skip to Main Content

ไฟใต้ : งบดับไฟใต้ 64 9.7 พันล้านบาท ลดลง 8.5 %

2 กรกฎาคม วันที่ 2 ของการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วงเงิน 3,300,000 ล้านบาท ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านกางงบฯ พบลดลง 8.5% ลดงบพูดคุยสันติสุข โรม ชี้ คงงบฯ-วิธีการเหมือนไม่ต้องการสันติสุข รมช.กลาโหมกระบวนการพูดคุยเป็นเครื่องมือสำคัญในแก้ไขปัญหา

รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ตั้งงบประมาณตามแผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 9,731.7 ล้านบาท  เฉพาะงบประมาณแผนบูรณาการฯ ซึ่งไม่รวมกับแผนงานอื่น ๆ เปรียบเทียบงบประมาณปี 2562 / 2563 / 2564 จะเห็นได้ว่างบประมาณบูรณาการฯ น้อยลงจากปีที่แล้ว 8.5%

“เห็นแล้วหลายคนสบายใจว่า เหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะดีขึ้น งบประมาณที่ใช้จ่ายเลยน้อยลง แต่ถ้าท่านอยู่ในวงการคนทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งตัวเลขได้จากกราฟงบประมาณแผนบูรณาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้นที่ลดน้อยลง แต่เมื่อดูจากทุกเล่มจาก 2 ลัง ที่ได้มาที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงต่าง ๆ จะมีเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ซ่อนอยู่ในทุกกระทรวง ตัวอย่างปีที่ผ่านมางบประมาณรวมแล้วประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท” แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยกล่าว

งบประมาณตามแผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 9,731.7 ล้านบาท  ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่

  • งบพัฒนา 5,261 ล้านบาท (คิดเป็น 06%) มีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก
  • งบด้านความมั่นคง 4,470 ล้านบาท (คิดเป็น 94%) มีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก

แม้งบดับไฟใต้ถูกหั่นลงจากปีก่อนถึง 910.2 ล้านบาท แต่ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้ยืนยันกลางสภาว่ากระบวนการการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของรัฐบาล

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย อธิปรายว่า สำหรับโครงการในแผนงานบูรณาการปีที่แล้ว ที่มีชื่อว่า “โครงการส่งเสริมและเผยแพร่ความจริงที่ถูกต้องเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา” แต่ปีนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” แทน เปลี่ยนเฉพาะชื่อ แต่กิจกรรมส่วนใหญ่จะเหมือนเดิม มี 13 หน่วยงานที่ใช้ชื่อโครงการนี้ โดยมีข้อสังเกตโครงการนี้มีการดำเนินการโดย กอ.รมน. ยังคงมีกิจกรรมงานส่งเสริม และเผยแพร่ความจริงที่ถูกต้อง เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาปรากฏอยู่ ถึงแม้จะตัดลดงบประมาณลงไปร้อยละ 20 จาก 139 ล้านเศษ เป็น 111 ล้านเศษ และปรับตัวชี้วัดกิจกรรมจะเปลี่ยนแนวคิดผู้ต้องหา คดีความมั่นคง และเปลี่ยนแนวคิดเด็กอายุ 1-5 ขวบ เป็นเยาวชน ครู และผู้ปกครองเข้าร่วมโครงการมากขึ้น

การตั้งตัวชี้วัดกิจกรรมแบบนี้และดำเนินการโดย กอ.รมน.เช่นนี้ ในฐานะคนที่ทำงานเรื่องเด็ก และเยาวชน มาตลอด รวมทั้งตนเองเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเด็ก เยาวชน และครอบครัว ที่รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังรู้สึกคำว่ายังสุ่มเสี่ยงอยู่ งานที่เกี่ยวข้องความมั่นคงดำเนินการโดยฝ่ายความมั่นคง และยังคงมุ่งหมายที่จะทำงานกับเด็กและเยาวชน ราวกับว่าเยาวชนในพื้นที่จำนวนมาก ถูกตีตราว่าแต่ละคนมีความสุ่มเสี่ยง ที่มีแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง กอ.รมน.เลยต้องใส่ความคิดที่ถูกต้องเข้าไป โครงการเช่นนี้เจ้าภาพหลักควรเป็นกระทรวงศึกษาธิการ หรือกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบ ซึ่งน่าจะเหมาะสมกว่า และควรจะเน้นให้ทุนการศึกษาเรียนต่อให้กับนักเรียนที่นับถือศาสนาพุทธด้วย

ในส่วนของการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีกระบวนการพูดคุยอยู่นั้น แม้ว่ากระบวนการพูดคุยสันติสุขจะหยุดชะงักลงเพราะสถานการณ์โควิด-19 แต่กระบวนการพูดคุยสันติสุข คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างสภาวะสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เมื่อดูงบประมาณในส่วนนี้แล้วทำให้เป็นห่วงกังวล ถึงการตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนนี้ไม่ควรลดงบประมาณ เพราะเป็นประโยชน์ต่อการผลักดันกระบวนการพูดคุยเพื่อนำสู่สันติภาพต่อไป

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  ระบุว่าว่าหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้นั้น คือการเจรจาสันติภาพกับฝ่ายผู้เห็นต่าง  ปรากฎว่ามีหลายฝ่ายได้แสดงความต้องการให้เกิดเจรจาสันติภาพอย่างชัดเจน ดังนั้นในปีงบประมาณ 2564 นี้จึงควรเป็นปีที่การเจรจาสันติภาพต้องเป็นวาระที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ แต่ทิศทางของสถานการณ์จะมุ่งไปสู่การเจรจาสันติภาพ และมีแผนยุทธศาสตร์ที่จะนำชายแดนภาคใต้กลับสู่สภาวะปรกติ แต่ปรากฏว่ารายละเอียดของงบประมาณกลับเปลี่ยนไปจากปีก่อนๆ น้อยมาก

นายรังสิมันต์ โรม ได้แบ่งประเภทของโครงการต่าง ๆ ในแผนบูรณาการนี้ตามวัตถุประสงค์ออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1. โครงการด้านการเยียวยาและฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพ 2. โครงการด้านการพัฒนา 3. โครงการด้านความมั่นคง 4. โครงการด้านการปรับทัศนคติและโฆษณาชวนเชื่อ

โดยเมื่อดูสัดส่วนของงบประมาณแล้ว งบโฆษณาชวนเชื่อก็ยังคงมีสัดส่วนสูงที่สุด ถึง 42.1% ตามมาด้วยงบความมั่นคง สัดส่วนสูงถึง 35.8% ในขณะที่งบกระบวนการสันติภาพที่ควรได้รับความสำคัญเป็นอย่างสูง กลับมีสัดส่วนเพียง 16.4% เท่านั้น สัดส่วนงบทุกประเภทแทบไม่ต่างจากปีที่แล้ว

นอกจากนี้รังสิมันต์ยังได้นำเสนอประเด็นเดียวกับ พ.ญ.เพชรดาว คือ โครงการด้านโฆษณาชวนเชื่อ “ส่งเสริมและเผยแพร่ความจริงที่ถูกต้อง” ที่เคยอภิปรายกันไปแล้วว่าแท้จริงมันคืองบล้างสมอง ส่งทหารเข้าโรงเรียนไปปลูกฝังค่านิยมแบบทหารๆ กับเด็กนักเรียน  กลับพบว่ามีโครงการ “เสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้” เข้ามาแทนที่ แบบที่รายละเอียดแทบจะถอดแบบกันมา นี่คือความพยายามตบตาสภาใช่หรือไม่? ในเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลเห็นว่าสภาไม่พอใจกับชื่อโครงการ เลยเปลี่ยนชื่อมันเสียก็สิ้นเรื่อง พฤติกรรมแบบนี้คือการเห็นสภาผู้แทนราษฎรเป็นเพียงตรายางเหมือนสมัย สนช. คิดว่าแค่ตกแต่งเอกสารให้สวยๆ ก็เอามาให้เห็นชอบได้สบายๆ ใช่หรือไม่?

เรื่องการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือ “2 แชะอัตลักษณ์” นี่คือนวัตกรรมที่เริ่มต้นมาจากการเก็บข้อมูลบุคคลในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ติดตามตัว โดยบังคับให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะซื้อซิมใหม่หรือมีใช้ซิมเดิม ต้องมาลงทะเบียนผ่านระบบนี้ โดยจะต้องถูกเก็บข้อมูลรูปถ่ายและบัตรประจำตัวประชาชน

และในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบนี้ก็ค่อยๆ คืบคลานจากชายแดนภาคใต้มาสู่ประชาชนทั่วประเทศ ทุกวันนี้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนถ้าซื้อซิมใหม่ก็จะต้องถูกเก็บข้อมูลเช่นกัน แต่สำหรับผู้ใช้ซิมเดิมอาจยังไม่ต้องถูกบังคับให้ลงทะเบียนใหม่เหมือนในชายแดนภาคใต้ ถามว่าเพราะอะไร เรื่องนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติและ กสทช. เคยมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ว่าที่ยังไม่บังคับเพราะยังกลัวจะถูกมองว่าละเมิดสิทธิ ซึ่งก็น่าประหลาดใจไม่น้อยว่าแล้วที่บังคับกับคนชายแดนภาคใต้ล่ะ ท่านไม่กลัวถูกมองว่าละเมิดสิทธิด้วยหรืออย่างไร? และที่ชี้แจงเช่นนี้หมายความว่าท่านกำลังรอจังหวะที่จะนำมาบังคับใช้กับคนทั่วประเทศอยู่ใช่หรือไม่?

การกำหนดงบประมาณเช่นนี้ รวมทั้งการคงกฎหมายอย่าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือกฎอัยการศึกในชายแดนภาคใต้ เป็นแนวนโยบายที่เกิดจากความไม่ไว้ใจประชาชน ไม่เชื่อในกระบวนการพูดคุย คิดแต่ว่าต้องใช้กฎหมาย อาวุธ และโฆษณาชวนเชื่อเข้าครอบงำ

ถ้าต้องการสันติสุขกลับคืนสู่ชายแดนภาคใต้จริงๆ รัฐบาลจะไม่จัดทำงบแบบนี้

 

ฟังเพิมเติม :

02-07-63 อภิปรายสภา ร่างพ ร บ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 (แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา) (https://youtu.be/PC3JJM4oxDA) 

รังสิมันต์ โรม : อภิปรายงบประมาณ 2564 วาระที่ 1 แผนบูรณาการ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (https://youtu.be/W8z6gK9YBsg)

ที่มา : บีบีซีไทย , พรรคภูมิใจไทย , พรรคก้าวไกล

ขอบคุณภาพ : พรรคภูมิใจไทย , พรรคก้าวไกล

 

ไฟใต้ : งบดับไฟใต้ 64 9.7 พันล้านบาท ลดลง 8.5 % จากปีที่แล้ว

Back To Top
×Close search
Search