skip to Main Content

สื่อมะกันชี้เหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอะรามโกเริ่มต้นจากตอนใต้ของอิหร่าน ด้านคิงซัลมานลั่นจะป้องกันประเทศจากการโจมตีทุกรูปแบบ

สหรัฐอเมริการะบุเหตุโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ที่มีเป้าหมายเป็นโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุฯ มีแหล่งกำเนิดจากทางตอนใต้ของอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนบอกกับซีบีเอสนิวส์ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุฯ ได้หันไปทางทิศใต้ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้เพื่อปกป้องบรรดาสถานที่สำคัญจากการถูกลอบโจมตีด้วยจรวดและโดรนโดยกลุ่มกบฏติดอาวุธฮูษีในเยเมน

หนังสือพิมพ์อัรเราะย์ของคูเวตรายงานว่า จรวดลูกหนึ่งถูกยิงผ่านน่านฟ้าคูเวต โดรนอีกลำหนึ่งก็ละเมิดน่านฟ้าคูเวตในช่วงเช้าวันเสาร์ (14 ก.ย. 62) และบินวนอยู่เหนือกลุ่มประมาณ 250 เมตรใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดี “ดาร ซัลวา”

แหล่งข่าวของซีบีเอสระบุว่า ซากปรักหักพังของอาวุธที่ใช้โจมตีได้ถูกย้ายไปยังสถานที่อื่นนอกกรุงริยาฎแล้ว และมันจะถูกใช้เพื่อสิ่งหนึ่งที่ทางการสหรัฐเรียกว่า ‘คดีทางกฎหมายที่น่าสนใจมาก’ หลังอิหร่านได้เปิดตัว ‘การประสานงานการโจมตีที่สลับซับซ้อน’ ต่อซาอุฯ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุโดรนหลายลำโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอะรามโก บริษัทแห่งชาติของซาอุฯ รวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน ‘อับก็อยก์’ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้น้ำมันดิบ 5.7 ล้านบาร์เรลหายไปจากตลาดในทันที หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ของอุปทานน้ำมันโลกในแต่ละวัน

พันธมิตรอาหรับนำโดยซาอุฯ กล่าวว่าก่อนหน้านี้ว่าพวกเขาจะเดินหน้าสอบสวนร่วมกับทางการซาอุฯ และผลการสืบสวนเบื้องต้นระบุว่าอาวุธที่ใช้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันอับก็อยก์และแหล่งน้ำมันหิจเราะฮ์คุร็อยส์ของซาอุฯ นั้นผลิตในอิหร่าน

รายงานข่าวหลายฉบับอ้างแหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ว่าการโจมตีครั้งนี้มีต้นกำเนิดจากอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวในวันจันทร์ (16 ก.ย. 62) ว่า ‘ดูเหมือนว่า’ อิหร่านจะเป็นผู้รับผิดชอบการโจมตีครั้งนี้

ด้านสำนักข่าวอัลอะเราะบียะฮ์รายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล สะอูด แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียได้กล่าวเมื่อวันอังคาร (17 ก.ย. 62) ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าราชอาณาจักรฯ มีศักยภาพที่จะตอบโต้กับการโจมตีที่เกิดขึ้นกับแหล่งน้ำมันทั้งสอง เพิ่มเติมว่าการโจมตี้ครั้งนี้ใช่เพียงพุ่งเป้าเล่นงานซาอุฯ เท่านั้น แต่เป็นการโจมตีเศรษฐกิจโลกอีกด้วย

คณะรัฐมนตรีกล่าวว่า ซาอุฯ จะป้องกันอธิปไตยและทรัพย์สินของราชอาณาจักรไม่ว่าการโจมตีในอนาคตจะเกิดขึ้นในรูปแบบใดก็ตาม และยังเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศมีมาตรการร่วมกันในการหยุดยั้งการโจมตีเหล่านี้

คณะรัฐมนตรีกล่าวว่า “การรุกรานแบบทำลายล้างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ”

 

สื่อมะกันชี้อิหร่านอยู่เบื้องหลังโจมตีแหล่งน้ำมันซาอุฯ

Back To Top
×Close search
Search