skip to Main Content
02-102-2953 info@whitechannel.tv
ปาเลสไตน์ร้องยูเนสโกหนุนมัสญิดอิบรอฮีมีหลังยิวบุกทำพิธีฮันนุกะฮ์

ปาเลสไตน์ร้องยูเนสโกหนุนมัสญิดอิบรอฮีมีหลังยิวบุกทำพิธีฮันนุกะฮ์

ปาเลสไตน์ร้องยูเนสโกหนุนมัสญิดอิบรอฮีมีหลังยิวบุกทำพิธีฮันนุกะฮ์

กระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ออกแถลงการณ์เรียกร้องไปยังองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  (UNESCO) เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อมัสญิดอิบรอฮีมีในเมืองเฮ็บรอน (อัลเคาะลีล) เขตเวสต์แบงก์

ในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (4 ธ.ค. 61) ระบุว่า “ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวได้สร้างเชิงเทียนบนหลังคามัสญิดเมื่อวันจันทร์ระหว่างการเฉลิมฉลองเทศการฮันนูกะฮ์ของชาวยิว”

แถลงการณ์ยังบอกอีกว่า “ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวได้บุกเข้าไปในอาคารมัสญิดและตั้งเต๊นท์หลายหลังในนั้นก่อนจะเริ่มทำพิธีทางศาสนายิวในมัสญิดของชาวมุสลิม”

“การเพิ่มขึ้นของการตั้งถิ่นฐานอย่างเป็นระบบของชาวยิวเหล่านี้แสดงออกถึงความไม่เคารพในการตัดสินใจและข้อเรียกร้องของยูเนสโกที่ต้องการให้ชาวยิวยุติการกำหนดศาสนสถานและโบราณสถานในดินแดนปาเลสไตน์เป้าหมายกการรุกราน”

กระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์เรียกร้องไปยังประชาคมระหว่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องให้ “ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้”

เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2017 คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การยูเนสโกได้ประกาศว่า “มัสญิดอิบรอฮีมีของปาเลสไตน์เป็นหนึ่งในมรดกโลก”

รัฐบาลอิสราเอลห้ามมัสญิดแห่งนี้ประกาศเสียงเรียกร้องสู่การละหมาด (อะซาน) ผ่านเครื่องขยายเสียงเป็นจำนวนทั้งสิ้น 645 ครั้งตลอดปี 2017

ศาสนสถานที่แห่งนี้เป็นที่เคารพของทั้งชาวมุสลิมและชาวยิวเนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ฝังศพของอิบรอฮีม (อับรอฮัม), อิสหาก (ไอแซ็ก) และยะอฺกูบ (จาค็อบ) ผู้เป็นศาสนทูตของทั้ง 2 ศาสนา

ในปี 1994 บารุช โกลด์สตีน ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวหัวรุนแรง ก่อเหตุสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์ 29 คนที่กำลังปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในมัสญิดแห่งนี้ หลังจากนั้นทางการอิสราเอลจึงแบ่งมัสญิดออกเป็นส่วนของชาวมุสลิมและชาวยิว

เฮ็บร็อนเป็นบ้านของชาวมุสลิมปาเลสไตน์ราว 160,000 คน ชาวยิว 500 คน ระยะหลังมานี้ชาวยิวซึ่งถือเป็นคนกลุ่มน้อยในพื้นที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การคุ้มกันอย่างแน่นหนาโดยทหารอิสราเอล

ที่มา : MEMO

 

Back To Top
×Close search
Search