skip to Main Content

CAIR ชี้เหตุอคติต่อต้านชาวมุสลิมในสหรัฐสูงขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2557

สำนักข่าวอนาโดลูรายงานว่า สภาความสัมพันธ์อเมริกันอิสลาม (CAIR) เปิดเผยสถิติเหตุการณ์อคติต่อต้านชาวมุสลิมในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2557 ถึงกลางปีนี้สูงถึง 10,015 ครั้ง

ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (16 ก.ย. 62) หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกากล่าวว่า แนวโน้มแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเข้าสู่สนามเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2558 ที่จำนวนเหตุการณ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

CAIR รวบรวมรายงานสถิติทั่วประเทศนับตั้งแต่ปี 2557 ถึงเดือนมิถุนายน 2562 พบว่า ไม่ใช่เพียงเหตการณ์อคติต่อต้านชาวมุสลิมเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น แต่เหตุการณ์ความรุนแรงต่อชาวมุสลิมก็เพิ่มขึ้นเช่นกันโดยมีอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อต้านชาวมุสลิม 1,164 ครั้ง รวมถึงการทำร้ายร่างกายและความเสียหายต่อสินทรัพย์

CAIR อธิบายเพิ่มเติมว่าเหตุอคติต่อชาวมุสลิมนั้น 2,783 เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐบาล

ในปี 2559 เหตุต่อต้านชาวมุสลิมมีจำนวน 2,213 ครั้ง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 65 จากปี 2557 แต่ปีที่มีเหตุการณ์สูงสุดคือปี 2560 ซึ่งมีจำนวน 2,599 ครั้ง

CIAR กล่าวว่า “นี่อาจเป็นผลมาจากคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีที่ห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าประเทศ” (the Muslim Ban Executive Order) ที่ลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพียง 10 วันหลังจากเขาเข้าสู่ตำแหน่ง

สำหรับ 6 เดือนแรกของปีนี้ CAIR ระบุว่ามีรายงานเหตุอคติต่อต้านชาวมุสลิมแล้ว 759 ครั้ง โดยประเภทของการละเมิดที่พบบ่อยที่สุดคือการก่อกวน ตามมาด้วยการเลือกจ้างงาน การรังแก การขู่ขวัญ และอื่นๆ

“แนวโน้มโดยรวมในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐบาลกลางแสดงให้เห็นว่า สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เป็นหน่วยงานที่มีรายงานว่าเกิดเหตุอคติต่อชาวมุสลิมมากที่สุด โดยมีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของเหตุทั้งหมดที่มีจำนวน 1,177 ครั้ง” CAIR ระบุในรายงาน และเพิ่มเติมว่ามีเหตุต่อต้านมัสญิดเกิดขึ้น 506 ครั้ง รวมถึงการโจมตี การรื้อทำลาย และการสร้างความเสียหายต่อมัสญิดอย่างไร้เหตุผล

 

CAIR ชี้เหตุอคติต่อต้านชาวมุสลิมในสหรัฐสูงขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2557

Back To Top
×Close search
Search