skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : 19 ตุลาคม 2005 การพิจารณาดคีซัดดัม ฮุสเซนครั้งแรก ด้วยข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แม้ไม่เจออาวุธร้ายแรงตามที่สหรัฐอ้าง

การพิจารณาซัดดัม ฮุสเซน เป็นการพิจารณาประธานาธิบดีอิรักที่ถูกขับจากตำแหน่ง โดยรัฐบาลชั่วคราวอิรัก ด้วยข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่ง

คณะบริหารประเทศชั่วคราวออกเสียงจัดตั้งศาลพิเศษอิรัก ประกอบด้วยผู้พิพากษาห้าคน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2003 เพื่อพิจารณาซัดดัม ฮุสเซนและผู้ช่วยของเขา ในข้อหาอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก่อนที่ในอีกไม่กี่วันต่อมา ซัดดัมถูกจับกุมตัวในวันที่ 13 ธันวาคม เขาอยู่ในการคุมขังของกองทัพสหรัฐที่ค่ายครอปเปอร์ในกรุงแบกแดด ร่วมกับเจ้าหน้าที่พรรคบาธอาวุโสอีกสิบเอ็ดคน

📌 การไต่สวนครั้งแรก

ในการไต่สวนครั้งแรก วันที่ 1 กรกฎาคม 2004 ได้มุ่งความสนใจเป็นพิเศษ กับกิจกรรมความรุนแรงที่รัฐบาลอิรักกระทำต่อชาวเคิร์ดทางภาคเหนือ ระหว่างสงครามอิรัก-อิหร่าน และต่อชาวชีอะฮ์ทางตอนใต้ในปี 1991 และ 1999 เพื่อปราบปรามกบฏ และที่เมืองดูจาอิลหลังความพยายามลอบสังหารที่ล้มเหลว ในวันที่ 8 กรกฎาคม 1982 ระหว่างสงครามอิรัก-อิหร่านเช่นกัน

ซัดดัมดูมั่นใจและท้าทายตลอดการไต่สวนนาน 46 นาที เขาตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของศาลที่จัดตั้งขึ้นพิจารณาเขา เขาเรียกศาลนี้ว่า “ละคร” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อโอกาสของบุชในการชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาต่อตัวเขาอย่างเฉียบขาด โดยกล่าวว่า “ทั้งหมดนี้เป็นโรงละคร อาชญากรตัวจริงคือบุช” เมื่อผู้พิพากษาให้เขาระบุตัวเองในการปรากฏขึ้นครั้งแรกต่อผู้พิพากษาชาวอิรัก เขาตอบว่า “คุณเป็นคนอิรัก คุณรู้ว่าผมเป็นใคร”

ซัดดัมยังแก้ต่างการรุกรานคูเวตของอิรัก เมื่อเดือนสิงหาคม 1990 และกล่าวถึงชาวคูเวตว่า “สุนัข” ผู้พยายามเปลี่ยนสตรีอิรักเป็น “โสเภณีสองเพนนี” ซึ่งทำให้ผู้พิพากษาเตือนมิให้ใช้ภาษาหยาบในศาล

จนท้ายที่สุดซัดดัมได้ปฏิเสธจะลงนามเอกสารกฎหมาย ยืนยันรับทราบข้อกล่าวหา

📌 การพิจารณาคดีเมืองดูจาอิล

ทางการอิรักนำตัวซัดดัมและอดีตเจ้าหน้าที่อิรักอื่นอีกเจ็ดคน ขึ้นพิจารณาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2005 สี่วันหลังการลงประชามติรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของอิรัก ศาลเจาะจงข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพื่อเป็นการแก้แค้น โดยสังหารชาวชีอะฮ์ 148 ราย ทรมานผู้หญิงและเด็ก และการจับกุม 399 คนอย่างไม่ถูกกฎหมาย หลังจากการพยายามลอบสังหารเขา โดยสมาชิกของพรรคอิสลามิค ดาวา ที่เมืองดูจาอิลที่ล้มเหลวในปี 1982

ในการปรากฏตัวก่อนพิจารณา ซัดดัมดูท้าทาย เขาปฏิเสธความชอบธรรมของศาล และเอกราชจากการควบคุมของการยึดครองต่างชาติ ซัดดัมประกาศว่า “ผมไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่เรียกว่าศาลนี้ ด้วยความเคารพทั้งหมดต่อประชาชน ผมถือสิทธิตามรัฐธรรมนูญของผมในฐานะประธานาธิบดีอิรัก” เขาเสริมว่า “ผมทั้งไม่ยอมรับหน่วยงานซึ่งจัดตั้งและให้อำนาจคุณ และการรุกราน เพราะทั้งหมดที่ตั้งอยู่บนรากฐานที่ผิดย่อมผิด”

เมื่อผู้พิพากษาถามชื่อเขา ซัดดัมปฏิเสธ โดยว่า “ผมเป็นประธานาธิบดีแห่งอิรัก” เขาย้อนถาม โดยถามผู้พิพากษาชาวเคิร์ด ริซการ์ มูฮัมหมัด อามิน “แล้วคุณล่ะเป็นใคร ผมอยากทราบว่าคุณเป็นใคร” เมื่ออามินเรียกซัดดัมว่าเป็น “อดีตประธานาธิบดี” ซัดดัมปฏิเสธอย่างเฉียบขาด โดยว่า เขายังเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิรัก และยังไม่ถูกขับจากตำแหน่ง

ส่วนการพิจารณาคดีที่สองเริ่มขึ้นเมื่อ 21 สิงหาคม 2006เป็นการดำเนินคดีกับซัดดัมและจำเลยร่วม 6 คน ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างการรณรงค์ทางการทหาร กับชาวเคิร์ดทางเหนือของอิรัก

📌 การพิพากษาครั้งสุดท้าย

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2006 ซัดดัมถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ในตอนแรกมีการคาดคะเนว่าการอุทธรณ์อาจกินเวลาหลายปี ซึ่งเลื่อนการประหารชีวิตออกไป อย่างไรก็ดีเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม การอุทธรณ์ของซัดดัมถูกปฏิเสธและยืนโทษประหารชีวิต และซัดดัมได้รับคำสั่งให้ประหารชีวิตภายใน 30 วันนับจากวันนั้น สำหรับวันเวลาและสถานที่ของการประหารชีวิต ถูกเก็บเป็นความลับจนกว่าจะมีการดำเนินการแล้ว

ซัดดัม ฮุสเซนถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2006 และจากการตายของเขา ข้อกล่าวหาอื่น ๆ ทั้งหมดถูกเพิกถอน

ในบรรดาจำเลยร่วมของซัดดัม บาร์แซน อิบราฮิม อัล-ตีกริติ น้องร่วมมารดาของซัดดัม และอดีตหัวหน้าฝ่ายข่าวกรองของอิรัก ขณะเกิดการสังหารหมู่ดูจาอิล และอะวัด ฮาเหม็ด อัล-บันดาร์ อัล-ซาดุน ผู้ตัดสินโทษประหารชีวิตต่อผู้อยู่อาศัยในดูจาอิล ในฐานะประธานศาลปฏิวัติ ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเช่นกัน

ทั้งสองถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2007 อดีตรองประธานาธิบดีทาฮา ยาสซิน รามาดัน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต อย่างไรก็ดีวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2007 โทษเปลี่ยนเป็นประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเช่นกัน ก่อนจะถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2007

ส่วนอดีตเจ้าหน้าที่พรรคบาธในภูมิภาคดูจาอิลสองคน ได้รับโทษจำคุก 15 ปี และมีคนหนึ่งถูกปล่อยตัวไปเพราะขาดหลักฐาน

📌 การตัดสินที่อยุติธรรม

อย่างไรก็ดี นักวิจารณ์มองว่าการพิจารณาคดีของซัดดัม ฮุุสเซน ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านสิทธิ์ในการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม โดยองค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่าการพิจารณาคดี “ไม่ยุติธรรม” ส่วนกลุ่มสิทธิมนุยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ บอกว่าการประหารชีวิตของซัดดัม “เป็นไปตามการพิจารณาคดีที่มีข้อบกพร่อง และเป็นก้าวสำคัญที่ห่างไกลจากหลักนิติธรรมในอิรัก”

หลายเดือนก่อนที่การพิจารณาคดีจะเกิดขึ้น ซาเลม ชาลาบี อดีตหัวหน้าศาลพิเศษอิรัก กล่าวหา รักษาการนายกรัฐมนตรี อิยาด อัลลาวี ที่รีบเร่งให้ดำเนินการพิจารณาคดีและประหารชีวิต โดยระบุว่า “การแสดงการพิจารณาคดี ตามมาด้วยการประหารชีวิตอย่างรวดเร็ว อาจช่วยรัฐบาลชั่วคราวในทางการเมืองในระยะสั้น แต่จะเป็นการต่อต้านการพัฒนาประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในอิรักในระยะยาว”

📌 การเมืองอยู่เหนือข้อมูลข่าวกรอง

นายจอห์น นิกสัน อดีตเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ผู้รับหน้าที่สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ ในการสอบสวนนายซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก หลังถูกจับกุมตัวได้เมื่อปี 2003 ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวเบื้องลึกของการสอบสวนครั้งนั้นที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้มาก่อน รวมถึงเรื่องความขัดแย้งกรณีอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) ระหว่างทีมงานซีไอเอกับรัฐบาลสหรัฐฯภายใต้อดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ด้วย

นายนิกสันซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ Debriefing the President: The Interrogation of Saddam Hussein (ไต่สวนประธานาธิบดี: การสอบปากคำซัดดัม ฮุสเซน) ให้สัมภาษณ์กับรายการวิกทอเรีย เดอร์บีเชียร์ ของบีบีซีว่า เขาคือผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งเรื่องซัดดัม ฮุสเซน ของซีไอเอ โดยได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของผู้นำทั่วโลกรวมถึงข้อมูลเชิงลึกของซัดดัมมาตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานกับซีไอเอแล้ว หน้าที่หลักของเขาคือต้องตอบคำถามผู้นำสหรัฐฯ ยามที่เกิดวิกฤติต่างประเทศขึ้นให้ได้ว่า ผู้นำของประเทศนั้น ๆ เป็นใครและต้องการอะไรกันแน่

เมื่อเกิดสงครามอิรัก และมีการตามไล่ล่าจนพบตัวซัดดัมที่หนีไปหลบซ่อนใน “รูแมงมุม” ซึ่งเป็นชื่อเรียกทางทหารของหลุมซ่อนตัวขนาดเล็ก ในฟาร์มใกล้เมืองทิกริตบ้านเกิดของเขาแล้ว ซีไอเอได้ส่งนิกสันไปชี้ตัวและสอบปากคำอดีตผู้นำอิรักเป็นคนแรก ซึ่งเขายืนยันอย่างมั่นใจในทันทีว่า ชายที่ถูกจับกุมมาได้นั้นคือซัดดัม ฮุสเซน ตัวจริง แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวเล่าลือว่าซัดดัมได้เตรียมตัวปลอมที่มีหน้าตาเหมือนกันเอาไว้หลายคนก็ตาม

นิกสันเล่าว่า ซัดดัมนั้นเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเองสูง แต่ก็มีความเป็นมนุษย์มากกว่าภาพลักษณ์ผู้นำเผด็จการผู้เหี้ยมโหด ที่สื่อสหรัฐฯนำเสนอกันโดยทั่วไป ทั้งเป็นคนที่มีบุคลิกโดดเด่นไม่เหมือนใครที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เขาเคยพบมา โดยหลายครั้งซัดดัมได้แสดงให้เขาเห็นถึงความมีเสน่ห์ สนุกสนาน และสุภาพอ่อนโยนในตัวด้วย

อย่างไรก็ตาม ซัดดัมมีด้านมืดในตัวเอง ซึ่งพร้อมจะแสดงความหยาบคาย หยิ่งยโสและเห็นแก่ตัวออกมาได้เสมอ เมื่อคำถามในการสอบปากคำของนิกสันไปแตะต้องประเด็นที่อ่อนไหวของซัดดัมเข้า โดยเขาจะอาละวาดอย่างน่ากลัวเพราะไม่ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยกุญแจมือหรือสิ่งใด ๆ ทั้งที่ในห้องสอบสวนนั้นมีเพียงนิกสัน เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องจับเท็จ และล่ามประจำอยู่เท่านั้น

แต่โดยทั่วไปแล้ว ซัดดัมออกจะชอบใจที่ได้สนทนากับนิกสัน เนื่องจากแทบไม่ได้พบปะพูดจากับใครเลย ขณะที่หลบซ่อนตัวอยู่หลายเดือน แต่นิกสันเองกลับปวดหัวกับซัดดัมเป็นอย่างยิ่ง โดยเขาพบว่าซัดดัมนั้นเป็นบุคคลที่มีลับลมคมในน่าสงสัยที่สุดคนหนึ่ง โดยทุกคำถามที่เขาถามไป ซัดดัมจะให้คำตอบกลับมาในแบบที่น่าระแวงสงสัยเป็นที่สุดเสมอ นิกสันต้องทำงานสอบสวนด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อให้ซัดดัมยอมตอบคำถามที่รัฐบาลสหรัฐฯต้องการรู้ที่สุดมาให้ได้ ซึ่งก็คือเรื่องการครอบครองอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) ที่สหรัฐฯใช้เป็นข้ออ้างในการทำสงครามอิรักนั่นเอง

ผลการสอบสวนของนิกสันพบว่า ซัดดัมน่าจะระงับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิรักไปก่อนหน้านั้นหลายปีแล้ว และไม่น่าจะมีความตั้งใจรื้อฟื้นโครงการดังกล่าวขึ้นมาอีก แต่อย่างไรก็ตามผลสอบสวนนี้ กลับทำให้บรรดาผู้นำในรัฐบาลสหรัฐฯขณะนั้น มองว่าเขาทำงานล้มเหลว โดยเขาไม่ได้รับมอบหมายให้บรรยายสรุปให้ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เรื่องสงครามอิรักอีกในปีนั้น

นิกสันแสดงความเห็นว่า เขาพอใจที่จะพบปะสนทนากับซัดดัมมากกว่าบุช ซึ่งเป็นคนที่แยกตัวออกจากโลกของความเป็นจริง ห้อมล้อมไปด้วยบรรดาที่ปรึกษาที่พร้อมจะพยักหน้าเห็นด้วยกับเขาตลอดเวลา ข้อมูลของซีไอเอที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯควรรับฟังนั้นกลับไม่มีความหมาย เพราะการเมืองนั้นอยู่เหนือข้อมูลข่าวกรองเสมอ นิกสันบอกว่าเขารู้สึกอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอิรักนับแต่มีการโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน เป็นต้นมา ซึ่งหากซัดดัมยังคงอยู่ในตำแหน่งผู้นำแล้ว อิรักอาจไม่ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่เช่นทุกวันนี้ก็เป็นได้

 

 

ที่มา :
nationtv : https://www.nationtv.tv/news/378847138
wikipedia : https://bit.ly/3C7jtWc
bbc : https://www.bbc.com/thai/international-38517627

19 ตุลาคม 2005 การพิจารณาดคีซัดดัม ฮุสเซนครั้งแรก

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ