skip to Main Content
15 พ.ค. 2020 ครบรอบ 72 ปี วันแห่งภัยพิบัต (นักบะฮ์) ของชาวปาเลสไตน์

15 พฤษภาคม 2020 ครบรอบ 72 ปี วันแห่งภัยพิบัต (นักบะฮ์) ของชาวปาเลสไตน์

มิดเดิลอีสต์มอนิเตอร์รายงานในวันนี้ (15 พ.ค. 63) ว่า ชาวปาเลสไตน์ทั่วโลกร่วมรำลึกวันนักบะฮ์ วันแห่งการล้างเผ่าพันธุ์ในช่วงเวลาแห่งการสร้างรัฐอิสราเอล เมืองและหมู่บ้านกว่า 600 แห่งถูกรื้อทำลายโดยกองกำลังกึ่งทหารชาวยิว และหลังจากนั้นก็โดยฝีมือของรัฐบาลอิสราเอลในช่วงเวลาของการบุกยึดครองดินแดนปาเลสไตน์นานหลายเดือน ส่งผลให้ชาวพื้นเมืองจำนวนมากต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่น เพียงเพื่อการพิชิตหลักชัยของไซออนิสต์ในการยึดครองปาเลสไตน์

ปกติแล้วการเดินขบวนและการกล่าวปราศรัยจะถูกจัดขึ้นทั่วดินแดนปาเลสไตน์ แต่ในปีนี้เป็นสถานการณ์ที่ต่างออกไปท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามชาวปาเลสไตน์ทั่วโลกก็ยังคงร่วมกิจกรรมในวันนี้ผ่านวิธีการต่างๆ ที่แตกต่างกันไปเพื่อรำลึกถึงความเจ็บปวดของเหยื่อนับไม่ถ้วนจากการยึดครองอันป่าเถื่อนของอิสราเอล และเพื่อยืนยันในสิทธิต่างๆ ของพวกเขา

กลุ่มชาวปาเลสไตน์ในสหราชอาณาจักรเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์นักบะฮ์พร้อมกับชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก โดยออกแถลงการณ์ระบุว่า

วันนี้ 15 พ.ค. 2020 ชาวปาเลสไตน์รอบโลกร่วมย้อนรำลึกครบรอบ 72 ปีของวันนักบะฮ์ ซึ่งมีความหมายในภาษาอาหรับว่าเป็น “วันแห่งภัยพิบัติของชาวปาเลสไตน์” เป็นวันที่ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น โดยชาวปาเลสไตน์ประมาณ 7 แสนคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตนในวันที่ 15 พ.ค. 1948 ตามคำสั่งของไซออนิสต์ผู้ยึดครองปาเลสไตน์และนักล่าอาณานิคมอังกฤษ

ในโอกาสนี้ เราขอยืนยันว่าสิทธิที่มั่นคงของชาวปาเลสไตน์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศจะไม่ถูกละเมิด และชาวปาเลสไตน์จะไม่ยอมแพ้ในสิทธิ์ของพวกเขาที่จะกลับไปยังบ้านที่ถูกยึดไปจากพวกเขาและบรรพบุรุษของพวกเขาโดยไม่ชอบธรรม

แม้จะมีความทุกข์ทรมาน การพลัดถิ่นและการกดขี่อย่างเป็นระบบ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อกำจัดตัวตนของชาวปาเลสไตน์และสิทธิในการกลับบ้าน ชาวปาเลสไตน์จะยังคงต่อต้านและยืนหยัดเพื่อปกป้องสิทธิ์มนุษยชนของพวกเขาต่อไป

ขณะเดียวกัน การรำลึกถึงวันนักบะฮ์ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นการย้ำเตือนชาวปาเลสไตน์ถึงความทุกข์ทรมานร่วมของพวกเขาเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่พวกเขาสามารถใช้เพื่อเน้นย้ำความศรัทธาและความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงซึ่งเป็นหลักการสองข้อที่พวกเขายึดมั่นและใช้มันในการต่อสู้ ตลอดจนความเชื่อที่ว่าเราจะได้กลับสู่ดินแดนและสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกยึดไปจากพวกเราอย่างแน่นอน

แน่นอนว่า ปาเลสไตน์ เยรูซาเลมและมัสญิดอัลอักศอ ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของการต่อสู้แบบครบวงจรของชาติปาเลสไตน์ และเป็นหัวใจของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนในปาเลสไตน์ เรายืนยันว่าผู้ที่ยกเสาเหล่านี้ออกและเรียกร้องให้ หรือใฝ่หาการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐผู้ยึดครองปาเลสไตน์ เป็นสิ่งที่ทำให้ความพยายามต่อสู่เพื่อความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนต้องแปดเปื้อน

เนื่องในวันครบรอบวันนักบะฮ์ในปีนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะต่ออายุพันธสัญญาที่ไม่ผูกมัดของชาวปาเลสไตน์ในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์จากากรยึดครอง ในบริบทนี้ เราขอยืนยันว่า

1.การกลับสู่ปาเลสไตน์เป็นสิทธิที่ไม่อาจถูกพรากไปจากชาวปาเลสไตน์ได้ และจะไม่มีการตุกติกและจะมั่นคงเหมือนดั่งที่ภูเขาซอฟาด อีลาบาวน์ และนาบลัสที่ยังคงตั้งตระหง่าน กระบวนการที่ไม่ยุติธรรมของไซออนิสต์ที่ได้ดำเนินการเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของดินแดนนี้ที่บิดาและบรรพบุรุษของเราเคยอาศัยต้องล้มเหลว

2.เรายืนยันการปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อทุกความคิดริเร่มและโครงการที่ออกแบบมาเพื่อยกเลิกปัญหาปาเลสไตน์ หรือเพื่อลดทอนสิทธิของชาวปาเลสไตน์ สำคัญที่สุดในโครงการเหล่านี้คือโคงการที่เรียกกันว่า “ข้อตกลงแห่งศตวรรษ” เราขอยืนยันในสิทธิของชาวปาเลสไตน์ในการต่อต้านและคัดค้านโครงการนี้ ผ่านวิธีการทั้งหมดที่เป็นไปได้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

3.เรายืนยันการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงของเราต่อทุกการกระทำเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐผู้ยึดครอง ไม่ว่าจะเป็นในทางการเมือง วัฒนธรรม ศิลปกรรม พาณิชย์ หรือกีฬาก็ตาม เราพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นอันตรายต่อการแสวงหาความยุติธรรมในปาเลสไตน์ นอกจากนี้เรายังถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่อาชญากรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ยึดครอง และเป็นการมอบอำนาจเต็มแก่รัฐผู้ยึดครองในการก่ออาชญากรรมเพิ่มเติมในอนาคต

4.เราขอแสดงความเคารพไปยังชาวปาเลสไตน์หลายพันคนในเยรูซาเล็ม, เวสต์แบงก์, กาซ่า, ดินแดนในปี 1948 และผู้พลัดถิ่น เราขอเชิญชวนพวกเขาให้เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรำลึกถึงวันครอบรอบ 72 ปีนักบะฮ์ โดยใช้วิธีการที่มีอยู่ทั้งหมด (รวมถึงแคมเปญสื่อสังคมออนไลน์และการเดินขบวนบนท้องถนนหากเป็นไปได้) สิ่งสำคัญที่สุดในบรรดาความคิดริเริ่มเหล่านี้คือ แคมเปญระหว่างประเทศในชื่อ “เอาสิทธิและการตัดสินใจของฉันคืนมา” และ “แคมเปญระหว่างประเทศเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของชาวปาเลสไตน์” (อินติมาอ์)

5.เราขอส่งคำทักทายที่อบอุ่นและความปรารถนาดีของเราไปยังวีรบุรุษชาวปาเลสไตน์ 5,000 คนที่อยู่ในเรือนจำทั่วอิสราเอลภายใต้สภาพที่ไม่เอื้ออำนวย เราขอกระตุ้นให้ผู้คนของเราให้การสนับสนุนวีรบุรุษเหล่านี้ทุกรูปแบบ รวมถึงการคัดค้านและต่อต้านแนวคิดริเริ่มของอิสราเอลผู้ยึดครองที่จะบังคับให้ธนาคารในเวสแบงก์ปิดบัญชีธนาคารของชาวปาเลสไตน์ระหว่างที่พวกเขาถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอิสราเอล

6.เราเรียกร้องให้ผู้คนของเรายังคงไว้ซึ่งความแน่วแน่และเป็นปึกแผ่นภายใต้กุญแจและหลักการพื้นฐานสำคัญในปัญหาของเรา นั่นคือ ตัวตนของเรา, ความศักดิ์สิทธิ์ของดินแดน และสิทธิ์ในการกลับบ้าน เราขอกระตุ้นชาวปาเลสไตน์ให้แสวงหาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในช่วงเวลาสำคัญนี้ เพราะการยุติความแตกแยกภายใน คือกุญแจสำคัญที่จะเอาชนะการยึดครองที่โหดร้ายนี้ได้

ลงนาม

เวทีสนทนาของชาวปาเลสไตน์ในสหราชอาณาจักร (Palestinian Forum in Britain – PFB)

เพื่อนอักศอ (Friends of Al-Aqsa)

องค์การเยาวชนปาเลสไตน์ (Palestinian Youth Organisation – Olive)

ศูนย์การกลับบ้านปาเลสไตน์ (Palestinian Return Centre – PRC)

เวทีสนทนาของชุมชนชาวปาเลสไตน์ในยุโรป (European Palestinian Communication Forum – Europal)

15 พ.ค. 2020 ครบรอบ 72 ปี วันแห่งภัยพิบัต (นักบะฮ์) ของชาวปาเลสไตน์

Back To Top
×Close search
Search