skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : 15 มีนาคม 1917 ซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซียสละราชสมบัติ จุดสิ้นสุดราชวงศ์โรมานอฟ

📌 ปัจจัยหลายทางรุมเร้า

การปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 เป็นผลสืบเนื่องมาจากความยืดเยื้อของสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ขณะนั้นรัสเซียต้องต่อสู้กับฝ่ายเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี อิตาลี และตุรกี หรือการเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่ 1 และเกิดเพลี่ยงพล้ำจนส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างหนัก เกิดภาวะเงินเฟ้อ ราคาอาหารและสินค้าถีบตัวสูงขึ้น เกิดเป็นกระแสต่อต้านการทำสงคราม แต่ซาร์นิโคลัสที่ 2 องค์จักรพรรดิแห่งรัสเซีย (Tsar Nicolas II of Russia) ทรงยืนยันจะทำสงครามต่อไป และเสด็จไปบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง ส่วนภายในประเทศมอบให้ อเล็กซานดรา จักรพรรดินี (Alexandra Feodorovna) เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินแทนพระองค์

การบริหารราชการแผ่นดินในขณะนั้นของอเล็กซานดรา ขาดเสถียรภาพ เนื่องจากทรงเชื่อคำแนะนำของรัสปูติน (Grigori Yefimovich Rasputin ) นักบวชที่อ้างว่ามีเป็นผู้วิเศษ ที่ช่วยรักษาเจ้าชายชาเรวิช อะเล็กเซ (Tsarevich Alexei) ที่เป็นโรคฮีโมฟีเลียบี (เลือดไหลไม่หยุด) โดยโรคนี้ค่อนข้างจะแพร่หลายในพระบรมวงศานุวงศ์ในแถบยุโร ในการแต่งตั้งผู้ใกล้ชิดที่ไร้ความสามารถให้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ

📌 ประชาชนลุกฮือ

ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองการปกครอง ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคบอลเชวิก ซึ่งนิยมลัทธิมากซ์ กลุ่มนี้นำโดยเลนิน ยังเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลอย่างหนัก และปลุกระดมให้ประชาชนลุกฮือต่อต้านรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นว่าการปฏิวัติเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้รัสเซียรอดพ้นจากปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังปะทุขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

จากวิกฤตทั้งหมดทำให้เกิดการต่อต้านรัฐบาลอย่างหนัก โดยประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงและก่อจราจลตามเมืองต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สหภาพแรงงานพยายามประสานงานกับเครือข่ายเพื่อนัดกันหยุดงาน มีมวลชนมาเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปรัฐบาล จนกลายเป็นชุมนุมใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1917 ที่เรียกกันว่า ‘เหตุการณ์ปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์’ (February Revolution)

เมื่อคนไม่พอใจมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ การประท้วงของพวกเขาทำให้รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุมด้วยวิธีการที่รุนแรงและเด็ดขาด เพื่อที่จะให้เรื่องนี้จบลงอย่างเร็วที่สุด แต่กลายเป็นว่าเมื่อรัฐใช้กำลัง ประชาชนที่ตกงานและเผชิญกับชีวิตที่ยากแค้นยิ่งโกรธเคืองมากกว่าเก่า พวกเขาคิดคำขวัญขึ้นมาใหม่และใช้เป็นสโลแกนการเคลื่อนไหว โดยมีคำว่า ‘ซาร์จงพินาศ’ (Down with the Czar) ที่มาจากความรู้สึกว่าชนชั้นสูงตัดสินใจโดยฟังแต่คำแนะนำของพรรคพวกกับรัสปูติน แต่ไม่ฟังเสียงประชาชน และคำว่า ‘ขนมปัง’ (Bread) ซึ่งมาจากการเรียกร้องให้รัฐหยุดปันส่วนอาหาร หยุดทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร และถอนตัวออกจากสงครามเสียที 

การประท้วงทวีความรุนแรง ประชาชนเริ่มบุกยึดสถานที่ราชการ สถานีรถไฟ และคลังเก็บอาวุธของกองทัพ สาเหตุที่เข้าถึงสถานที่ราชการหลายแห่งได้ เป็นเพราะข้าราชการ ตำรวจ และทหาร หลายคนอยู่ในการชุมนุมประท้วง จนสามารถยึดเมืองเปโตรกราดได้สำเร็จ

มีข่าวลือหนาหูว่าข้าราชบริพารบางคนเรียกร้องให้พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ วางแผนนโยบายการเมืองการปกครองใหม่เพื่อสยบความโกรธของประชาชน แต่พระองค์ยังคงเชื่อว่าการปราบปรามจะทำให้เหตุการณ์สงบลงได้

โดยรัฐบาลส่งทหารหน่วยคอซแซค (Cossack) ที่ว่ากันว่าเป็นทหารที่จงรักภักดีต่อซาร์มาควบคุมและปราบปรามประชาชน แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามการคาดการณ์ ทหารกลุ่มนี้เห็นใจชาวรัสเซียและเปลี่ยนท่าทีมาสนับสนุนประชาชน ในขณะเดียวกันนั้นหน่วยพิทักษ์พระราชวังอะเล็กซานเดอร์ ที่ซาร์สโกเอเซโล (Tsarskoe Selo) ได้ ประกาศความเป็นกลาง หรือบางส่วนก็หนีออกจากกรุงเปโตรกราดซึ่งเป็นการละทิ้งราชวงศ์

📌 สิ้นสุดราชวงศ์โรมานอฟ

จนทำให้คณะปฏิวัติบอลเชวิกและสมาชิกสภาดูมา โดยนิโคไล รุซสกี ผู้นำกองทัพ (Nikolai Ruzsky) วาซิลี โชล์กิน (Vasily Shulgin) และอะเล็กซานเดอร์ กุชคอฟ (Alexander Guchkov) สมาชิกสภาดูมา ถวายคำแนะนำพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ว่าการสละราชย์เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยกอบกู้ประเทศได้

วันที่ 15 มีนาคม 1917 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 สละราชสมบัติให้ ชาเรวิช อะเล็กเซ (Tsarevich Alexei) พระโอรส ก่อนเปลี่ยนใจมอบบัลลังก์ให้กับ แกรนด์ดยุก ไมเคิล อะเล็กซานโดรวิช (Grand Duke Michael Alexandrovich) พระอนุชา แต่ อะเล็กซานโดรวิช วิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมองว่าประชาชนยังคงเกลียดชังราชวงศ์ จึงปฏิเสธราชบัลลังก์ ทำให้การปกครองของราชวงศ์โรมานอฟสิ้นสุดลง

สมเด็จพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และพระบรมวงศานุวงศ์ถูกกักบริเวณที่พระราชวังอะเล็กซานเดอร์ และนำตัวไปไว้ยังจวนผู้ว่าในเมืองโตบอลสก์ ก่อนย้ายไปยังเมืองเยคาเตรินบุร์ก และถูกกราดยิงทั้งครอบครัวในช่วงตี 1 ของวันที่ 17 กรกฎาคม 1918 จึงเป็นการปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟที่ปกครองรัสเซียมากว่า 300 ปี

 

 

ที่มา :
themomentum : https://themomentum.co/otd-tsar-ii/
thestandard : https://www.facebook.com/thestandardth/posts/2991930031099869
silpa-mag : https://www.silpa-mag.com/history/article_28972

15 มีนาคม 1917 จุดสิ้นสุดราชวงศ์โรมานอฟ

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ