skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : เกาหลีเหนืออวดความสำเร็จ ยิงขีปนาวุธจากขบวนรถไฟ

📌 ประกาศศักดา

สำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานการประสบความสำเร็จครั้งแรก ในการทดสอบระบบปล่อยขีปนาวุธ ซึ่งติดตั้งภายในขบวนรถไฟซึ่งกำลังเคลื่อนที่ (Railway-Borne Missile System) โดยระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้รับมือและตอบสนองอย่างทันท่วงที ต่อการโจมตีทุกรูปแบบที่คุกคามความมั่นคงของเกาหลีเหนือ โดยขีปนาวุธสามารถเดินทางได้ไกลเป็นระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร ก่อนโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งอยู่ในทะเล นอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ

รายงานที่ออกมา เป็นการยืนยันข้อมูลที่เกาหลีใต้เปิดเผยในเบื้องต้น เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธสองลูก หลังประกาศความสำเร็จในการทดสอบ “ขีปนาวุธร่อนนำวิถีพิสัยไกล” เมื่อวันจันทร์ ด้านสำนักงานคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ ให้ความเห็นว่า เกาหลีเหนือเดินหน้าพัฒนาระบบปล่อยขีปนาวุธให้มีความหลากหลาย ซึ่งเกาหลีใต้และสหรัฐยังคงร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกับที่เกาหลีเหนือทดสอบระบบขีปนาวุธจากขบวนรถไฟ รัฐบาลและกองทัพเกาหลีใต้ประกาศความสำเร็จ ในการทดสอบประสิทธิภาพของขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ ( เอสแอลบีเอ็ม ) จากเรือดำน้ำชั้นโดซาน อัน-ชางโฮ ทำให้เกาหลีใต้นับเป็นประเทศที่ 7 ของโลก “หากไม่นับเกาหลีเหนือ” ซึ่งสามารถทดสอบเอสแอลบีเอ็มได้สำเร็จ “อย่างเป็นทางการ” นอกเหนือจาก สหรัฐ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และอินเดีย และเป็นประเทศแรกของโลกซึ่งไม่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง แต่ประสบความสำเร็จในการทดสอบประสิทธิภาพของขีปนาวุธ.

ประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ ซึ่งไปร่วมชมการทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ กล่าวว่าขณะนี้กองทัพเกาหลีใต้มีการป้องปรามอย่างเพียงพอ ในการตอบโต้การยั่วยุของเกาหลีเหนือได้ทุกเวลา

ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของเกาหลีใต้ ในการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับความคืบหน้าและความสำเร็จด้านการพัฒนาอาวุธ ซึ่งสุ่มเสี่ยง “สร้างความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น” กับเกาหลีเหนือ แต่มองในอีกมุมหนึ่ง ดูเหมือนเป็นความพยายามของผู้นำเกาหลีใต้ ในการลดข้อครหาจากหลายฝ่าย ว่ารัฐบาลโซลชุดปัจจุบัน “ประนีประนอมมากเกินไป” กับเกาหลีเหนือ

📌 พร้อมตอบโต้ภัยคุกคาม

พัค จองชอน นายพลสี่ดาว ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการบริหารสูงสุดของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ และเป็นผู้ควบคุมปฏิบัติการทดสอบครั้งนี้ ระบุว่า “ระบบขีปนาวุธยิงจากรถไฟเป็นช่องทางตอบโต้ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงพร้อมกันหลายส่วนต่อกองกำลังที่คุกคามเกาหลีเหนือ”

นายพล พัค ประกาศว่าเกาหลีเหนือ มีแผนจะยกระดับกองกำลังขีปนาวุธทางราง ขึ้นเป็นหน่วยงานระดับกองพลน้อย (brigade) ในอนาคตอันใกล้ และจะมีการทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องเพื่อ “สั่งสมประสบการณ์สำหรับการทำสงครามจริง”

ภาพชุดที่สื่อเกาหลีเหนือเผยแพร่แสดงให้เห็นขีปนาวุธสีเขียวมะกอกถูกยิงขึ้นมาจากหลังคาของรถไฟขบวนหนึ่งซึ่งจอดอยู่บนรางในเขตภูเขา ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ออกมาให้ข้อมูลว่า พื้นที่ดังกล่าวน่าจะอยู่ในเมืองยังด็อก (Yangdok) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของรัฐโสมแดง

อดัม เมานท์ นักวิเคราะห์จากสหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน (Federation of American Scientists) ทวีตข้อความว่า “ระบบขีปนาวุธติดตั้งบนรถไฟมีต้นทุนถูก และเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับประเทศที่ต้องการยกระดับความอยู่รอดของกองกำลังนิวเคลียร์”

“รัสเซียเคยทำมาแล้ว สหรัฐฯ ก็เคยพิจารณาเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ทีเดียวสำหรับเกาหลีเหนือ”

เมานท์ และนักวิเคราะห์คนอื่นๆ ชี้ว่า แม้ระบบขีปนาวุธแบบนี้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เนื่องจากระบบรางของเกาหลีเหนืออยู่ในสภาพที่ค่อนข้างทรุดโทรม แต่ถึงกระนั้นก็ยังเพิ่มความยากลำบากให้แก่กองทัพต่างชาติ ที่ต้องการติดตามหรือทำลายขีปนาวุธ ก่อนที่มันจะถูกยิงออกไป

📌 ความตึงเครียด

การทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการละเมิดมติของสหประชาชาติ มีขึ้นขณะทางการเกาหลีใต้และจีนกำลังมีการประชุมกัน โดยนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศจีน เยือนกรุงโซลเพื่อพบหารือประเด็นสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ร่วมกับประธานาธิบดีมุน แจ-อิน และนายชอง อึย-ยง รมว.การต่างประเทศเกาหลีใต้ และจากการที่เกาหลีเหนือมีการทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถี ได้แสดงให้เห็นว่ายังคงเดินหน้าพัฒนาอาวุธ ถึงแม้ประเทศชาติกำลังประสบวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงก็ตาม

อย่างไรก็ตามการที่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มีการทดสอบยิงขีปนาวุธที่ทรงประสิทธิภาพในวันเดียวกัน ก่อให้เกิดความกังวลว่าสองประเทศบนคาบสมุทรเกาหลี กำลังหวนกลับมาแข่งขันกันด้านอาวุธ ขณะที่การเจรจากับเกาหลีเหนือกำลังหยุดชะงัก โดยรัฐบาลสหรัฐฯต้องการให้เกาหลีเหนือ ยกเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเสนอนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ.

📌 ทำไมเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธบ่อยขนาดนี้?

เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธราว 150 ลูกแล้ว ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแสดงถึงพลังที่แข็งกร้าวของประเทศ แม้ว่าสหประชาชาติจะเดินหน้าคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด แต่ในเมื่อเกาหลีเหนือเองก็ทั้งถูกคว่ำบาตร และเป็นประเทศที่รายได้น้อย เหตุใดยังคงเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง?

1. เพราะเขาสามารถทำได้

เกาหลีเหนือมีการพัฒนาอาวุธใหม่ๆ เพื่อทำการทดสอบอยู่เสมอ โดยนักวิทยาศาสตร์เกาหลีเหนือได้พัฒนาอาวุธใหม่ๆหลายสิบชนิด ภายใต้ยุคของ คิม จอง อึน ขีปนาวุธใหม่เหล่านี้ เร็วขึ้น, ไปได้ไกลขึ้น อีกทั้ง ยังมีพลังสูงขึ้นอีกด้วย

เกาหลีเหนือมองว่าอาวุธเหล่านี้ คือ “ดาบที่ล้ำค่าของประเทศ” และอ้างว่าจำเป็นต้องมีขีปนาวุธเหล่านี้เพื่อปกป้องตนเองจากการถูกรุกราน

2. เพื่อต่อกรกับเพื่อนบ้าน

เกาหลีใต้แม้เป็นประเทศที่ไม่มี “อาวุธนิวเคลียร์” แต่เกาหลีใต้มีระบบต่อต้านที่เรียกว่า “the nuclear umbrella” ส่วนพันธมิตรสำคัญอย่างสหรัฐฯ มีมากอันดับต้น ๆ ของโลก นอกจากนี้สหรัฐฯ มีกองกำลังมากกว่า 28,000 นายประจำการที่เกาหลีใต้ และเกาหลีเหนือเองก็จับตาดูการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีใต้อยู่ตลอดเวลา

เกาหลีเหนือมองว่าการซ้อมรบนี้ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับ “สงคราม” ที่อาจเกิดขึ้น จึงทำให้เกาหลีเหนือต้องทดสอบขีปนาวุธเพื่อเป็นการตอบโต้

3. เพื่อระดมประชาชน

อีกสาเหตุ นักวิเคราะห์มองว่า ก็เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า “เรายังคงแข็งแกร่ง” การที่สื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานการยิงทดสอบขีปนาวุธนั้น มีเป้าประสงเพื่อสื่อสารให้ประชาชนในประเทศรับรู้เสียมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกาหลีเหนือเอง กำลังต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือกำลังเลวร้ายอย่างที่สุด หลังจากที่ปิดกั้นตนเองอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19, สินค้าจากพันธมิตรหลักอย่างประเทศจีน ก็ลดน้อยถอยลงอย่างมาก

แม้ว่าที่ผ่านมาคิม จอง อึน จะแถลงผ่านสื่อหลัก แสดงความเสียใจพร้อมกับหลังน้ำตา ระหว่างการพาเหรดทางทหารเมื่อไม่นานมานี้ บางครั้งเกาหลีเหนือก็ทำการทดสอบขีปนาวุธ เพื่อแสดงให้ประชาชนรู้สึกถึง “ความภาคภูมิใจ” ของประเทศ .. แม้ว่าพวกเขาบางคนยังต้องเผชิญกับความหิวโหยก็ตาม

4. ต้องการได้รับการยอมรับอย่างจริงจัง

นักวิเคราะห์บางคนมองว่า เกาหลีเหนือเองต้องการได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ในประเทศมหาอำนาจด้านนิวเคลียร์ และต้องการให้ทั่วโลกยอมรับในเรื่องนี้ด้วย

ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เกาหลีเหนืออดทนได้อย่างมาก แม้จะถูกคว่ำบาตรมาอย่างยาวนาน และยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ และยังคงทุ่มงบประมาณ (ที่มีอย่างจำกัด) ลงไปที่การพัฒนานิวเคลียร์อย่างไม่หยุดยั้ง มากกว่าที่จะใช้ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน

ที่มา :
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/276351/
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/274286/
dailynews : https://www.dailynews.co.th/news/273713/
mgsonline : https://mgronline.com/around/detail/9640000091815
js100 : https://www.js100.com/en/site/news/view/108574
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2194526
tnn : https://www.tnnthailand.com/news/world/91027/

เกาหลีเหนืออวดความสำเร็จ ยิงขีปนาวุธจากขบวนรถไฟ

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ