skip to Main Content

อิสราเอลล้มเหลวในภารกิจส่งสายลับป่วนระบบสื่อสารหะมาส นำไปสู่การปะทะเดือดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ก่อนจะสงบศึกและตามด้วยการลาออกของลิเบอร์แมนเพื่อประท้วงเนทันยาฮู

รายการ “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ทางสถานีอัลญะซีเราะฮ์ภาษาอาหรับเปิดเผยว่า อิสราเอลเคยล้มเหลวในการส่งสายลับเข้าไปปฏิบัติการในฉนวนกาซ่าเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว นำไปสู่การที่อิสราเอลต้องส่งเครื่องบินรบเข้ามาถล่มฉนวนกาซ่าอย่างหนัก ขณะที่ฝั่งหะมาสก็ยิงจรวดตอบโต้

เจ้าหน้าที่สายลับอิสราเอลจำนวน 8 นาย ปลอมตัวเป็นชาวปาเลสไตน์และใช้นามแฝงตามครอบครัวที่มีอยู่จริงในกาซ่า เดินทางเข้าพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมเมื่อ 11 พ.ย. 2018 มีเป้าหมายเพื่อติดตั้งเครื่องดักฟังในระบบสื่อสารส่วนตัวของขบวนการหะมาส

อย่างไรก็ตามพวกเขาถูกหยุดโดยหน่วยลาดตระเวนของหะมาสในคานยูนิส ก่อนจะสอบสวนพวกเขานาน 40 นาทีและเริ่มสงสัยในคำตอบของพวกเขา จนกระทั่งเกิดการยิงต่อสู้กัน สายลับอิสราเอลใช้ปืนเก็บเสียงหลายกระบอกและสามารถสังหารนูร บะเราะกะฮ์ หนึ่งในผู้บัญชาการของหะมาส พร้อมกับมุฮัมมัด อัลก็อรรอ ผู้ช่วยของเขา

เสียงบันทึกเหตุการณ์ระหว่างการยิงปะทะถูกนำออกอากาศครั้งแรกในรายการนี้ เสียงหนึ่งพูดเป็นภาษาฮิบรูที่ตะโกนถามเพื่อนเขาว่า “อุมมุ มุฮัมมัด อาวุธอยู่ที่ไหน?” ขณะที่สายลับคนอื่นๆ กำลังเข้าปฐมพยาบาลหัวหน้าชุดที่ถูกยิงบาดเจ็บ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในที่สุด

หัวหน้าชุดถูกระบุชื่อว่า “เมนี่” พวกเขามาจากหน่วย “ซายาเรต มัตกัล” ซึ่งก่อตั้งในปี 1957 เพื่อล้วงความลับในพื้นที่ของศัตรู

ระหว่างการยิงปะทะ เครื่องบินรบอิสราเอลก็บินเข้ามาถล่มคานยูนิสเพื่อเปิดทางให้สายลับของตัวเองได้หลบหนีออกจากพื้นที่ด้วยเฮลิคอปเตอร์

อามิร โอรอน นักวิเคราะห์การทหารของอิสราเอลบอกกับอัลญะซีเราะฮ์ว่า “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า เมื่อคุณต้องการส่งใครสักคนไปปฏิบัติภารกิจลับ หมายความว่าคุณไม่ต้องการให้ฝั่งตรงข้ามล่วงรู้เรื่องนี้โดยเด็ดขาด”

หะมาสยึดรถตู้สีน้ำเงินที่สายลับกลุ่มนี้ใช้โดยสาร พร้อมกับบัตรประชาชานปาเลสไตน์ปลอมที่พวกเขาใช้

กองพันก็อซซามได้มอบชุดภาพพิเศษให้อัลญะซีเราะฮ์ แสดงให้เห็นสมาชิกหน่วยสื่อสารของก็อซซามที่ดูแลความปลอดภัยและการทำงานของเครือข่ายสื่อสารส่วนตัวจากอุโมงค์ใต้ดิน

ทีมวิศวกรของอิซซุดดีน อัลก็อซซาม ฝ่ายการทหารของหะมาสสามารถดักฟังความเคลื่อนไหวของหน่วยนี้ได้ก่อนและควบคุมการบันทึกเสียงของพวกเขา ก่อนจะสามารถระบุตัวตน สถานที่ฝึกหัดและบทบาทของแต่ละคนได้

นอกจากนี้พวกเขายังค้นพบระบบสอดแนมของอิสราเอลที่สายลับกลุ่มนี้ได้ติดตั้งไว้ใต้ดินในย่านซุวัยดาใจกลางกาซ่า กองกำลังก็อซซามสามารถยุติการทำงานของอุปกรณ์สอดแนมนี้ได้แต่หลายคนก็เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการเนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวถูกติดตั้งไว้กับระเบิด

สายลับกลุ่มนี้เข้าสู่ฉนวนกาซ่าผ่านองค์กรมนุษยธรรมสากลที่ชื่อ “Humedica”

อบูยะห์ยา หนึ่งในฝ่ายสืบสวนของหน่วยข่าวกรองของก็อซซามกล่าวว่า ชายคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่า โจอาโอ ซานโตส ถือหนังสือเดินทางโปรตุเกสและแสดงตัวเป็นคนทำงานด้านมนุษยธรรม นำอุปกรณ์เจาะข้อมูลเข้ามาทางจุดตรวจอิเรซที่เชื่อมต่ออิสราเอลกับฉนวนกาซ่า

“อิสราเอลได้รับบทเรียนราคาแพงในครั้งนี้” ยุสซี เมลแมน นักวิจารณ์และนักข่าวชาวอิสราเอลกล่าว และว่า “อิสราเอลพลาด และไม่ประสบความสำเร็จในภารกิจดังกล่าว”

ปฏิบัติการที่ล้มเหล้วครั้งนี้ส่งผลให้เกิดความสูญเสียรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีสงครามกว่า 50 วันเหนือฉนวนกาซ่าในปี 2014 โดยมีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 7 รายในเย็นวันเดียวกันกับที่เครื่องบินรบอิสราเอลเข้าโจมตีกาซ่าเพื่อช่วยเหลือสายลับทั้ง 8 คน

หลังจากนั้น 2 วัน หะมาสและอิสราเอลก็สู้รบกันอย่างหนักจนหลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าจะยกระดับสู่สงครามเต็มรูปแบบครั้งที่ 4 เหนือฉนวนกาซ่านับตั้งแต่ปี 2008 ในวันนั้นมีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอีก 7 ราย เมื่ออิสราเอลโจมตีเป้าหมายที่เป็นบ้านเรือนของประชาชนและอาคารของรัฐบาล อย่างไรก็ตามในวันเดียวกันนั้นทั้งสองฝ่ายก็บรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่มีอียิปต์เป็นตัวกลาง

เอวิกดอร์ ลิเบอร์แมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลในขณะนั้นลาออกเพื่อประท้วงการตัดสินใจสงบศึกของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งฝ่ายหะมาสมองว่าเป็น “ชัยชนะทางการเมืองของกาซ่า”

 

อิสราเอลล้มเหลวภารกิจส่งสายลับป่วนระบบสื่อสารหะมาสปลายปีที่แล้ว

Back To Top
×Close search
Search