skip to Main Content
02-102-2953 info@whitechannel.tv
ครบรอบ 18 ปี เหตุการณ์ 9/11 กับสงครามต่อต้านก่อการร้ายที่ยังไม่จบสิ้น

11 กันยายน 2562 ครบรอบ 18 ปี เหตุวินาศกรรม 911 ที่มีผู้เสียชีวิตประมาณ 3,000 ราย นำโลกสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ยุคแห่ง “สงครามต่อต้านก่อการร้าย” ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา

เริ่มต้นด้วยการบุกอัฟกานิสถานในวันที่ 7 ตุลาคม 2544 สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา NATO และพันธมิตรตอนเหนือต่อต้านฏอลิบานเข้าโจมตีกรุงคาบูลและหัวเมืองอื่นๆ ในอัฟกานิสถาน เป้าหมายหลักคือการจับตาอุซามะฮ์ บิน ลาดิน และการโค่นอำนาจฏอลิบานที่ปกครองประเทศอยู่ในขณะนั้น ใช้เวลาราว 2 เดือนก็เข้าควบคุมประเทศได้ขณะที่ฏอลิบานถอยร่นกลับไปยังหุบเขา

ปี 2547 มีการจัดการเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์อัฟกานิสถาน ได้ฮามิด คาไซ ขึ้นเป็นผู้นำประเทศในตำแหน่งประธานาธิบดีนาน 10 ปี ต่อด้วยอัชรอฟ ฆอนี ที่เข้าบริหารประเทศในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน กระนั้นก็ตามความรุนแรงในอัฟกานิสถานก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนับวันฏอลิบานก็ยิ่งแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมาก่อน 911 ขณะที่รัฐบาลคาบูลยังไร้เสถียรภาพและมีสถานะเป็นเพียง “รัฐบาลหุ่นเชิด” ในสายตาของฏอลิบาน

แม้จะทุ่มงบประมาณไปแล้วหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแต่สงครามต่อต้านก่อการร้ายที่ดำเนินมา 18 ปีและกลายเป็นสงครามที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐดูเหมือนยังไม่มีวี่แววว่าจะประสบผลสำเร็จ ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับฏอลิบานก็เพิ่งล่มไปเมื่อวันเสาร์หลังผู้นำสหรัฐประกาศยกเลิกการนัดหมายหารือกับผู้นำฏอลิบานซึ่งเดิมกำหนดให้มีขึ้นที่แคมป์เดวิด และในวันจันทร์ (9 ก.ย.) ทรัมป์ก็ย้ำอีกครั้งว่าไม่มีโอกาสที่จะกลับไปเจรจาสันติภาพกับฏอลิบานอีก

20 มีนาคม 2546 สหรัฐฯ บุกถล่มอิรักหลังคอลิน พาเวลล์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในขณะนั้นกล่าวอ้างในที่ประชุม UNSC ว่าซัดดัม ฮุซเซน ผู้นำอิรักได้สะสมอาวุธชีวภาพและเคมีไว้ในครอบครองจำนวนมากและยังสนับสนุนขบวนการก่อการร้ายสากลและยังแอบประดิษฐ์อาวุธนิวเคลียร์ แต่ท้ายที่สุดพาเวลล์ก็สารภาพว่าสิ่งที่กล่าวอ้างทั้งหมดนั้นเป็นเท็จ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอิรักคือความเสียหายของสิ่งปลูกสร้างที่ราบเป็นหน้ากลองในหลายเมือง และชีวิตผู้คนที่มีการประเมินว่าเสียชีวิตระหว่าง 150,000-500,000 คน หรือมากกว่านั้นหากรวมกับเหตุการณ์ความไม่สงบ การใช้ความรุนแรงและการลอบวางระเบิดที่เป็นผลกระทบตามมาจากสงคราม หนำซ้ำยังก่อให้เกิดกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสที่ก้าวขึ้นมามีอำนาจและสถาปนารัฐอิสลามที่ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทั้งในอิรักและซีเรียในปี 2556 นำไปสู่การจัดตั้งพันธมิตรนานาชาติต่อต้านไอเอสนำโดยสหรัฐช่วงกลางเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน

3 ปีผ่านไปรัฐบาลอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรนานาชาติต่อต้านไอเอสสามารถประกาศชัยชนะเหนือกลุ่มนี้ที่เคยยึดครองพื้นที่ราว 1 ใน 3 ของประเทศได้ ฮัยดัร อัลอะบาดี นายกรัฐมนตรีอิรักกำหนดให้วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองที่เอาชนะไอเอสได้

19 ธันวาคม 2561 โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศผ่านทวิตเตอร์ทางการของตัวเองว่า “เราชนะไอเอสได้แล้ว” และว่าถึงเวลาถอนทหารกลับสู่มาตุภูมิแล้ว

16 มกราคม 2562 ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศว่า “รัฐคิลาฟะฮ์ล่มสลายแล้ว และกลุ่มไอเอสก็ปราชัยแล้ว”

แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าอดีตสมาชิกไอเอสยังคงหลบซ่อนตัวและเคลื่อนไหวใต้ดิน แพร่กระจายแนวคิดของกลุ่มโดยเฉพาะทางอินเตอร์เน็ต และอ้างความรับผิดชอบในเหตุโจมตีในลักษณะก่อการร้ายในหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะในสหรัฐและสหภาพยุโรป

ศูนย์วิจัยพิว เคยทำการศึกษาและพบว่าชาวอเมริกันราวร้อยละ 40 เชื่อว่าในปัจจุบันกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ มีศักยภาพในการก่อเหตุโจมตีในสหรัฐมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อนเหตุการณ์ 911 เสียอีก

ผลพวงของสงครามต่อต้านก่อการร้ายของสหรัฐยังก่อให้เกิดกลุ่มติดอาวุธในอีกหลายประเทศ หลายกลุ่มเคยให้สัตยาบันกับไอเอส ขณะที่กลุ่มฏอลิบานและอัลกออิดะฮ์ ที่เป็นคู่ปรับหลักของสหรัฐตั้งแต่เหตุการณ์ 911 ก็ยังคงมีอิทธิพลในหลายพื้นที่ และก่อเหตุโจมตีแบบก่อการร้ายอยู่เป็นระยะ และยังไร้วี่แววว่าสหรัฐจะสามารถปราบปรามกลุ่มเหล่านี้ได้แบบหมดจด

18 ปีที่ผ่านมาคงพอจะสรุปได้ว่าสงครามต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐใน 3 ประเทศหลักๆ ทั้งอัฟกานิสถาน อิรักและซีเรีย ‘ยังไม่ประสบผลสำเร็จ’ และจะยังคงดำเนินต่อไป ส่วนจะนานแค่ไหนคงเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก

บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ

ครบรอบ 18 ปี เหตุการณ์ 9/11 กับสงครามต่อต้านก่อการร้ายที่ยังไม่จบสิ้น

Back To Top
×Close search
Search