งยังวางแผนที่จะเดินทางไปทั่วประเทศอีกด้วย

แม้ตัวเลขการให้ความยอมรับต่อการทำงานของไบเดนจะไม่หวือหวานัก แต่ไบเดนเชื่อว่าสิ่งที่เขาทำไปแล้วน่าจะดีกว่าที่หลายคนคาดหวัง ภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศยังคงต้องพุ่งความสนใจไปที่การรับมือกับโควิด-19

“กว่าสองปีแล้วที่เราต้องรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดครั้งนี้และสำหรับคนส่วนใหญ่มันมากเกินกว่าที่จะรับได้ สำหรับบางคนอาจบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นนิวนอร์มอล แต่ผมขอเรียกมันว่าเป็นงานที่ยังไม่แล้วเสร็จ และมันจะต้องดีขึ้น”ไบเดนกล่าว

📌 สามความท้าทายที่ยังต้องแก้

ผลการสำรวจล่าสุดของอิปซอส (Ipsos poll) พบว่า คนอเมริกันราว 50% ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของเขา

ปัญหาที่เป็นความท้าทายใหญ่สุดของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็น ปีแรกในวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐอเมริกา ของเขา นั่นก็คือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งสหรัฐกลายเป็นประเทศที่มีทั้งผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาแบ่งแยกแตกขั้วทางการเมือง ที่ทำให้การผลักดันกฎหมายในรัฐสภาเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ความท้าทายใหม่ซึ่งกำลังก่อตัวและคาดว่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการบริหารงานของเขาเมื่อก้าวเข้าสู่ขวบปีที่สอง ก็คืออัตราเงินเฟ้อซึ่งสูงที่สุดในรอบ 39 ปี

นักวิเคราะห์มองว่าประเด็นเหล่านี้เป็นเหตุผลให้คนอเมริกันราว 50% ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของประธานาธิบดีไบเดน (ข้อมูลการสำรวจครั้งล่าสุดของ Ipsos poll) มัลโลรี นิววอลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะของ Ipsos อธิบายว่า มีสองเหตุผลหลักที่อยู่เบื้องหลังความไม่พอใจของคนอเมริกัน นั่นก็คือ ปัญหาเศรษฐกิจและโรคระบาดใหญ่โควิด-19 ที่ยังไม่จบสิ้นเสียที

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปลายปี 2020 นั้น โจ ไบเดน สัญญาว่าจะรับมือและแก้ปัญหาโควิด-19 รวมทั้งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ผลก็คือจนถึงขณะนี้สหรัฐยังอ่วมอยู่กับโควิดที่กลายพันธุ์และบุกเข้าจู่โจมระลอกแล้วระลอกเล่า และถึงแม้เศรษฐกิจของสหรัฐจะกระเตื้องขึ้น แต่อัตราเงินเฟ้อในระดับสูงที่สุดในรอบ 39 ปี ก็ทำให้คนอเมริกันเทความสำคัญให้กับเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า เป็นผลให้คะแนนนิยมเรื่องการบริหารเศรษฐกิจของประธานาธิบดีไบเดนอยู่ในระดับไม่ถึง 50%

📌 ความแตกแยก ยากประสาน

นักวิเคราะห์ยังมองว่านอกจากปัญหาท้าทายหลัก ๆ สองเรื่องนี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญของปธน.ไบเดน ก็คือ ความแตกแยกทางการเมือง เพราะถึงแม้เขาจะพยายามอย่างมากในการใช้คะแนนเสียงของพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสที่มีมากกว่าคะแนนของฝ่ายรีพับลิกันเพียงเล็กน้อยผลักดันร่างกฎหมายมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ในเรื่องต่างๆ ที่เป็นนโยบายสำคัญของพรรคเดโมแครต เช่น การสร้างหลักประกันทางสังคม การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม รวมทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง และสิทธิของคนทำงานที่จะลางานเพื่อดูแลครอบครัวโดยยังได้รับค่าตอบแทน แต่เขาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

เควิน โคซาร์ นักวิเคราะห์ด้านการเมืองจากสถาบัน American Enterprise Institute มองว่าการสื่อสารจากทำเนียบขาวเองที่เป็นปัญหา รัฐบาลของปธน.ไบเดนพลาดโอกาสเรื่องการหยิบยกกฎหมายที่ผ่านสภาได้สำเร็จขึ้นมาพูด แต่กลับเน้นเรื่องที่ทำเนียบขาวและผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาไม่สามารถผลักดันให้เป็นผลได้ โดยเฉพาะเรื่องจุดยืนที่แตกต่างของวุฒิสมาชิกสังกัดพรรคเดโมแครตเอง ซึ่งคนอเมริกันไม่ต้องการฟัง ไม่สนใจ และไม่อยากได้ยินข้อแก้ตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้

📌 ปากท้องมาอันดับ 1

ขณะที่แอนดรูว์ พัซเดอร์ จาก Heritage Foundation ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองแนวทางอนุรักษ์นิยม มองว่า ปธน.ไบเดน ควรมุ่งให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนประเด็นอื่นใด เพราะหากปล่อยให้ปัญหาเงินเฟ้อและการขาดแคลนแรงงานรวมทั้งปัญหาของระบบซัพพลายเชนยืดเยื้อออกไปมากเพียงใด โอกาสที่จะเกิดภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” ในสหรัฐ ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามมา

ในส่วนของการรับมือกับโควิด-19 นั้น จาเร็ต สเต็ปแมน นักเขียนคอลัมน์ฝ่ายอนุรักษ์นิยม วิพากษ์การทำงานของไบเดนว่า เขาทำงานได้ไม่ดี นโยบายที่กำหนดให้ประชาชนต้องฉีดวัคซีน ก็เป็นเรื่องที่เข้มงวดมากเกินไปแต่ไร้ประสิทธิผล

ขณะที่ปธน.ไบเดนกำลังเริ่มเข้าสู่การทำงานในปีที่สองท่ามกลางปัญหาการแพร้ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังย่างเข้าสู่ปีที่สามนั้น ความรู้สึกของประชาชนชาวอเมริกันไม่เป็นไปในทางบวกเท่าไหร่นัก และจากความรู้สึกผิดหวังและความไม่พอใจ ก็ทำให้เกิดคำถามและความไม่แน่ใจตามมา ซึ่งความรู้สึกในลักษณะดังกล่าวย่อมจะส่งผลกระทบถึงประเด็นอื่น ๆ ที่สำคัญ ทำให้การรับมือหรือการแก้ไขปัญหามีความยากลำบากตามไปด้วย ซึ่งรวมถึงความพยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการผลักดันนโยบายของพรรคเดโมแครตเพื่อแก้ปัญหาภายในประเทศ

 

ที่มา :
matichon : https://www.matichon.co.th/foreign/news_3140776
thansettakij : https://www.thansettakij.com/world/510860
js100 : https://www.js100.com/en/site/news/view/113942

1 ปีในตำแหน่งปธน.ไบเดน กับ 3 อุปสรรคใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตก

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ