skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : 77 ปี ระเบิดปรมาณู Little Boy โศกนาฏกรรม ฮิโรชิมา

เมื่่อวันที่ 6 สิงหาคมชาวเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น จัดงานรำลึกเหตุการณ์ครบรอบ 77 ปี เมืองฮิโรชิมาถูกทิ้งระเบิดปรมาณูทำลายล้างชีวิตและบ้านเรือนอย่างน่าสะเทือนขวัญ จนเป็นอุทาหรณ์มาถึงปัจจุบัน

การจัดงาน ฮิโรชิมารำลึก ในปีนี้ นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นประธาน ที่สวนสันติภาพฮิโรชิมา โดย นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาร่วมพร้อมกล่าวสุนทรพจน์เตือนใจนานาประเทศ ได้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยในช่วงเวลา 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่มีการทิ้งระบิด และพิธีในปีนี้ เป็นครั้งที่ 2 ที่เลขาธิการสหประชาชาติเดินทางมาร่วมกิจกรรม

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ กล่าวว่า ในขณะที่การใช้อาวุธนิวเคลียร์กำลังกลายเป็นประเด็นปัญหาที่แท้จริงอยู่ในขณะนี้ เขาขอเรียกร้องดังๆจากฮิโรชิม่า ไปถึงคนบนโลกใบนี้ ให้ละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ เราไม่ควรทำซ้ำเหตุสะเทือนขวัญของการใช้อาวุธนิวเคลียร์

ด้านนายกูแตร์เรสกล่าวว่า “อาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งไร้เหตุผล ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยใด ๆ ได้ มีเพียงความตายและการทำลายล้าง หลังผ่านช่วงเวลา 3 ใน 4 ของศตวรรษมาแล้ว เราต้องถามตัวเราว่า เราได้เรียนรู้อะไรจากกลุ่มเมฆดอกเห็ดที่ปกคลุมเมืองแห่งนี้ เมื่อปี 1945”

และย้ำข้อเรียกร้องให้ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ยึดมั่นต่อหลักการเรื่องไม่เป็นฝ่ายใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน และไม่มีวันใช้หรือขู่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยการเปิดเผยอาวุธนิวเคลียร์ที่มีอยู่อย่างโปร่งใส เขากล่าวยกย่องญี่ปุ่นที่มีบทบาทส่งเสริมสันติภาพและการปลดอาวุธนิวเคลียร์ บทบาทนี้มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น และความเสี่ยงเผชิญหน้าทางนิวเคลียร์ได้กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังจากที่โลกลืมไปหลายทศวรรษ

📌ระเบิดมหาประลัย

ระเบิดปรมาณูชุดแรก ถูกสร้างภายใต้ ‘โปรเจกต์ แมนฮัตตัน’ โครงการลับสุดยอดที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 1942 และเป้าหมายเดียวคือการพัฒนาอาวุธชนิดใหม่ แต่ส่วนที่ยากของการสร้างระเบิดปรมาณูคือ การผลิตเชื้อเพลิงสำหรับระเบิด หรือการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมกับพลูโตเนียม ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายกับกำลังคนเกือบทั้งหมดของโครงการ

ในเดือนกรกฎาคม 1945 ปีสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ ผลิตเชื้อเพลงเพียงพอใช้กับระเบิดแค่ 3 ลูกเท่านั้น คือ ‘แกดเจ็ต’ (Gadget), ‘ลิตเติล บอย’ (Little Boy) และ ‘แฟต แมน’ (Fat Man) ขณะที่เหลือพลูโตเนียมเกือบจะพอสำหรับลูกที่ 4 เบื้องต้น โรงงานของโครงการแมนฮัตตันสามารถผลิตเชื้อเพลิงเพียงพอต่อระเบิด 3 ลูกต่อเดือนเท่านั้น แต่ในภายหลังทีมนักวิทยาศาสตร์ก็พบทางออกด้วยการเปลี่ยนแบบของระเบิด ทำให้พวกเขาสามารถผลิตระเบิดได้มากขึ้น

สหรัฐฯ ใช้ระเบิด แกดเจ็ต ในการทดสอบ ‘ทรินิตี้’ (Trinity) เมื่อ 16 ก.ค. 1945 ที่ทะเลทรายในรัฐนิวเม็กซิโก ผลคือประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ระเบิดรุนแรงกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดไว้หลายเท่า ซึ่งในตอนนั้น พลตรี เลสลี อาร์. โกรฟส์ หัวหน้าโครงการแมนฮัตตัน บอกกับ ดร.เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของโครงการว่า สหรัฐฯ อาจต้องใช้ระเบิดปรมาณู 3 ลูก “ตามแผนเดิม” หรืออาจต้องใช้ถึง 4

มุมมองของนายพลโกรฟส์ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย เนื่องจากในตอนนั้น สหรัฐฯ ไม่เคยคิดเลยว่า ระเบิดปรมาณู 2 ลูกจะสามารถยุติสงครามได้ แต่เชื่อว่าต้องใช้ยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ควบคู่กับการบุกโจมตี เพราะคาดเดาไม่ได้ว่า ระเบิดปรมาณูจะส่งผลต่อใจสู้ของฝ่ายญี่ปุ่นมากแค่ไหน เนื่องจากนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 1945 ถึงเดือนกรกฎาคม สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตีเมืองญี่ปุ่นจนพังราบไปกว่า 60 เมือง แต่ฝ่ายทหารของญี่ปุ่นยังไม่มีทีท่าจะยอมแพ้เลย

📌 การเลือกเป้าหมาย

เนื่องจากระเบิดปรมาณูมีจำกัด สหรัฐฯ จึงจัดการประชุมเพื่อเลือกเป้าหมายในการโจมตี ที่จะสามารถแสดงเจตจำนงของพวกเขาได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งรายชื่อเป้าหมายสุดท้ายก็เสร็จสมบูรณ์ในการสื่อสารลับระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงสงคราม เฮนรี สติมสัน ที่กำลังร่วมประชุม ‘พอตส์ดาม’ ของ 3 ผู้นำโลกคือสหรัฐฯ, อังกฤษ และสหภาพโซเวียต ที่เกิดขึ้นหลังการทดสอบทรินิตี กับพลตรีโกรฟส์ ซึ่งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

นายพลโกรฟส์ กำหนดเป้าหมายการโจมตีเอาไว้ 4 เมืองคือ เมืองฮิโรชิมา, เมืองโคคุระ, เมืองนางาซากิ และเมืองนีงาตะ ก่อนที่ร่างรายชื่อเป้าหมายนี้จะถูกส่งให้ประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน ดู และได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีสติมสันกับพลเอก จอร์จ มาร์แชล หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพสหรัฐฯ และออกเป็นคำสั่งในวันที่ 25 ก.ค. ส่งจากพลโท โธมัส แฮนดี รองหัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพสหรัฐฯ ไปยังพลเอก คาร์ล สแปตซ์ ผู้บัญชาการกองกำลังยุทธศาสตร์ทางอากาศของสหรัฐฯ

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า หลังจากวันที่ 3 ส.ค. 1945 กองทัพอากาศที่ 20 จะทิ้ง ‘ระเบิดพิเศษ’ ลูกแรกที่เมือง ฮิโรชิมา, โคคุระ, นีงาตะ หรือ นางาซากิ โดยต้องกำหนดเป้าหมายด้วยตา ไม่ใช่เรดาร์ ยิ่งกว่านั้น ระเบิดลูกอื่นๆ จะถูกส่งไปเหนือเป้าหมายอื่นๆ ทันทีที่พร้อม และจะมีการเลือกเป้าหมายใหม่ หลังจาก 4 เป้าหมายแรกถูกทำลายแล้ว จะเห็นได้ว่า นี่ไม่ใช่คำสั่งทิ้งระเบิดปรมาณูเพียงลูกเดียว แต่เป็นคำสั่งที่อนุญาตให้ทิ้งระเบิดได้มากเท่าที่มีหรือทันทีเมื่อพร้อม

📌 โลกได้รู้จัก “Little Boy”

สหรัฐฯ ใช้เกาะทีเนียน ของหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นฐานโจมตีญี่ปุ่นมาตลอด หลังจากยึดเกาะแห่งนี้ได้ในปี 1944 และพวกเขาคิดจะใช้ทีเนียน เป็นฐานสำหรับส่งระเบิดนิวเคลียร์โจมตีแดนอาทิตย์อุทัยด้วย โดยเริ่มสร้างโรงงานสำหรับประกอบระเบิดปรมาณูในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 1945 เวลาเดียวกับที่กองทัพเริ่มประชุมกำหนดเป้าหมายโจมตีพอดี

ในวันที่ 16 ก.ค. วันเดียวกับการทดสอบทรินิตี กองทัพสหรัฐฯ ก็เริ่มส่งส่วนประกอบของระเบิด ลิตเติล บอย ไปยังเกาะทีเนียนแล้ว และไปถึงครบทั้งหมดในวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งระเบิดจะพร้อมใช้งานในช่วงสิ้นเดือน ขณะที่ ส่วนประกอบของ แฟต แมน เดินทางไปถึงในวันที่ 2 ส.ค. ก่อนที่การประกอบจะเสร็จสิ้นในวันที่ 7 เดือนเดียวกัน

แต่เพราะคำสั่งที่บอกว่า ต้องกำหนดเป้าหมายด้วยตาเท่านั้น ทำให้กองทัพต้องรอหลายวันเพื่อให้สภาพอากาศเอื้ออำนวย จนกระทั่งวันที่ 6 ส.ค. 1945 เครื่องบินรบบี-29 อีโนลา เกย์ ของกองทัพสหรัฐ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ 1 ลูก มีชื่อเล่นว่า “ลิตเติล บอย” (Litter Boy) ถล่มเมืองฮิโรชิม่าทำลายเมืองราพณาสูร คร่าชีวิตคนไปประมาณ 140,000 ราย

📌 ระเบิดลูกที่สอง

เหตุการณ์โจมตีที่ฮิโรชิมา กลายเป็นข่าวไปทั่วโลกรวมทั้งในญี่ปุ่น แต่ในขณะที่กองทัพแดนอาทิตย์อุทัยกำลังพยายามยืนยันว่าเกิดอะไรขึ้นที่ฮิโรชิมา ภารกิจการโจมตีครั้งต่อไปของสหรัฐฯ ก็เริ่มขึ้นแล้ว โดยในวัน 8 ส.ค. พยากรณ์อากาศของสหรัฐฯ ก็พยากรณ์ว่า สภาพอากาศในวันที่ 10 ส.ค. ซึ่งกำหนดเป็นวันโจมตีครั้งที่ 2 จะไม่เอื้ออำนวย แต่แทนที่จะปรึกษากับทางวอชิงตัน เจ้าหน้าที่บนเกาะทีเนียน กลับตัดสินใจตามอำนาจของคำสั่งโจมตี ดำเนินการประกอบแฟต แมน’ (Fat Man) จนเสร็จ และโหลดขึ้นเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-19 อีกลำที่ชื่อ ‘บ็อคสการ์’ แล้วส่งออกไปในวันที่ 9 ส.ค. เพื่อโจมตีเมืองโคคุระ เมืองคลังแสงของญี่ปุ่น

เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีก เมื่อทัศนวิสัยบนเกาะคิวชู ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโคคุระแย่มาก บ็อคสการ์ ใช้เวลาค้นหาอยู่ 45 นาที ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เมืองนางาซากิ และในเวลา 11:02 น. แฟต แมน ก็ถูกจุดระเบิดเหนือเมืองท่าแห่งนี้ สร้างแรงระเบิดถึง 21,000 ตันทีเอ็นที สังหารผู้คนไปกว่า 70,000 ชีวิต และอีก 6 วันหลังจากนั้น ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945

📌 ผลงานวิจัยที่ส่งผลกระทบหนักหน่วง

“ลิตเติ้ลบอย” เป็นผลงานวิจัยนานหลายปี ผสมผสานทฤษฎีฟิสิกส์เข้ากับกลศาสตร์ปลดปล่อยพลังงานจากอะตอม จากหลักคิดพื้นฐานที่ว่า ธาตุกัมมันตรังสี (ยูเรเนียมหรือพลูโตเนียม) จะแตกตัวและให้นิวตรอนออกมาพร้อมพลังงาน นิวตรอนที่ปล่อยออกมาถ้าไปกระทบอะตอมของธาตุกัมมันตรังสีก็จะทำให้เกิดการแตกตัวและปล่อยนิวตรอนออกมาอีก โอกาสที่นิวตรอนจะกระทบกับอะตอมของธาตุที่อยู่ข้างเคียง เป็นไปในลักษณะสุ่ม นั่นคือ ยิ่งมีปริมาณสารอยู่มาก หนาแน่นมาก โอกาสเกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องก็จะสูง ซึ่งเป็นที่มาของสิ่งที่เราเรียกว่ามวลวิกฤติ

ห้องทดลองแห่งชาติลอสอะลามอสคำนวณว่า ยูเรเนียม 64 กิโลกรัมของลิตเติ้ลบอย กลายเป็นพลังงานเพียง 1.09 กิโลกรัม แต่เทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 15,000 ตัน (13.6 ล้านกิโลกรัม)

ระเบิดลูกนี้จุดชนวนที่ระดับความสูงราว 580 เมตร ส่งผลให้พื้นที่ 2.58 ตารางกิโลเมตรของ “ฮิโรชิมา” พังราบ แทบทุกคนในพื้นที่เสียชีวิตทันที ยิ่งไปกว่านั้นความร้อนของระเบิดเผาผลาญอาคารและประชาชน รวมถึง “รังสีมรณะ” ยังคร่าชีวิตประชาชนในเวลาต่อมาด้วย

นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่มีประเทศใดโจมตีกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์อีกเลย แต่มีการพัฒนานิวเคลียร์อย่างน้อย 8 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1945เป็นต้นมามีการทดลองอาวุธนิวเคลียร์กว่า 2,000 ลูก

ปัจจุบันอาวุธนิวเคลียร์หลายพันลูกถูกเก็บอยู่ในคลังแสงทั่วโลก พร้อมปล่อยยิงโดยเครื่องบินหรือขีปนาวุธ สมาคมควบคุมอาวุธประเมินว่า อาวุธนิวเคลียร์มีเกือบ 14,000 ลูก ในจำนวนนี้ที่พร้อมใช้ทำสงครามได้ทันทีมีราว 1 ใน 3 แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า 75 ปีผ่านไปไม่เคยมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีกันอีกเลย

สงครามนั้นมีแต่ก่อให้เกิดความสูญเสีย ไม่ว่าจะมีผู้เสียชีวิตหรือไม่จากสงครามนั้น ๆ แต่ท้ายที่สุดผลของมันจะยังคงทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้หน้าประวัติศาสตร์ มนุษย์จึงควรใช้บทเรียนจากโศกนาฏกรรมที่ผ่านมา ก้าวข้ามให้ผ่านคำว่าสงครามให้ได้

 

ที่มา :
thairath : https://www.thairath.co.th/news/foreign/1909204
bangkokbiznews : https://www.bangkokbiznews.com/world/892454
prachachat : https://www.prachachat.net/world-news/news-1006124
mcot : https://tna.mcot.net/world-992795 https://tna.mcot.net/world-993348
thaipbs : https://news.thaipbs.or.th/content/318201
tnnthailand : https://www.tnnthailand.com/news/world/121226/
thethaiger : https://thethaiger.com/th/news/621301/

 

 

 

77 ปี ระเบิดปรมาณู Little Boy โศกนาฏกรรมฮิโรชิมา

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ