skip to Main Content

เลือกตั้งซ่อม : จับสัญญาณหลังรัฐบาลกวาดที่นั่งทุกเขต

อิลหาม มะนะแล ผู้สื่อข่าวไวท์ : เรียบเรียง

 

การเลือกตั้งซ่อมภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2562 เกิดขึ้นมาแล้ว 6 ครั้ง จากหลากหลายสาเหตุด้วยกันโดยเกือบจะทุกครั้งพรรครัฐบาลสามารถกชัยชนะเหนือฝ่ายค้านไปได้เกือบจะทั้งหมด ไล่เรียงกันตั้งแต่

การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 ในวันที่ 26 พ.ค. 2562 เป็นการเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่ แทนที่นายสุรพล เกียรติไชยากร ซึ่งถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครไว้เป็นการชั่วคราว 1 ปี (ใบส้ม) ภายหลังที่นายสุรพลถวายปัจจัยให้พระภิกษุสงฆ์ระหว่างการทอดผ้าป่า โดยกกต.วินิจฉัยว่าว่าให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง  ก่อนที่นางศรีนวล บุญลือ ซึ่งขณะนั้นลงสมัครในนามพรรคอนาคตใหม่จะสามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้ด้วยคะแนนเสียง 75,891 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่อมาพรรคอนาคตใหม่มีมติให้ขับศรีนวลและ ส.ส.อีก 3 คนที่โหวตสวนมติพรรคหลายครั้งออกจากพรรคเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2562

การพ่ายแพ่ของพรรคฝ่ายค้านในการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้นครั้งแรกใน การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม เขต 5 เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2562  เป็นการเลือกตั้งส.ส.นครปฐม แทนที่นางจุมพิตา จันทรขจร ที่ได้ลาออกเพราะมีปัญหาสุขภาพจากการประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พรรคฝ่ายรัฐบาลไล่เก็บชัยชนะจากพรรคฝ่ายค้าน โดยที่นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนาที่เคยได้อันดับ 4 จากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพลิกกลับมาชนะด้วยคะแนนเสียง 37,675 คะแนน เพิ่มมากว่า 25,396 เสียง เอาชนะคู่แข่งมาได้ เพิ่มเสียงให้ฝั่งรัฐบาลซึ่งขณะนั้นอยู่ในภาวะรัฐบาลปริ่มน้ำ แม้ว่าพรรคอนาคตใหม่เจ้าของเขตเดิมจะส่งนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร สามีของนางจุมพิตามาชิงชัยแต่ก็ได้คะแนนเสียงไปเพียง 28,000 คะแนนเท่านั้นทำให้เสียที่นั่งไปให้พรรคฝ่ายรัฐบาล

อีกหนึ่งเขตที่เป็นของพรรคฝ่ายค้านแต่ต้องเสียที่นั่งให้ฝ่ายรัฐบาลไปคือที่ จังหวัดขอนแก่น เขต 7 ในวันที่ 22 ธ.ค. 2562 ซึ่งเก้าอี้เขตนี้เดิมเป็นของนายนวัธ เตาะเจริญสุข จากพรรคเพื่อไทย แต่ต่อมานายนวัธต้องพ้นสภาพการเป็นส.ส.เนื่องจากถูกจำคุกระหว่างการดำรงตำแหน่ง ซึ่งการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้นายสมศักดิ์ คุณเงินจากพรรคพลังประชารัฐสามารถเอาชนะนายธนิก มาสีพิทักษ์จากพรรคเพื่อไทยไปด้วยคะแนนเสียง 40,252 คะแนน

ในขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลเองก็สามารถรักษาที่นั่งของพรรคในจังหวัดกำแพงเพชร เขต 2 ไว้ได้เมื่อ 23 ก.พ. 2563 โดยการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เกิดจากเมื่อศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี และปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา แก่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ คดีที่ พ.ต.ท.ไวพจน์สมัยร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงบุกปิดล้อมโรงแรมที่จัดการประชุมอาเซียนซัมมิท ส่งผลทําให้ต้องพ้นสภาพการเป็นส.ส.ทันทีเนื่องจากถูกจําคุกระหว่างการดำรงตำแหน่ง โดยพรรคพลังประชารัฐส่งลูกชายของพ.ต.ท.ไวพจน์ อย่างนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ลงสมัคร ซึ่งเขาก็สามารถกำชัยชนะเหนือนายกัมพล ปัญกุลจากพรรคเพื่อไทยไว้ได้

ขณะที่การเลือกตั้งซ่อมลำปางเขต 4 ก็ทำให้เกิดภาพของความขัดแย้งภายในของพรรคเพื่อไทยเมื่อ นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด  และพรรคเพื่อไทยเตรียมส่งนายพินิจ จันทรสุรินทร์ บิดาของนายอิทธิรัตน์ลงสมัครแทน แต่ปรากฏว่านายพินิจได้ถอนตัวในวินาทีสุดท้ายทำให้พรรคเพื่อไทยไม่มีผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่งผลให้นายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ชนะการเลือกตั้งไปด้วยคะแนนเสียง 61,914 คะแนน ชนะ ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ ผู้สมัครจากพรรคเสรีรวมไทย ที่ถูกส่งมาเป็นตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังชนะการเลือกตั้งครั้งนี้เราได้เห็นภาพนายวัฒนา สิทธิวัง ก้มลงกราบแทบตัก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐที่ได้ให้การช่วยเหลือมาตลอดช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

ชัยชนะในศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส. สมุทรปราการ เขต 5 ของ “กรุงศรีวิไล สุทินเผือก” จากพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดจาก กกต.แจกใบเหลืองให้นายกรุงศรีวิไลจากกรณีคนใกล้ชิดไปมอบพวงหรีดและเงินใส่ซองช่วยงานศพ 1,000 บาท แก่ประชาชนในพื้นที่ ก่อนที่ศาลฯจะพิจารณาให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่

ทั้งนี้ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคฝ่ายรัฐบาลส่งนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือกลงสนามเพียงคนเดียว ขณะที่พรรคฝ่ายค้านส่งผู้สมัครท้าชิงถึงสามคนคือ นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย นายอิศราวุธ ณ น่าน จากพรรคก้าวไกล และนายมานะ บุญนาค จากพรรคเสรีรวมไทย

ปัจจัยที่ทำให้ “กรุงศรีวิไล” สามารถรักษาแชมป์ไว้ได้เพราะเป็นดารานักแสดงแม้จะรุ่นใหญ่แล้ว แต่ประชาชนก็ยังจดจำได้ ประการต่อมาพรรคฝ่ายค้าน อย่าง เพื่อไทยและก้าวไกล นอกจากมุ่งเจาะฐานเสียงคนไม่ชอบรัฐบาลให้ได้มากที่สุด มีกระทบกระทั่งกันบ้าง จึงเป็นการทำลายแนวร่วม แถมพรรคเสรีรวมไทยยังลงสนามชิงคะแนนได้เกือบหมื่นด้วย ทำให้เสียงแตกอย่างเห็นได้ชัดต่างจาก กรณีเลือกตั้งซ่อมก่อนหน้านี้ กรณีนครปฐมและขอนแก่น ทั้งเพื่อไทยและก้าวไกล ต่างหลบหลีกกันเพื่อต่อสู้กับพรรคพลังประชารัฐแต่ก็แพ้

ด้าน ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ภาควิชาการรัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มองปัจจัยชัยชนะในสนามเลือกตั้งซ่อมของฝ่ายรัฐบาลที่มีต่อพรรคฝ่ายค้านว่าถ้ามองในมุมรัฐบาลก็คงจะบอกว่าชัยชนะเกิดขึ้นจากผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ นโยบายของรัฐบาลที่ทำให้ประชาชนเลือก จนทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองดีขึ้นก็ไม่แปลกที่รัฐบาลจะชนะในทุกเขต แต่ถ้ามองในสถานการณ์ที่เป็นจริงเหตุผลแบบนี้มันสมเหตุสมผลไหม ประการต่อมาคือข้อได้เปรียบของรัฐบาลในพื้นที่ที่มีกลไกภาครัฐอยู่ในมือ มีนักการเมืองในพื้นที่คอยหนุนเสริม และที่สำคัญองค์กรที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งก็ถูกตั้งคำถามตลอดเวลาในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้อาจารย์ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมในการจัดการเลือกตั้งทุกครั้งฝ่ายค้านก็โจมตีถึงความไม่โปร่งใสของกกต. แต่ฝ่ายค้านก็ยอมรับผลการเลือกตั้งทุกครั้ง

“เมื่อคืนที่ผ่านมาทั้งเพื่อไทยและก้าวไกลต่างประกาศยอมรับผลการเลือกตั้ง ปัญหาก็คือว่าผมไม่รุ้ว่าฝ่ายค้านเขากำลังเล่นละครตบตาประชาชนกันหรือเปล่า” อาจารย์โอฬารกล่าว

ฟังบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของอาจารย์โอฬารได้ที่นี้

เลือกตั้งซ่อม : จับสัญญาณหลังรัฐบาลกวาดที่นั่งทุกเขต

Back To Top
×Close search
Search