skip to Main Content
02-102-2953 info@whitechannel.tv
ศาลอาญาโลกเริ่มต้นสอบสวนกองทัพเมียนมา

ศาลอาญาโลกเริ่มต้นสอบสวนกองทัพเมียนมา

ศาลอาญาระหว่างประเทศประกาศเริ่มกระบวนการสอบสวน “ในเบื้องต้น” ต่อสมมติฐานที่ว่ากองทัพเมียนมา “ก่ออาชญากรรมร้ายแรง” ต่อชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่

ศาลอาญาระหว่างประเทศ ( ไอซีซี ) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเฮก ออกแถลงการณ์ เริ่มดำเนินการตรวจสอบ “ในเบื้องต้น” ต่อข้อครหาที่ว่ากองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรม “อย่างร้ายแรง” ต่อชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ด้วยวิธีการที่รวมถึงการเข่นฆ่า การใช้ความรุนแรงทางเพศ และการบังคับให้ละทิ้งถิ่นฐาน ซึ่งล้วนเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง โดยมีการระบุด้วยว่า แม้เมียนมาไม่ได้รัฐภาคีและไม่ได้ลงนามในธรรมนูญกรุงโรม ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระดับพหุภาคีในการก่อตั้งไอซีซีเมื่อปี 2545 แต่ข้อมูลทั้งหมดที่ไอซีซีได้รับนั้นเพียงพอที่จะเริ่มดำเนินการ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของไอซีซี เกิดขึ้นภายในระยะเวลายังไม่ถึง 2 สัปดาห์ หลังศาลสถิตยุติธรรมแห่งนี้ประกาศจุดยืนของตัวเองว่า เป็นสถาบันทางกฎหมายระหว่างประเทศที่มีขอบเขตอำนาจพิจารณาสมมติฐานที่ว่า กองทัพเมียนมาอาจกระทำผิดในข้อหา “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” จากสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐยะไข่ ซึ่งส่งผลให้ชาวโรฮิงญามากกว่า 700,000 คน หลั่งไหลอพยพข้ามพรมแดนไปยังบังกลาเทศ ตั้งแต่เดือนส.ค. ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังไม่ได้หมายความว่า จะมีการตั้งข้อหากับบุคคลใดหรือไม่

ในเวลาเดียวกัน คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชอาร์ซี ) ออกรายงานฉบับเต็มความยาว 432 หน้า เป็น “การตรวจสอบค้นหาความจริง” เกี่ยวกับสถานการณ์ในรฐยะไข่ หลังเผยเนื้อหาส่วนหนึ่งเมื่อปลายเดือนส.ค. ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญของรายงานฉบับสมบูรณ์ยังคงกล่าวหากองทัพเมียนมาและทหารระดับสูง 6 นาย นำโดยพล.อ. มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงต่อพลเมืองในประเทศ ที่ไม่ใช่เพียงแต่ในรัฐยะไข่ แต่ยังรวมถึงรัฐฉานและรัฐกะฉิ่น และควรมีการดำเนินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กับทหารกลุ่มนี้

นอกจากนี้ ในรายงานยังมีคำกล่าวของนายมาร์ซูกี ดารุสมัน หัวหน้าคณะทำงานของยูเอ็นเอชอาร์ซีเรื่องเมียนมา วิจารณ์กระบวนการปฏิรูปการเมืองสู่การเป็นประชาธิปไตยของเมียนมา “ไม่คืบหน้า” เพราะเป็นผลจากการที่รัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี คุกคามการทำงานของสื่อมวลชน และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาบ่งชี้ได้อย่างชัดเจน ว่ากองทัพเมียนมาคือ “สถาบันสูงสุด” ของประเทศ

ด้านนายจ่อ โม ตุน เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำยูเอ็น ได้ออกมาตอบโต้รายงานดังกล่าวของยูเอ็น โดยระบุว่าเป็นรายงานของเพียงฝ่ายเดียว มีข้อบกพร่องอยู่

ที่มา : เดลินิวส์, มติชน

Back To Top
×Close search
Search