skip to Main Content

หะมาสประณามทูตสหรัฐประจำอิสราเอลหลังเรียกร้องให้เพิ่มความเร็วในการสร้างนิคมชาวยิวแห่งใหม่

ขบวนการหะมาสประณามรัฐบาลวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี (31 ธันวาคม 2563) หลังเดวิด ฟรีด์แมน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอล เรียกร้องให้รัฐบาลเทลอาวีฟเพิ่มความเร็วในการก่อสร้างนิคมชาวยิวเพิ่มเติม

เมื่อวันจันทร์ สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ของอิสราเอลรายงานว่า ระหว่างการเดินทางเยี่ยมเยียนครอบครัวของผู้ตั้งถิ่นฐานสตรีชาวยิวคนหนึ่งที่ถูกพบว่าเสียชีวิตเมื่อ 11 วันก่อนในเมืองญินีน ฟรีด์แมนได้เรียกร้องให้อิสราเอลเพิ่มความเร็วในการก่อสร้างนิคมชาวยิวเพิ่มเติมในเวสต์แบงก์เพื่อตอบโต้การที่เธอถูกสังหาร

เอสเธอร์ ฮอร์เกน ถูกสังหารเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ใกล้กับนิคมชาวยิวตัลเมนาเชทางตอนเหนือของเวสต์แบงก์

บาซิม นาอิม สมาชิกสำนักงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของหะมาสกล่าวในแถลงการณ์ที่สำนักข่าวอนาโดลูของตุรกีได้รับสำเนาว่า “ฟรีด์แมนได้ยืนยันแนวทางของสหรัฐที่รับรองความเป็นศัตรูของไซออนิสต์ต่อชาวปาเลสไตน์”

เขากล่าวอีกว่า “ฟรีด์แมน เป็นทูตของประเทศมหาอำนาจซึ่งเรียกร้องให้เขาปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและปฏิเสธการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวเนื่องจากเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

เขายังกล่าวหาทูตสหรัฐว่าผลักดันให้เกิดความโกลาหลและความไม่มั่นคงมากขึ้น และสนับสนุนการใช้กฎที่ว่า ใครมีความแข็งแกร่งมากกว่าและแสวงหาประโยชน์ส่วนตนอย่างไรความปรานีก็มีสิทธิ์ประสบความสำเร็จมากกว่า

เขาชี้ว่าแถลงการณ์ของฟรีด์แมนเป็นเกิดการละเมิดโดยตรงสิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึงได้ของชาวปาเลสไตน์

ด้านพีซนาว องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอิสราเอล ยืนยันว่ากิจกรรมการตั้งถิ่นฐานชาวยิวบนดินแดนปาเลสไตน์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ

ข้อมูลที่เผยแพร่โดยพีซนาวแสดงให้เห็นว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2563 มีผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิว 661,000 คนในนิคมขนาดใหญ่ 132 แห่งที่รัฐบาลอิสราเอลยอมรับ และอีก 124 แห่งในพื้นที่ด่านนอก (ที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาล) ซึ่งตั้งอยู่ในเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก

ที่มา : MEMO

หะมาสประณามทูตสหรัฐประจำอิสราเอลหลังเรียกร้องให้เพิ่มความเร็วในการสร้างนิคมชาวยิวแห่งใหม่

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ