skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : 27 กรกฎาคม 1953 – วันสงบศึกสงครามเกาหลี กับความขัดแย้งที่ยังระอุถึงปัจจุบัน

สงครามเกาหลี (Korean War) คือหนึ่งในสงครามที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็น เป็นสงครามระหว่างสาธารณรัฐเกาหลี หรือเกาหลีใต้ กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายน 1950 และกินเวลานานกว่า 3 ปีจนสุดท้ายการสู้รบจึงยุติลงในวันที่ 27 กรกฎาคม หลังทั้งสองชาติเจรจาสงบศึก แต่อย่างไรก็ตามสนธิสัญญาสันติภาพของทั้งสองชาติยังไม่มีการลงนาม และทั้งสองประเทศยังคงเป็นคู่ขัดแย้งกันอยู่จนถึงปัจจุบัน

สงครามเกาหลีมีที่มาจากที่ทั้งสองประเทศถูกแบ่งแยกการปกครองออกเป็น 2 ส่วนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นซึ่งเคยปกครองเกาหลีเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตซึ่งเป็นผู้ชนะสงครามในขณะนั้นจึงใช้เส้นขนาน 38 องศาเหนือแบ่งเกาหลีออกเป็น เกาหลีเหนือ ที่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต ส่วนเกาหลีใต้ ปกครองแบบประชาธิปไตย ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา

📌 ความต่างอุดมการณ์การเมือง

จุดเริ่มต้นของสงครามมาจากความล้มเหลว ในการจัดการเลือกตั้งเสรีทั่วคาบสมุทรเกาหลีในปี 1948 เนื่องจากสหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดน จึงเสนอให้รวมเกาหลีทั้ง 2 เป็นประเทศเดียวกัน ซึ่งทางสหภาพโซเวียตเห็นด้วย แต่มีเงื่อนไขว่ารัฐบาลที่จะปกครองเกาหลีต้องเป็นรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นตามเงื่อนไขของสหภาพโซเวียตเท่านั้น สหรัฐอเมริกาจึงนำปัญหานี้เสนอต่อองค์การสหประชาชาติพิจารณาเมื่อกันยายน ค.ศ. 1947 ต่อมาสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติให้เลือกตั้งทั่วไปในเกาหลีและให้อยู่ในความควบคุมของสหประชาชาติ แต่สหภาพโซเวียตปฏิเสธความร่วมมือ ทำให้การเลือกตั้งมีเพียงฝั่งเกาหลีใต้เท่านั้น

เมื่อสหรัฐฯ และโซเวียตไม่สามารถตกลงกันได้ จึงทำให้ทั้งสองประเทศต่างจัดตั้งรัฐบาลของทั้ง 2 ฝั่งเพื่อปกครองตนเอง หลังที่ประเทศมหาอำนาจทั้ง 2 ได้ถอนตัวไปแล้ว วันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1948 สมัชชาแห่งชาติเกาหลีประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐเกาหลีขึ้นเป็นทางการ มี ซึงมัน รี (Syngman Rhee) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรก จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกาและต่อต้านคอมมิวนิสต์ ทางด้านสหภาพโซเวียตได้มีการตอบโต้ โดยจัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ขึ้นมา มี คิม อิล-ซุง (Kim Il-sung) เป็น หัวหน้าคณะรัฐบาลของเกาหลีเหนือ หลังจากมีการก่อตั้งรัฐบาลของทั้ง 2 ฝั่ง ในค.ศ. 1949 สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตได้มีการถอนกำลังออกจากประเทศเกาหลี

ซึ่ง มันรีกับคิมอิลซุง มีความต้องการจะรวมประเทศเกาหลีเข้าด้วยกัน จึงส่งทหารปะทะกันเล็กน้อยตามแนวชายแดนตลอดทั้งปี 1949 จนกระทั่งวันที่ 25 มิถุนายน 1950 กองทัพเกาหลีเหนือได้เคลื่อนผ่านเส้นขนานที่ 38 มายังเกาหลีใต้ พร้อมเปิดฉากโจมตีอย่างรวดเร็ว โดยอ้างว่ากองทัพเกาหลีใต้ได้บุกข้ามชายแดนมาก่อน

📌 สหรัฐฯ ตื่นกลัวคอมมิวนิสต์

การบุกโจมตีของเกาหลีเหนือได้สร้างความประหลาดใจแก่ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ตื่นตระหนกมากที่สุด เพราะเกาหลีใต้เปรียบเสมือนกำแพงป้องกันอิทธิพลคอมมิวนิสต์จากสหภาพโซเวียตและจีน ถ้าเกาหลีเหนือสามารถยึดเกาหลีใต้ได้จะทำให้สหรัฐอเมริกาสูญเสียจุดยุทธศาสตร์ในคาบสมุทรเกาหลีไป สหรัฐอเมริกาจึงพยายามยุติสงครามให้ไวที่สุด

ประธานาธิบดีแฮร์รี เอส ทรูแมน (Harry S. Truman) ได้สั่งให้ ดีน แอชิสัน (Dean Acheson) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางไปที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติเพื่อขอคำอนุมัติให้นำกำลังทหารสหประชาชาติ เข้าทำการแทรกแซงเกาหลีเพื่อช่วยเหลือเกาหลีใต้และดันกองทัพเกาหลีเหนือให้กลับไปที่เส้นขนาน 38 องศาเหนือ ซึ่งเรื่องดังกล่าวประธานาธิบดีทรูแมน กระทำโดยไม่ได้มีการเสนอให้ที่ประชุมสภาคองเกรส (United States Congress) ร่วมพิจารณาด้วย เนื่องจากประธานาธิบดีทรูแมน ไม่ต้องการให้สภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาประกาศสงครามกับเกาหลีเหนือ เพราะถ้าสหรัฐอเมริกาประกาศสงครามอย่างเป็นทางการอาจทำให้สหภาพโซเวียต ที่สนับสนุนเกาหลีเหนือประกาศสงครามตามด้วย  ซึ่งจะเพิ่มระดับไปเป็นสงครามครั้งใหญ่ระหว่างชาติมหาอำนาจได้

ต่อมาคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ผ่านมติอย่างเป็นเอกฉันท์ อนุญาตให้มีการจัดตั้งกองบัญชาการสหประชาชาติ และส่งกองทัพไปยังเกาหลีเพื่อขับไล่ผู้รุกราน ทั้งที่สหภาพโซเวียตก็เป็นสมาชิกถาวร ในสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีสิทธิการยับยั้ง (Veto) เนื่องจากผู้แทนของสหภาพโซเวียตไม่ได้เข้าประชุม เพราะสหภาพโซเวียตกำลังประท้วงเรื่องที่นั่งของจีน ว่าตัวแทนของประเทศจีนในคณะมนตรีความมั่นคงจะต้องเปลี่ยนจากคนของพรรคก๊กมินตั๋งมาเป็นคนของพรรคคอมมิวนิสต์ เพราะว่าพรรคคอมมิวนิสต์มีชัยชนะบนแผ่นดินใหญ่แล้ว จึงเป็นการไม่เหมาะสมที่คนของพรรคก๊กมินตั๋งจะยังคงดำรงตำแหน่งตัวแทนอยู่ สหภาพโซเวียตจึงไม่เข้าร่วมการประชุมโดยมีเพียงยูโกสลาเวียเพียงประเทศเดียวที่งดออกเสียง

ส่วนสหรัฐอเมริกาได้รับหน้าที่ปฏิบัติการณ์โดยตรง และมีกำลังเสริมจาก 15 ประเทศ ได้แก่ แคนนาดา,ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, แอฟริกาใต้, ตุรกี, กรีก, เนเธอร์แลนด์, เอธิโอเปีย, โคลัมเบีย, ฟิลิปปินส์, เบลเยี่ยม, ลักแซมเบิร์ก และไทย เข้าร่วมด้วย ขณะที่ฝ่ายเกาหลีเหนือก็ได้รับการสนับสนุนจากจีนและสหภาพโซเวียต

📌 สงครามคาบสมุทรเกาหลี

ภายหลังสองเดือนแรกของสงคราม กองทัพเกาหลีใต้(ROKA)และกองทัพสหรัฐที่ถูกส่งมายังเกาหลีอย่างรวดเร็วนั้นกำลังจะพ่ายแพ้ กองทัพเกาหลีใต้และกองกำลังทหารสหรัฐได้ถอยร่นกลับไปยังพื้นที่ขนาดเล็กหลังแนวป้องกันที่เป็นที่รู้จักกันกันคือ วงรอบปูซาน ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1950 การยกพลขึ้นบกเพื่อต่อต้านการรุกของสหประชาชาติได้ถูกเปิดฉากขึ้นที่เมืองอินช็อน และตัดกำลังของกองทัพประชาชนเกาหลีเป็นจำนวนมากในเกาหลีใต้ มีผู้ที่หนีรอดจากการถูกโอบล้อมและถูกจับกุมเพื่อบังคับให้กลับไปยังทางเหนือ กองทัพสหประชาชาติได้รุกเข้าสู่เกาหลีเหนือในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1950 และเคลื่อนทัพอย่างรวดเร็วไปยังแม่น้ำยาลู-ซึ่งเป็นชายแดนติดกับจีน-แต่เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 1950 กองกำลังทหารจีนของกองทัพอาสาสมัครของประชาชน(PVA)ได้ข้ามแม่น้ำยาลูและเข้าสู่สงคราม การแทรกแซงของจีนที่น่าประหลาดใจทำให้กองทัพสหประชาชาติต้องล่าถอยออกไป และกองทัพจีนได้รุกรานเข้าสู่เกาหลีใต้ในปลายเดือนธันวาคม

ในสิ่งเหล่านี้และการต่อสู้ที่ตามมานั้น กรุงโซลถูกยึดเป็นครั้งที่สี่และกองทัพฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้ถูกผลักดันกลับไปยังจุดตำแหน่งเส้นขนานที่ 38 ใกล้กับจุดเริ่มต้นสงคราม ภายหลังจากนี้แนวหน้าได้ถูกทำให้คงที่และสองปีสุดท้ายของการสู้รบได้กลายเป็นสงครามบั่นทอนกำลัง สงครามในอากาศ ภายใต้ทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ของสหรัฐ เครื่องบินขับไล่ไอพ่นได้เผชิญหน้ากันในการรบ และนักบินโซเวียตได้บินอย่างลับ ๆ เพื่อปกป้องพันธมิตรฝ่ายลัทธิคอมมิวนิสต์ของพวกเขาเอง

📌 คู่ขัดแย้งสงคราม จนถึงปัจจถุบัน

สุดท้ายสงครามจึงสิ้นสุดลงท่ามกลางความสูญเสียจากทั้ง 2 ฝ่าย การสู้รบได้ยุติลง เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1953 ความตกลงการสงบศึกเกาหลีได้ถูกลงนาม ข้อตกลงครั้งนี้ได้สร้างเขตปลอดทหารเกาหลี (DMZ) เพื่อเป็นการแบ่งแยกเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ และอนุญาตให้มีการส่งตัวเชลยศึกกลับคืน อย่างไรก็ตามสนธิสัญญาสันติภาพไม่มีลงนามและทั้งสองประเทศเกาหลียังคงอยู่ในสถานะคู่สงครามกันอยู่

นับเป็นหนึ่งในความขัดแย้งที่มีการทำลายล้างมากที่สุด ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามประมาณ 3 ล้านคน ในจำนวนนี้มีทหารไทยเสียชีวิตจำนวนทั้งสิ้น 136 นาย และพลเรือนเสียชีวิตทั้งหมดในสัดส่วนที่ใหญ่กว่าสงครามโลกครั้งที่สองหรือสงครามเวียดนาม มันทำให้เกิดการทำลายล้างเมืองสำคัญต่างๆของเกาหลีทั้งหมด การสังหารหมู่จำนวนนับพันคนของทั้งสองฝ่าย รวมถึงการสังหารหมู่จำนวนนับหมื่นคนของผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ และการทรมานและความอดอยากของเชลยศึกโดยกองบัญชาการเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือกลายเป็นประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักที่สุดในประวัติศาสตร์

ยังมีทหารอีกจำนวนมากที่สูญหายหลังสิ้นสุดสงคราม และมีทหารเกาหลีใต้กว่า 80,000 นาย ถูกจับในเกาหลีเหนือเมื่อสงครามสิ้นสุด แม้เกาหลีเหนือจะปฏิเสธว่ามีการครอบครองเชลย แต่ผู้แปรพักตร์และเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้รายงานว่า นักโทษสงครามเหล่านี้ถูกส่งไปบังคับใช้แรงงาน และสถานที่ของเชลยสงครามที่เหลือโดยส่วนใหญ่นั้นไม่ปรากฏ อย่างไรก็ตาม ในเดือนมิถุนายน ปี 2020 สหรัฐอเมริกาได้ระบุตัวเชลยสงครามเกาหลีใต้ 147 คน และเกาหลีเหนือได้มีการส่งกลับเมื่อปี 2018 ในขณะเดียวกัน ทหารสหรัฐกว่า 7,500 นาย ยังคงหายสาบสูญ

📌 การรวมชาติ ความฝันอันสูงสุด

ทั้งนี้เกาหลีเหนือถือว่าตนได้รับชัยชนะในความขัดแย้งครั้งนั้น โดยตั้งชื่อสงครามว่า สงครามปลดปล่อยแผ่นดินปิตุภูมิอันรุ่งโรจน์ (Glorious Fatherland Liberation War) ส่วนที่เกาหลีใต้ ทหารผ่านศึกเข้าร่วมพิธีที่กำหนดธีมงานว่า “วันแห่งความรุ่งโรจน์”(Days of Glory) มีการฉายวิดีโอจำลองเหตุการณ์ในสงครามขึ้นใหม่ สลับกับการสัมภาษณ์ทหารต่างชาติที่เข้าร่วมสงคราม

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2018 ผู้นำเกาหลีเหนือและผู้นำเกาหลีใต้ได้มาพบกันที่เขตปลอดทหารเกาหลี และทำข้อตกลงที่จะทำงานร่วมกันภายใต้สนธิสัญญาเพื่อยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ แต่ทว่าต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากผู้แปรพักตร์ในฝั่งเกาหลีใต้ ทำโฆษณาชวนเชื่อโจมตีใส่รัฐบาลเกาหลีเหนือและนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน เป็นเหตุทำให้เกาหลีเหนือต้องระเบิดสำนักประสานงานร่วมของสองชาติเกาหลีในเมืองแคซ็อง ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้สองชาติต้องกลับเข้าสู่สภาวะความตึงเครียดอีกครั้งที่อาจจะนำไปสู่สงครามเกาหลีครั้งใหม่ก็เป็นไปได้

 

ที่มา :
thestandard : https://thestandard.co/onthisday27071953/
bbc : https://www.bbc.com/thai/international-53552173
wikipedia : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5
silpa-mag : https://www.silpa-mag.com/history/article_34835
national geographic : https://ngthai.com/history/29909/koreanwarexplain/

27 กรกฎาคม 1953 – วันสงบศึกสงครามเกาหลี กับความขัดแย้งที่ยังระอุถึงปัจจุบัน

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ