skip to Main Content

เกิดอะไรในโลก : NATO เป็นใคร อิทธิพลคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียตทำให้เกิดการก่อตั้ง NATO ได้อย่างไร

ช่วงนี้เราได้เห็นบทบาทขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือเนโต ( North Atlantic Treaty Organization : NATO ) มากขึ้นจากความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย ความเป็นมาของเนโต ต้องย้อนอดีตไปในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เยอรมนีใกล้จะแพ้สงคราม

ช่วงนั้นเกิดการประชุมที่เรียกว่าการประชุมยัลตา บ้างก็เรียกการประชุมไครเมีย และชื่อรหัสการประชุมว่าอาร์โกนอต (Argonaut Conference) จัดระหว่างวันที่ 4 ถึง 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 ในพระราชวังลีวาเดียใกล้ยัลตาในคาบสมุทรไครเมีย เป้าหมายคือสร้างสันติภาพหลังสงคราม เพื่อสถาปนาชาติต่างๆ ในยุโรปที่ถูกทำลายจากสงคราม

📌 3 ผู้ยิ่งใหญ่

ถือเป็นการประชุม Big Three ผู้นำจาก 3 ชาติมหาอำนาจเข้าร่วม อย่าง วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill) นายกฯ ของสหราชอาณาจักร, แฟรงกลิน ดี รูสเวลต์ (Franklin D Roosevelt )ประธานาธิบดีสหรัฐฯ, และ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ผู้นำสหภาพโซเวียต ทั้งหมดคือผู้นำฝ่ายสัมพันธมิตร ตอนนั้นสหรัฐ และโซเวียต มีเป้าหมายเดียวกันคือโค่นล้มฮิตเลอร์

หนึ่งในข้อสรุปคือการแบ่งเยอรมนีและเบอร์ลินออกเป็น 4 ส่วน ให้กับประเทศที่ชนะสงคราม มีสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, สหรัฐฯ และโซเวียต รวมถึงให้อิสระทุกประเทศที่นาซีเคยคุม ให้ปกครองแบบประชาธิปไตย

ยัลตาเป็นการประชุมยามสงครามครั้งที่สองจากสามครั้งในบรรดาสามชาติใหญ่ (Big Three) ก่อนหน้านี้มีการประชุมเตหะรานใน ค.ศ. 1943 หลังจากนี้มีการประชุมพ็อทซ์ดัมในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1945 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมได้แก่ สตาลิน เชอร์ชิลล์ (ถูกเปลี่ยนตัวกลางคันโดยคลีเมนต์ แอตต์ลีย์ นายกรัฐมนตรีบริติชที่เพิ่งได้รับเลือกตั้ง) และแฮร์รี เอส. ทรูแมน (Harry S. Truman) ผู้สืบทอดของโรสเวลต์

📌 ความไม่ไว้วางใจ

จุดเปลี่ยนระหว่างสหรัฐฯ และโซเวียต เกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ เปลี่ยนผู้นำเป็นประธานาธิบดีทรูแมน ซึ่งสหรัฐฯ พัฒนาระเบิดปรมาณูได้แล้ว และถือว่าเป็นไพ่สำคัญที่ช่วงชิงความเป็นหนึ่งเหนือโซเวียตได้ พอโซเวียตรู้ว่าสหรัฐฯ พัฒนาอาวุธทำลายล้างสูงสำเร็จ แต่ไม่บอกว่าเป็นอาวุธอะไร เลยทำให้โซเวียตเริ่มไม่ไว้ใจสหรัฐฯ เกิดความระหองระแหงกันในประเทศพันธมิตร

เมื่อสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดที่ญี่ปุ่นจนชนะสงคราม ทั้งโลกได้รู้จักกับระเบิดปรมาณูเป็นครั้งแรก หลายคนก็มองว่าการตัดสินใจทิ้งระเบิดในครั้งนั้น เพราะสหรัฐฯ ต้องการจะจบสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็มีทฤษฎีสมคบคิดว่า การทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ เพื่อต้องการข่มโซเวียต และแสดงความเป็นมหาอำนาจหลังสงครามโลก

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับโซเวียตแย่ลงเรื่อยๆ โซเวียตขยายอำนาจคอมมิวนิสต์เข้าไปในยุโรปตะวันออกทำตัวเป็นภัยคุกคาม สหรัฐฯ เลยช่วยยุโรปต่อต้านคอมมิวนิสต์ หรือที่เรียกกันว่า แผนการมาร์แชลล์ ( Marshall Plan) ในขณะที่โซเวียตปล่อยข่าวว่ายุโรปต้องระวังสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ ตั้งใจจะครอบงำยุโรป ขอให้เชื่อใจโซเวียตแทน

📌 จุดเริ่มต้น

จากความเห็นที่ไม่ตรงกันจึงเกิดการรวมประเทศพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสเป็นเยอรมนีตะวันตก ส่วนสหภาพโซเวียตเป็นเยอรมันตะวันออก ในขณะที่มีการสร้างกำแพงเบอร์ลิน แบ่งเมืองหลวงออกเป็นฝั่งตะวันตกที่เป็นของประเทศพันธมิตรประชาธิปไตย และฝั่งตะวันออกที่เป็นประเทศคอมมิวนิสต์อย่างสหภาพโซเวียต

จึงมีการลงนามในสนธิสัญญากรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 1948โดยมีเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรนั้น ถือเป็นการเริ่มต้นขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ซึ่งสนธิสัญญานี้ และเหตุการณ์การปิดกั้นเบอร์ลินของโซเวียต ทำให้มีการก่อตั้งองค์กรป้องกันสหภาพยุโรปตะวันตก (WEU) ในเดือนกันยายน 1948และด้วยการสนับสนุนอย่างดีจากพันธมิตรสำคัญคือสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการถ่วงดุลอำนาจทางการทหารกับสหภาพโซเวียต ทำให้พันธมิตรทางทหารที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่นี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว

📌 ก่อกำเนิด NATO

บรรยากาศของโลกในช่วงเวลานั้น คือความไม่ไว้ใจกัน ในยุคของสงครามเย็นที่น่าจดจำคือ สนธิสัญญาบรัสเซลที่มีขึ้นในปี 1947 เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อก่อตั้งสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ เนโต ในปี 1949 แรกเริ่มมี 7 ประเทศผู้ก่อตั้งร่วมลงนามที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Washington D.C. ) คือ สหรัฐฯ แคนาดา โปรตุเกส อิตาลี นอร์เวย์ เดนมาร์ค และไอซ์แลนด์ เพื่อต่อสู้กับอิทธิพลคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต แม้เสียงสนับสนุนในการก่อตั้งนั้นไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากมีชาวไอซ์แลนด์บางกลุ่มต่อต้านการเข้าเป็นสมาชิกในเดือนมีนาคม

ในขณะที่โซเวียตรวมรัฐบริวารตั้งกองกำลังจากกติกาสัญญาวอร์ซอ หรือ Warsaw Pact ในปี 1955 เพื่อตอบโต้การที่เยอรมนีตะวันตกเข้าร่วมกับเนโต ซึ่งสัญญายุติลงในปี 1991 ปีที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย

📌 ฝั่งปราการม่านเหล็กสีแดง

พูดถึงสหภาพโซเวียต เพราะที่มาในการก่อตั้งเนโต ก็มาจากอำนาจคอมมิวนิสต์ที่เรืองอำนาจในสมัยนั้น ถือเป็นชาติแรกในโลกที่มีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์

สหภาพโซเวียตก่อตั้งขึ้นในปี 1922 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 จากการยึดอำนาจจากจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 นำการปฏิวัติโดยวลาดิเมียร์ เลนิน ในเดือน ต.ค.1917 เรียกว่าการปฏิวัติรัสเซีย ระบบกษัตริย์ถูกยกเลิก ราชวงศ์โรมานอฟถูกสังหารทั้งครอบครัว

สหภาพโซเวียตเกิดจากการรวมกันของสาธารณรัฐรัสเซีย ทรานส์คอเคซัส เบียโลรัสเซีย และยูเครน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โซเวียตขยายอิทธิพลคอมมิวนิสต์เข้าไปในประเทศที่โซเวียตยึดครองจากนาซี ก่อนที่โซเวียตจะล่มสลายในปี 1991 ทำให้มีประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตแยกตัวออกมาทั้งหมด 15 ประเทศ คือ รัสเซีย ยูเครน อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน เบลารุส อาเซอร์ไบจาน

หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย บางประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโซเวียต เข้าร่วมกับ NATO ซึ่งก็คือประเทศกลุ่มทะเลบอลติกอย่าง เอสโตเนีย ลิทัวเนีย ลัตเวีย เพื่อเลี่ยงอิทธิพลของรัสเซีย ส่งผลให้รัสเซียไม่พอใจอย่างมาก

📌 นโยบายของเนโตยุคหลังสงครามเย็น

หลังจากที่สงครามเย็นสิ้นสุดลง เนโตได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและปรับปรุงนโยบายในหลายๆ ด้านเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ดังนี้

1. การให้ความสำคัญแก่ปฏิบัติการรักษาสันติภาพ (Peace-keeping) ได้แก่ การสร้างความเข้าใจในกระบวนการรักษาสันติภาพ การสร้างความร่วมมือ การวางแผน และการสร้างความสัมพันธ์กับองค์การสหประชาชาติ และองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ในกระบวนการดังกล่าว รวมทั้งการประสานงานระหว่างฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารโดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม

2. การหาแนวทางที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยมุ่งเน้นให้รัสเซียมีบทบาทสำคัญและสร้างสรรค์ในการสร้างเสถียรภาพในยุโรปในกรอบกว้าง

3. การปรับบทบาททางการทหารให้เอื้อต่อสภาพความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนการดำเนินนโยบายทางด้านความมั่นคงที่เอื้อต่อพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจ และการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม ระหว่างงบประมาณด้านการทหารและงบประมาณด้านเศรษฐกิจของประเทศ

4. ความร่วมมือในโครงการวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม

5. การเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก

📌 ฉากทัศน์ในปัจจุบัน

ตัดภาพมาปัจจุบัน รัสเซียไม่พอใจที่ยูเครนยืนยันจะเป็นสมาชิกของเนโต และ เนโตก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแต่ไม่ยืนยันว่าจะให้ยูเครนเข้าร่วมเมื่อไร รัสเซียยื่นคำขาดว่าเนโต จะต้องไม่ขยายเพิ่มไปทางฝั่งตะวันออกอีก และต้องสัญญาว่าจะไม่มีทางรับยูเครนเป็นสมาชิก เพราะถ้าทำเช่นนั้นคือการนำกองกำลังเนโตที่สหรัฐฯ เป็นแกนนำ จ่อไปถึงประตูบ้านของรัสเซีย ซึ่งขัดกับคำมั่นที่เคยให้ไว้

โดยล่าสุดมีกองกำลังเนโต ประจำการอยู่ในกลุ่มประเทศบอลติก อย่างเอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย และโปแลนด์ 4,000 นาย รวมถึงรถถัง กำลังทางอากาศ หน่วยข่าวกรอง และหน่วยลาดตระเวน

นอกจากนั้นยังมีกองกำลังเนโต ในโรมาเนีย 4,000 นาย ในคอซอวอ 3,500 นาย และ NATO ยังมีภารกิจกองทัพเรือคอยตรวจตราในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คอยเตือนภัยชาติพันธมิตร และถ้าไปดูกองกำลังสหรัฐฯ ประจำการในโปแลนด์ 4,500 นาย ในตุรกี 1,600 นาย ในอิตาลี 12,000 นาย ในเยอรมนี 36,000 นาย ในสหราชอาณาจักร 9,000 นาย ในสเปน 3,000 นาย

ถ้าเทียบขุมกำลังทั้งหมดของสองประเทศคู่ขัดแย้ง ยูเครนและรัสเซีย ก็จะเห็นว่ารัสเซียมีกองกำลังมากกว่า ทั้งกำลังพล อาวุธ กำลังทางอากาศ และทางบก

สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลกันมากไปกว่านั้น คือเรื่องของอาวุธนิวเคลียร์ ถ้านับจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมดทั้งที่พร้อมใช้การ และที่ปลดระวางแล้ว รัสเซียก็ถือเป็นประเทศที่ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก

อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสต๊อกโฮล์ม (SIPRI) ปี 2021 รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์ที่พร้อมใช้การ 1,625 ลูก และหัวรบที่ปลดระวางแล้ว 4,630 ลูก ในขณะที่สหรัฐฯ มีหัวรับนิวเคลียร์ที่พร้อมใช้การมากกว่ารัสเซีย คือ 1,800 ลูก และที่ปลดระวางแล้ว 3,750 ลูก

เมื่อปูตินสั่งให้กองกำลังนิวเคลียร์ของรัสเซียเตรียมความพร้อมสูงสุด จึงเป็นความกังวลต่อกลุ่มชาติตะวันตกและสหรัฐฯ ว่าการบุกยูเครนอาจจะบานปลาย ถ้าปูตินสั่งกดปุ่มนิวเคลียร์

 

 

ที่มา :

thaipbs : https://news.thaipbs.or.th/content/313482

springnews : https://www.springnews.co.th/feature/821190

NATO คือใคร และจุดมุ่งหมายในการก่อตั้ง

Back To Top
Search
error: ขอบคุณที่ติดตามครับ